วาลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๗๓๗เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เวสาลิยํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ อทฺทสา โข อายสฺมา อานนฺโท สมฺพหุเล ลิจฺฉวิกุมารเก สณฺฐาคาเร อุปาสนํ กโรนฺเต ทูรโตว สุขุเมน ตาฬจฺฉิคฺคเฬน อสนํ อติปาเตนฺเต โปขานุโปขํ อวิราธิตํ ฯ ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ สิกฺขิตา วติเม ลิจฺฉวิกุมารกา สุสิกฺขิตา วติเม ลิจฺฉวิกุมารกา ยตฺร หิ นาม ทูรโตว สุขุเมน ตาฬจฺฉิคฺคเฬน อสนํ อติปาเตสฺสนฺติ โปขานุโปขํ อวิราธิตนฺติ ฯ
๑๗๓๘อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เวสาลิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธาหํ ภนฺเต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เวสาลิยํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ ฯ อทฺทสํ ขฺวาหํ ภนฺเต สมฺพหุเล ลิจฺฉวิกุมารเก สณฺฐาคาเร อุปาสนํ กโรนฺเต ทูรโตว สุขุเมน ตาฬจฺฉิคฺคเฬน อสนํ อติปาเตนฺเต โปขานุโปขํ อวิราธิตํ ฯ ทิสฺวาน เม เอตทโหสิ สิกฺขิตา วติเม ลิจฺฉวิกุมารกา สุสิกฺขิตา วติเม ลิจฺฉวิกุมารกา ยตฺร หิ นาม ทูรโตว สุขุเมน ตาฬจฺฉิคฺคเฬน อสนํ อติปาเตสฺสนฺติ โปขานุโปขํ อวิราธิตนฺติ ฯ {๑๗๓๘.๑} ตํ กึ มญฺญสิ อานนฺท กตมํ นุ โข ทุกฺกรตรํ วา ทุรภิสมฺภวตรํ วา ฯ โย ทูรโตว สุขุเมน ตาฬจฺฉิคฺคเฬน อสนํ อติปาเตยฺย โปขานุโปขํ อวิราธิตํ โย วา สตฺตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏิยา โกฏึ ปฏิวิชฺเฌยฺยาติ ฯ เอตเทว ภนฺเต ทุกฺกรตรญฺเจว ทุรภิสมฺภวตรญฺจ โย วา สตฺตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏิยา โกฏึ ปฏิวิชฺเฌยฺยาติ ฯ อถ โข เต อานนฺท ทุปฺปฏิวิชฺฌตรํ ปฏิวิชฺฌนฺติ เย อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปฏิวิชฺฌนฺติ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปฏิวิชฺฌนฺติ ฯ ตสฺมา ติหานนฺท อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๕. ปปาตวรรค ๕. วาลสูตร ๕. วาลสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยปลายขนทราย
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ครั้นในเวลาเช้า ท่านพระอานนท์ครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงเวสาลี ได้เห็นลิจฉวีกุมารจำนวนมากฝึกยิงลูกศรอยู่ในสัณฐาคารให้เข้าทางช่องดาลเล็กๆ จากที่ไกล ติดต่อกันได้ ไม่ผิดพลาด จึงคิดดังนี้ว่า “ลิจฉวีกุมารเหล่านี้ฝึกแล้วหนอ ฝึกดีแล้วหนอ ที่ยิงลูกศรให้เข้าทางช่องดาลเล็กๆ จากที่ไกล ติดต่อกันได้ ไม่ผิดพลาด” ท่านพระอานนท์ ครั้นเที่ยวบิณฑบาตในกรุงเวสาลีแล้ว