เทวจาริกสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๔๙๘สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมฺมิญฺเชยฺย เอวเมว เชตวเน อนฺตรหิโต เทเวสุ ตาวตึเสสุ ปาตุรโหสิ ฯ อถ โข สมฺพหุลา ตาวตึสกายิกา เทวตาโย เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตา เทวตาโย อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอตทโวจ
๑๔๙๙สาธุ โข อาวุโส พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนํ โหติ อิติปิ โส ภควา ฯเปฯ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯ พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนเหตุ โข อาวุโส เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ ฯ สาธุ โข อาวุโส ธมฺเม สงฺเฆ ฯ สาธุ โข อาวุโส อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนํ โหติ อกฺขณฺเฑหิ ฯเปฯ สมาธิสํวตฺตนิเกหิ ฯ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนเหตุ โข อาวุโส เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ
๑๕๐๐สาธุ โข มาริส โมคฺคลฺลาน พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนํ โหติ อิติปิ โส ภควา ฯเปฯ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯ พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนเหตุ โข มาริส โมคฺคลฺลาน เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ ฯ สาธุ โข มาริส โมคฺคลฺลาน ธมฺเม สงฺเฆ ฯ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนํ โหติ อกฺขณฺเฑหิ ฯเปฯ สมาธิสํวตฺตนิเกหิ ฯ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนเหตุ โข มาริส โมคฺคลฺลาน เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ปฐมเทวจาริกสูตร ว่าด้วยการจาริกในเทวโลก สูตรที่ ๑
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้หายตัวจากพระเชตวันไปปรากฏบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เหมือนบุรุษผู้มีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้าฉะนั้น ลำดับนั้นเทพชั้นดาวดึงส์จำนวนมากเข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานะถึงที่อยู่ อภิวาทแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่สมควร ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้กล่าวกับเทพเหล่านั้นดังนี้ว่า “ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ๑. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ เป็นศาสดา ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มี พระภาค’ เป็นความดี เพราะการประกอบด้วยความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าเป็นเหตุ สัตว์บางพวกในโลกนี้ หลังจากตายแล้วจึงจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๑๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๑. โสตาปัตติสังยุต] ๒. ราชการามวรรค ๙. ทุติยเทวจาริกสูตร ๒. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ฯลฯ ๓. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ฯลฯ ๔. การประกอบด้วยศีลที่พระอริยะชอบใจ ไม่ขาด ฯลฯ เป็นไป เพื่อสมาธิ เป็นความดี เพราะประกอบด้วยศีลที่พระอริยะ ชอบใจ สัตว์บางพวกในโลกนี้หลังจากตายแล้วจึงจะไปเกิดใน สุคติโลกสวรรค์” เทพเหล่านั้นกล่าวว่า “ท่านโมคคัลลานะผู้นิรทุกข์ ๑. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ เป็นศาสดา ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มี พระภาค’ เป็นความดี เพราะการประกอบด้วยความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าเป็นเหตุ สัตว์บางพวกในโลกนี้ หลังจากตายแล้วจึงจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ๒. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ฯลฯ ๓. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ฯลฯ ๔. การประกอบด้วยศีลที่พระอริยะชอบใจ ไม่ขาด ฯลฯ เป็นไปเพื่อ สมาธิ เป็นความดี เพราะการประกอบด้วยศีลที่พระอริยะชอบใจ เป็นเหตุ สัตว์บางพวกในโลกนี้หลังจากตายแล้วจึงจะไปเกิดใน สุคติโลกสวรรค์” ปฐมเทวจาริกสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สูตรที่ ๘-๙-๑๐ ไม่มีอรรถกถาแก้. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โสตาปัตติสังยุตต์ ราชการามวรรคที่ ๒ ๗. มิตตามัจจสูตรที่ ๒