ฐานิยสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๓๘กามราคฏฺฐานิยานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ มนสิการพหุลีการา อนุปฺปนฺโน เจว กามจฺฉนฺโท อุปฺปชฺชติ อุปฺปนฺโน จ กามจฺฉนฺโท ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตติ ฯ
๔๓๙พฺยาปาทฏฺฐานิยานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ มนสิการพหุลีการา อนุปฺปนฺโน เจว พฺยาปาโท อุปฺปชฺชติ อุปฺปนฺโน จ พฺยาปาโท ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตติ ฯ
๔๔๐ถีนมิทฺธฏฺฐานิยานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ มนสิการพหุลีการา อนุปฺปนฺนญฺเจว ถีนมิทฺธํ อุปฺปชฺชติ อุปฺปนฺนญฺจ ถีนมิทฺธํ ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตติ ฯ
๔๔๑อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจฏฺฐานิยานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ มนสิการพหุลีการา อนุปฺปนฺนญฺเจว อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ อุปฺปชฺชติ อุปฺปนฺนญฺจ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตติ ฯ
๔๔๒วิจิกิจฺฉาฏฺฐานิยานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ มนสิการพหุลีการา อนุปฺปนฺนา เจว วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ อุปฺปนฺนา จ วิจิกิจฺฉา ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตติ ฯ
๔๔๓สติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ มนสิการพหุลีการา อนุปฺปนฺโน เจว สติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ อุปฺปปฺโน จ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ มนสิการพหุลีการา อนุปฺปนฺโน เจว อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ อุปฺปนฺโน จ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ฐานิยสูตร ว่าด้วยธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งนิวรณ์
“ภิกษุทั้งหลาย กามฉันทะ (ความพอใจในกาม) ที่ยังไม่เกิดย่อม เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น เพราะทำมนสิการถึงธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งกามราคะให้มาก พยาบาท (ความคิดปองร้าย) ที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น เพราะทำมนสิการถึงธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งพยาบาทให้มาก ถีนมิทธะที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้นและที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น เพราะทำมนสิการถึงธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งถีนมิทธะให้มาก อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ)ที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้นเพราะทำมนสิการถึงธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งอุทธัจจกุกกุจจะให้มาก วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) ที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น เพราะทำมนสิการถึงธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งวิจิกิจฉาให้มาก ภิกษุทั้งหลาย สติสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมถึงความเจริญเต็มที่ เพราะทำมนสิการถึงธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งสติสัมโพชฌงค์ให้มาก ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมถึงความเจริญเต็มที่ เพราะทำมนสิการถึงธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์ให้มาก”ฐานิยสูตรที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๑๓๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาฐานิยสูตรที่ ๓ อโยนิโสสูตรที่ ๔ อปริหานิยสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในฐานิยสูตรที่ ๓.
บทว่า กามราคฏฺฐานิยานํ ได้แก่ อารัมมณธรรมอันเป็นเหตุแห่งกามราคะ.
แม้ในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งพยาบาทเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
ก็สูตรนี้ทั้งหมด ท่านกล่าวโดยอารมณ์เท่านั้น.
แม้การกำหนดที่กล่าวในสูตรที่ ๒ แห่งวรรคที่ ๑ ผู้ศึกษาหาได้ในสูตรนี้แล.
ในอโยนิโสสูตรที่ ๔ ท่านกล่าวโพชฌงค์คลุกเคล้ากันไป.
ในอปริหานิยสูตรที่ ๕ บทว่า อปริหานิเย ธมฺเม ได้แก่ สภาวธรรมอันไม่ทำความเสื่อม.
จบอรรถกถาฐานิยสูตรที่ ๓ อโยนิโสสูตรที่ ๔ อปริหานิยสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุตต์ อุทายิวรรคที่ ๓ ๒. เทสนาสูตร