สุริยูปมาสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๗๒๑ยาวกีวญฺจ ภิกฺขเว จนฺทิมสุริยา โลเก นุปฺปชฺชนฺติ เนว ตาว มหโต อาโลกสฺส ปาตุภาโว โหติ มหโต โอภาสสฺส อนฺธตมํ ตทา โหติ อนฺธการติมิสา เนว ตาว รตฺตินฺทิวา ปญฺญายนฺติ น มาสทฺธมาสา ปญฺญายนฺติ น อุตุสํวจฺฉรา ปญฺญายนฺติ ฯ ยโต จ โข ภิกฺขเว จนฺทิมสุริยา โลเก อุปฺปชฺชนฺติ อถ มหโต อาโลกสฺส ปาตุภาโว โหติ มหโต โอภาสสฺส เนว อนฺธตมํ ตทา โหติ น อนฺธการติมิสา อถ รตฺตินฺทิวา ปญฺญายนฺติ มาสทฺธมาสา ปญฺญายนฺติ อุตุสํวจฺฉรา ปญฺญายนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยาวกีวญฺจ ตถาคโต โลเก นุปฺปชฺชติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ เนว ตาว มหโต อาโลกสฺส ปาตุภาโว โหติ มหโต โอภาสสฺส อนฺธตมํ ตทา โหติ อนฺธการติมิสา เนว ตาว จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ อาจิกฺขณา โหติ เทสนา ปญฺญาปนา ปฏฺฐปนา วิวรณา วิภชนา อุตฺตานีกมฺมํ ฯ {๑๗๒๑.๑} ยโต จ โข ภิกฺขเว ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อถ มหโต อาโลกสฺส ปาตุภาโว โหติ มหโต โอภาสสฺส เนว อนฺธตมํ ตทา โหติ น อนฺธการติมิสา อถ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ อาจิกฺขณา โหติ เทสนา ปญฺญาปนา ปฏฺฐปนา วิวรณา วิภชนา อุตฺตานีกมฺมํ ฯ กตเมสํ จตุนฺนํ ฯ ทุกฺขสฺส อริยสจฺจสฺส ฯเปฯ ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทาย อริยสจฺจสฺส ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๔. สีสปาวนวรรค ๙. อินทขีลสูตร ๘. ทุติยสุริยสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยดวงอาทิตย์ สูตรที่ ๒
“ภิกษุทั้งหลาย ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ยังไม่เกิดขึ้นในโลกตราบใดความสว่างไสวเจิดจ้าก็ยังไม่ปรากฏตราบนั้น เวลานั้นมีแต่ความมืดมนอนธการกลางวัน และกลางคืนไม่ปากฏ เดือนและกึ่งเดือนไม่ปรากฏ ฤดูและปีก็ไม่ปรากฏ แต่เมื่อใด ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เกิดขึ้นในโลก เมื่อนั้น ความสว่างไสวเจิดจ้า ย่อมปรากฏ เวลานั้นไม่มีความมืดมนอนธการ กลางวันและกลางคืนก็ปรากฏเดือนและกึ่งเดือนก็ปรากฏ ฤดูและปีก็ปรากฏ ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่อุบัติขึ้นในโลกตราบใดความสว่างไสวเจิดจ้าก็ยังไม่ปรากฏตราบนั้น เวลานั้นมีแต่ความมืดมนอนธการการบอก การแสดง การบัญญัติ การแต่งตั้ง การเปิดเผย การจำแนก การทำให้ง่ายซึ่งอริยสัจ ๔ ประการ ก็ยังไม่มี แต่เมื่อใด ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก เมื่อนั้น ความสว่างไสวเจิดจ้าก็ปรากฏ เวลานั้นไม่มีความมืดมนอนธการ การบอก การแสดงการบัญญัติ การแต่งตั้ง การเปิดเผย การจำแนก การทำให้ง่ายซึ่งอริยสัจ ๔ประการก็ย่อมมี ฉันนั้นเหมือนกัน อริยสัจ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ทุกขอริยสัจ ฯลฯ ๔. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” ทุติยสุริยสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สูตรที่ ๖-๗-๘ ไม่มีอรรถกถาแก้. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุตต์ สีสปาปรรณวรรคที่ ๔ ๕. สัตติสตสูตร