ปัจฉาชาตมูลก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปจฺฉาชาตมูลกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ ปัจฉาชาตมูลกนัย
ปจฺฉาชาตปจฺจยา นเหตุยา ตีณิ ... นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา ตีณิ นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นสหชาเต ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นนิสฺสเย ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นอาหาเร ตีณิ นอินฺทฺริเย ตีณิ นฌาเน ตีณิ นมคฺเค ตีณิ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ปจฺฉาชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ นเหตุยา ตีณิ ... นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา ตีณิ นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นสหชาเต ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นนิสฺสเย ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นอาหาเร ตีณิ นอินฺทฺริเย ตีณิ นฌาเน ตีณิ นมคฺเค ตีณิ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ ปจฺฉาชาตมูลกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ที่มีวาระ ๓ คือ ปัจฉาชาต วิปปยุตต อัตถิอวิคตปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย ที่มีวาระ ๓ คือ ฯลฯ " อธิปติปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อนันตรปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " สมนันตรปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " สหชาตปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อัญญมัญญปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " นิสสยปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อุปนิสสยปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " ปุเรชาตปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อาเสวนปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " กัมมปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " วิปากปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อาหารปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อินทริยปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " ฌานปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " มัคคปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " สัมปยุตตปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " นัตถิปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " วิคตปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ ปัจฉาชาตมูลกนัย จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปัจฉาชาตทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๘๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร นสมนันตรปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นสหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (๒๐) ปัจฉาชาตฆฏนา (๑)
นเหตุปัจจัย กับปัจจัย ๔ คือ ปัจฉาชาตะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตะ มี ๓ วาระ นอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๘๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร นนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตมูลกนัย จบ
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๗๕๒ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอนุโลมปัจจนียนัย
พึงทราบวินิจฉัยในอนุโลมปัจจนียนัย ต่อไป
ปัจจัยใดๆ ในบรรดาปัจจัยที่มีการนับแล้ว ในอนุโลมอย่างนี้คือ เหตุยา สตฺต, อารมฺมเณ นว ในเหตุปัจจัยมี ๗ วาระ ในอารัมมณปัจจัยมี ๗ วาระ และในปัจจนียะ อย่างนี้คือ นเหตุยา ปณฺณรส, นอารมฺมเณ ปณฺณรส ในนเหตุปัจจัยมี ๑๕ วาระ,ในนอารัมมณปัจจัยมี ๑๕ วาระ ตั้งอยู่แล้วโดยอนุโลม ผู้ศึกษาพึงทราบการนับด้วยอำนาจแห่งวาระที่เหมือนกันในบรรดาวาระที่ได้แล้วในปัจจนียนัย แห่งปัจจัยนั้นๆ อันตั้งอยู่แล้วโดยความเป็นปัจจนียะ กับวาระอันได้แล้วในอนุโลมนัยแห่งปัจจัยนั้นๆ.
จริงอยู่ ในอนุโลมนัย วาระ ๗ ได้แล้วในคำว่า เหตุยา สตฺต ในเหตุปัจจัยมี ๗ วาระ ในปัจจนียะ วาระ ๑๕ ในอารัมมณปัจจัยได้แล้วในคำว่า นอารมฺมเณ ปณฺณรส ในนอารัมมณปัจจัยมี ๑๕ วาระ
บรรดาวาะ ๑๕ ที่ท่านกล่าวไว้ในนอารัมมณปัจจัย วาระ ๗ เหล่านี้คือ กุสโล กุสลสฺส อพฺยากตสฺส กุสลาพยากตสฺส, อกุสโล อกุสลสฺส อพฺยากตสฺส อกุสลาพยากตสฺส อพฺยากโต อพฺยากตสฺส(๗ วาระคือ กุ - กุ, กุ - อัพ, กุ - กุ.อัพ, อกุ - อกุ, อกุ - อัพ, อกุ - อกุ.อัพ และอัพ - อัพ) เหมือนกันกับวาระ ๗ ที่ท่านกล่าวไว้ในเหตุปัจจัย.
