ปัจจยวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปจฺจยวาโร
๑๓๑๑วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ ปจฺจยา เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯ วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปาเก ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปาเก ขนฺเธ ปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ฯ วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๓๑๒วิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ วิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ วิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ
๑๓๑๓เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา ฯเปฯ มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ {๑๓๑๓.๑} เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก จ เนววิปาก- นวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
๑๓๑๔วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปาเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปาเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ฯ {๑๓๑๔.๑} วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา วิปาเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา วิปาเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ฯ
๑๓๑๕วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ {๑๓๑๕.๑} วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วิปากธมฺมํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา วิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
๑๓๑๖วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๓๑๗วิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๓๑๘เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา วตฺถุํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ โสตายตนํ ปจฺจยา โสตวิญฺญาณํ ฆานายตนํ ปจฺจยา ฆานวิญฺญาณํ ชิวฺหายตนํ ปจฺจยา ชิวฺหาวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ
๑๓๑๙วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ จกฺขายตนญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา โสต ... ฆาน ... ชิวฺหา ... กาย ... วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๓๒๐วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๓๒๑วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตีณิ ฯ อธิปติปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ นตฺถิ ฯ วิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา อธิปติยา ตีณิ ฯ
๑๓๒๒เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ
๑๓๒๓เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
๑๓๒๔วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วิปาเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อธิปติปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา วิปาเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
๑๓๒๕วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อธิปติปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา วิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
๑๓๒๖วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อนนฺตรปจฺจยา ... สมนนฺตรปจฺจยา ... ฯ อารมฺมณปจฺจยสทิสํ ฯ
๑๓๒๗... สหชาตปจฺจยา ... อญฺญมญฺญปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปาเก ขนฺเธ ปจฺจยา วตฺถุ ฯ วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อญฺญมญฺญปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา วตฺถุ จ เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา วตฺถุ จ ฯ
๑๓๒๘วิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๓๒๙เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา ตโย มหาภูตา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา ตโย มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปจฺจยา เทฺว มหาภูตา วตฺถุํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ
๑๓๓๐วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ จกฺขายตนญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา โสต ... ฆาน ... ชิวฺหา ... กาย ... วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๓๓๑วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๓๓๒วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นิสฺสยปจฺจยา ฯ สหชาตสทิสํ ฯ อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา วตฺถุํ ปุเรชาตปจฺจยา ฯ อนนฺตรสทิสํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๑๓๓๓วิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาเสวนปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ ปจฺจยา เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๓๓๔เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาเสวนปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ฯเปฯ วตฺถุํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาเสวนปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา ฯ
๑๓๓๕วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาเสวนปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๓๓๖วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ กมฺมปจฺจยา ตีณิ ฯ สหชาตสทิสํ ฯ
๑๓๓๗วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปากปจฺจยา ตีณิ ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปากปจฺจยา เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา ตโย มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปจฺจยา เทฺว มหาภูตา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ วิปาโก จ อุภยญฺจ ตีณิ ฯ วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ตีณิ ฯ อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ
๑๓๓๘เหตุยา สตฺตรส อารมฺมเณ สตฺต อธิปติยา สตฺตรส อนนฺตเร สตฺต สมนนฺตเร สตฺต สหชาเต สตฺตรส อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย สตฺตรส อุปนิสฺสเย สตฺต ปุเรชาเต สตฺต อาเสวเน จตฺตาริ กมฺเม สตฺตรส วิปาเก นว อาหาเร สตฺตรส อินฺทฺริเย สตฺตรส ฌาเน สตฺตรส มคฺเค สตฺตรส สมฺปยุตฺเต สตฺต วิปฺปยุตฺเต สตฺตรส อตฺถิยา สตฺตรส นตฺถิยา สตฺต วิคเต สตฺต อวิคเต สตฺตรส ฯ
๑๓๓๙เหตุปจฺจยา อารมฺมเณ สตฺต ... อธิปติยา สตฺตรส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... อวิคเต สตฺตรส ฯ ยถา กุสลตฺติเก คณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑๓๔๐วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ วิปากํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตีณิ ฯ วิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ฯ {๑๓๔๐.๑} เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ {๑๓๔๐.๒} เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา วิปากา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ วิปากญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ... เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ ... วิปาโก จ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา ฯ {๑๓๔๐.๓} วิปากธมฺมธมฺมญฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา วิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ วิปากํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพานิ ปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ ฯ
