อานันทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๔๘๕เอกํ สมยํ อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ อานนฺโท สาวตฺถิยํ วิหรนฺติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน อายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ กตินํ นุ โข อาวุโส อานนฺท ธมฺมานํ ปหานา กตินํ ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายนาติ ฯ
๑๔๘๖จตุนฺนํ โข อาวุโส ธมฺมานํ ปหานา จตุนฺนํ ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายนาติ ฯ กตเมสํ จตุนฺนํ ฯ ยถารูเปน โข อาวุโส พุทฺเธ อปฺปสาเทน สมนฺนาคโต อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส พุทฺเธ อปฺปสาโท น โหติ ฯ ยถารูเปน จ โข อาวุโส พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต สุตวา อริยสาวโก กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาโท โหติ อิติปิ โส ภควา ฯเปฯ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯ
๑๔๘๗ยถารูเปน โข อาวุโส ธมฺเม อปฺปสาเทน สมนฺนาคโต อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส ธมฺเม อปฺปสาโท น โหติ ฯ ยถารูเปน จ โข อาวุโส ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต สุตวา อริยสาวโก กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาโท โหติ สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ฯเปฯ
๑๔๘๘ยถารูเปน โข อาวุโส สงฺเฆ อปฺปสาเทน สมนฺนาคโต อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส สงฺเฆ อปฺปสาโท น โหติ ฯ ยถารูเปน จ โข อาวุโส สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต สุตวา อริยสาวโก กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาโท โหติ สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ฯเปฯ อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ ฯ
๑๔๘๙ยถารูเปน โข อาวุโส ทุสฺสีเลฺยน สมนฺนาคโต อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส ทุสฺสีลฺยํ น โหติ ฯ ยถารูเปหิ จ โข อาวุโส อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ตถารูปานิสฺส อริยกนฺตานิ สีลานิ โหนฺติ อกฺขณฺฑานิ ฯเปฯ สมาธิสํวตฺตนิกานิ ฯ
๑๔๙๐อิเมสํ โข อาวุโส จตุนฺนํ ธมฺมานํ ปหานา อิเมสํ จตุนฺนํ ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายนาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. อานันทเถรสูตร ว่าด้วยพระอานนทเถระ
สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์และท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้นในเวลาเย็น ท่านพระสารีบุตรออกจากที่หลีกเร้นแล้ว เข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า “ท่านอานนท์ เพราะละธรรมเท่าไร เพราะประกอบด้วยธรรมเท่าไรหมู่สัตว์นี้พระผู้มีพระภาคจึงทรงพยากรณ์ว่า ‘เป็นพระโสดาบัน ไม่มีทางตกต่ำมีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า” ท่านพระอานนท์ตอบว่า “ผู้มีอายุ เพราะละธรรม ๔ ประการ เพราะประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ หมู่สัตว์นี้พระผู้มีพระภาคจึงทรงพยากรณ์ว่า ‘เป็นพระโสดาบัน ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า’ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ๑. ประกอบด้วยความไม่เลื่อมใสเช่นใดในพระพุทธเจ้า หลังจาก ตายแล้ว จะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ความไม่เลื่อมใส เช่นนั้นในพระพุทธเจ้าหามีแก่พระโสดาบันนั้นไม่ ส่วนอริยสาวก ผู้ได้สดับ ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวเช่นใดใน พระพุทธเจ้า หลังจากตายแล้ว จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวเช่นนั้นในพระพุทธเจ้าย่อมมีแก่พระ โสดาบันนั้นว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๑๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๑. โสตาปัตติสังยุต] ๒. ราชการามวรรค ๓. อานันทเถรสูตร ๒. ประกอบด้วยความไม่เลื่อมใสเช่นใดในพระธรรม หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ความไม่เลื่อมใสเช่นนั้น ในพระธรรมหามีแก่พระโสดาบันนั้นไม่ ส่วนอริยสาวกผู้ได้สดับ ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวเช่นใดในพระธรรม หลังจากตายแล้ว จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ความเลื่อมใสอัน ไม่หวั่นไหวเช่นนั้นในพระธรรมย่อมมีแก่พระโสดาบันนั้นว่า ‘พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว ฯลฯ อัน วิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน’ ๓. ประกอบด้วยความไม่เลื่อมใสเช่นใดในพระสงฆ์ หลังจากตายแล้ว จะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ความไม่เลื่อมใสเช่นนั้น ในพระสงฆ์หามีแก่พระโสดาบันนั้นไม่ ส่วนอริยสาวกผู้ได้สดับ ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวเช่นใดในพระสงฆ์ หลังจากตายแล้ว จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวเช่นนั้นในพระสงฆ์ย่อมมีแก่พระโสดาบันนั้นว่า ‘พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดี ฯลฯ เป็นนา บุญอันยอดเยี่ยมของโลก’ ๔. ประกอบด้วยความเป็นผู้ทุศีลเช่นใด หลังจากตายแล้ว จะไป เกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ความเป็นผู้ทุศีลเช่นนั้นหามี แก่พระโสดาบันนั้นไม่ ส่วนอริยสาวกผู้ประกอบด้วยศีลที่พระอริยะ ชอบใจเช่นใด หลังจากตายแล้ว จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ศีลที่พระอริยะชอบใจ ไม่ขาด ฯลฯ เป็นไปเพื่อสมาธิเช่นนั้น ย่อมมีแก่พระโสดาบันนั้น อาวุโส เพราะละธรรม ๔ ประการนี้ เพราะประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้หมู่สัตว์นี้พระผู้มีพระภาคจึงทรงพยากรณ์ว่า ‘เป็นพระโสดาบัน ไม่มีทางตกต่ำมีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า” อานันทเถรสูตรที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๑๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อานันทสูตรที่ ๓ มีเนื้อความตื้นทั้งนั้น.