กลับจากบิณฑบาตภายหลังฉันภัตตาหารเสร็จแล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส เวลาเช้า ข้าพระองค์ครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงเวสาลี ได้เห็นลิจฉวีกุมารจำนวนมากฝึกยิงลูกศรอยู่ในสัณฐาคารให้เข้าทางช่องดาลเล็กๆ จากที่ไกล ติดต่อกันได้ ไม่ผิดพลาด จึงคิดดังนี้ว่า ‘ลิจฉวีกุมารเหล่านี้ฝึกแล้วหนอ ฝึกดีแล้วหนอ ที่ยิงลูกศรให้เข้าทางช่องดาลเล็กๆ จากที่ไกล ติดต่อกันได้ ไม่ผิดพลาด” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อานนท์ เธอจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร คือผู้ที่ยิงลูกศรให้เข้าทางช่องดาลเล็กๆ จากที่ไกล ติดต่อกันได้ ไม่ผิดพลาด หรือผู้ที่ใช้ปลายขนทรายซึ่งแบ่งเป็น ๗ เสี่ยง แทงเข้าที่ปลายขนทราย อย่างไหนทำได้ยากกว่าหรือเกิดได้ยากกว่ากัน” “ผู้ที่ใช้ปลายขนทรายซึ่งแบ่งเป็น ๗ เสี่ยง แทงเข้าที่ปลายขนทรายนี้แลทำได้ยากกว่า และเกิดได้ยากกว่า พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ ที่แท้เหล่าชนผู้แทงตลอดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ ชื่อว่าแทงตลอดสิ่งที่แทงตลอดได้ยากกว่า อานนท์ เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” วาลสูตรที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๒๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวาลสูตรที่ ๕
พึงทราบอธิบายในวาลสูตรที่ ๕.
คำว่า สณฺฐาคาเร ได้แก่ ในศาลาสำหรับเรียนศิลปะ.
คำว่า อุปาสนํ กโรนฺเต ได้แก่ ฝึกศิลป์ คือการยิงลูกธนู.
คำว่า ไม่ผิดพลาด ได้แก่ ไม่ยิงลูกศรให้เลยไป.
คำว่า โปขานุโปขํ ความว่า พระเถระได้เห็นกุมารเจ้าลิจฉวีทั้งหลายผู้ยิงลูกศรลูกหนึ่งให้เข้าไปติดๆ อย่างนี้คือลูกศรอื่นย่อมแทงลูกศรที่ติดปลายขนนกของลูกศรนั้นฉันใด ขึ้นชื่อว่าลูกศรที่ติดขนนกที่ปลายลูกศรอื่น ย่อมแทงลูกศรที่มีขนนกติดปลายลูกศรของลูกศรที่ ๒ อีกลูกศรที่ติดปลายขนนกตามมาอื่นอีก ก็ย่อมแทงลูกศรที่ขนนกติดปลายลูกศรอื่นของลูกศรนั้นอีกมากฉันนั้น.
คำว่า ยตฺร หิ นาม ตัดบทเป็น เย หิ นาม แปลว่า ก็ชื่อว่าเหล่าใด.
คำว่า ให้เกิดขึ้นได้ยากกว่ากัน คือ ทำได้ยากกว่า.
คำว่า แทงปลายขนทรายด้วยปลายขนทรายที่แบ่งออกแล้วเป็น ๗ ส่วน ความว่า พึงแบ่งขนทรายเส้นหนึ่งเป็น ๗ ส่วน แล้วถือเอาส่วนที่แบ่งหนึ่งส่วนแห่งขนทรายที่แบ่งนั้น แล้วผูกกลางผลมะเขือผูกขนทรายที่แบ่งแล้วเส้นอื่นอีกเข้าที่ปลายสุดแห่งลูกธนู แล้วจึงยืนที่ทางประมาณอุสภะหนึ่งแทงจำเพาะปลายขนทรายที่ผูกผลมะเขือนั้น ด้วยปลายที่ผูกไว้ที่ลูกธนู.
คำว่า เพราะเหตุนั้น ความว่า เพราะสัจจะ ๔ แทงตลอดได้ยากอย่างนี้.
จบอรรถกถาวาลสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------