๑๓๔๑นเหตุยา ทฺวาทส นอารมฺมเณ ปญฺจ นอธิปติยา สตฺตรส นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร ปญฺจ นอญฺญมญฺเญ ปญฺจ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต ทฺวาทส นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน สตฺตรส นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน จตฺตาริ นมคฺเค นว นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ
๑๓๔๒นเหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา ทฺวาทส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... โนวิคเต ตีณิ ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปจฺจนียคณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑๓๔๓เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ปญฺจ ... นอธิปติยา สตฺตรส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... โนวิคเต ปญฺจ ฯ ยถา กุสลตฺติเก อนุโลมปจฺจนียคณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑๓๔๔นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ สตฺต ... อนนฺตเร สตฺต สมนนฺตเร สตฺต ฯเปฯ ... อวิคเต ทฺวาทส ฯ นเหตุปจฺจยา นอารมฺมณปจฺจยา สหชาเต ตีณิ ... อญฺญมญฺเญ เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... อวิคเต ตีณิ ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปจฺจนียานุโลมคณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ ปจฺจยวาโร นิฏฺฐิโต ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓และ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นกฏัตตารูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็น เหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ใน ปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น กฏัตตารูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โสตวิญญาณทำโสตายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฆานวิญญาณทำฆานายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ชิวหาวิญญาณทำชิวหายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นกายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ทำขันธ์ ๒ และจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย... ขันธ์ ๓ ทำ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก ... มี ๓ วาระ (อธิปติปัจจัยไม่มีในปฏิสนธิขณะ) ... ทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นมหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตต-สมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) อนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับอารัมมณปัจจัย)อัญญมัญญปัจจัย
... เพราะสหชาตปัจจัย ฯลฯ เพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุทำขันธ์ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์๓ และหทัยวัตถุทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒และหทัยวัตถุทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นขันธ์ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ทำขันธ์ ๒ และจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กายฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร นิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนิสสยปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับสหชาตปัจจัย) อุปนิสสยปัจจัยและปุเรชาตปัจจัย
... เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย ... ได้แก่ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับอนันตรปัจจัย) (ย่อ) อาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ (ปัจจัยนี้เหมือนกับสหชาตปัจจัย)วิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นวิบากและสภาวธรรมทั้ง ๒ มี ๓ วาระ ... ทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... มี๓ วาระ อาหารปัจจัยเป็นต้น ... เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัยเพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร อนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๗ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ วิคตปัจจัย มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ เหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ (พึงนับเหมือนการนับในกุสลติกะ) อนุโลม จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นวิบาก ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นอเหตุกะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๔)
สภาวธรรมที่เป็นวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็น เหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น นอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทำสภาวธรรมที่เป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย (ย่อ พึงขยายทุกบทให้พิสดาร)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๑๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๑๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร นฌานปัจจัย มี ๔ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ นเหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๔ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๔ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับเหมือนการนับปัจจนียะในกุสลติกะ) ปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๔๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๓. ปัจจยวาร ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ ฯลฯ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับเหมือนการนับอนุโลมปัจจนียะในกุสลติกะ)อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๗ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๗ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๔ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๔. นิสสยวาร ฌานปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๗ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๗ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ ติกนัย สหชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ (พึงนับเหมือนการนับปัจจนียานุโลมในกุสลติกะ) ปัจจนียานุโลม จบ ปัจจยวาร จบ
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๑๒๓๘ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถศึกษาอรรถกถาอธิบายเนื้อความในข้ออื่นๆ ดังนี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ มาติกานิกเขปวาร ปัจจัย ๒๔