คำว่า เหตุปจฺจยา นอารมฺมเฌ สตฺต เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัยมี ๗ วาระ ท่านกล่าวหมายเอาวาระ ๗ เหล่านั้น. แม้ในคำว่า นอธิปติยา สตฺต ในนอธิปติปัจจัย มี ๗ วาระ เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. ส่วนในนสหชาตปัจจัย ย่อมไม่ได้วาระ แม้สักอย่างหนึ่ง เพราะเหตุปัจจัยที่ไม่เกิดพร้อมกันไม่มี เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่แต่งโยชนาด้วยสหชาตปัจจัยนั้น.
วาระ ๓ มีกุศลเป็นต้น ย่อมได้แก่รูปาพยากตะในนอัญญมัญญปัจจัย.
คำว่า ตีณิ ท่านหมายเอาวาระ ๓ เหล่านั้น ในนสัมปยุตตปัจจัยก็เหมือนกัน ส่วนในนวิปปยุตตปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบวาระ ๓ ด้วยอำนาจแห่งอรูปธรรม คือกุศลเป็นปัจจัยแก่กุศล อกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศล อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ.
นนิสสยะ โนอัตถิ โนอวิคตปัจจัย ย่อมมีไม่ได้ เหมือนสหชาตปัจจัย เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่แต่งโยชนาเชื่อมกับปัจจัยเหล่านั้น. ในข้อนี้มีการกำหนด ๒ อย่าง คือ สตฺต = ๗ ตีณิ = ๓ ด้วยประการฉะนี้. ผู้ศึกษาพึงลดจำนวนแห่งปัจจัยที่นับได้มากกว่ากับปัจจัยที่นับได้น้อยกว่า ด้วยอำนาจแห่งข้อกำหนดเหล่านั้น แล้วถึงทราบการนับในปัจจัยฆฏนา ทั้งหลายต่อไป.
พึงทราบวินิจฉัยในฆฏนานั้นต่อไป คำว่า เหตุ สหชาต นิสฺสย อตฺถิ อวิคตนฺติ นอารมฺมเณ สตฺต ความว่า ผู้ศึกษาพึงทราบว่า ในนอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ โดยนัยนี้ว่า กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม เพราะปัจจัย ๕ คือเหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ อวิคตปัจจัย. กุศลเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ อวิคตะและนอารัมมณปัจจัย.
แม้ในคำว่า นาธิปติยา สตฺต เป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน.
ในฆฏนาที่ ๒ ท่านกล่าว่า ตีณิ = ๓ ในปัจจัยที่เหลือ เว้นนสัมปยุตตปัจจัย เพราะผนวกอัญญมัญญปัจจัยเข้าไปด้วย. ส่วนในนสัมปยุตตปัจจัย ท่านกล่าว่า เอกํ = ๑ หมายถึงนามและรูปในปฏิสนธิกาล ซึ่งวิปปยุตตกันและกัน ฯ ก็ในอธิการนี้ย่อมไม่ได้อัญญมัญญปัจจัย โดยเป็นปัจจนียะ เพราะผนวกเข้าในอนุโลมฆฏนา เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่กล่าวว่า นอญฺญมญฺเญ. ปัจจัยที่เข้าได้แม้ในฆฏนาที่เหลือ ก็ย่อมไม่ได้โดยเป็นปัจจนียะเหมือนในอธิการนี้.
ในฆฏนาที่ ๓ มีวิสัชนา ๓ วาระเท่านั้น เพราะสัมปยุตตปัจจัยถูกผนวกเข้าไปด้วย.
ในฆฏนาที่ ๔ มีวิสัชนา ๓ วาระ คือกุศลเป็นต้นเป็นปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เพราะผนวกวิปปยุตตปัจจัยเข้าไปด้วย.
ในฆฏนาที่ ๕ เพราะมีวิบากเข้าไปด้วยในที่ทุกแห่ง จึงมีวิสัชนา ๑ วาระ คืออัพยากตะ กับอัพยากตะ. ในวิปากะและสัมปยุตตปัจจัยนอกจากนี้ก็นัยนี้เหมือนกัน.
คำว่า เหตุสหชาตนิสฺสยอินฺทริยมคฺคอตฺถิอวิคตนฺติ นอารมฺมเณ จตฺตาริ เพราะปัจจัย ๗ คือเหตุ สหชาตะ นิสสยะ อินทริยะ มัคคะ อัตถิ อวิคตะในนอารัมมณปัจจัยมี ๔ วาระ ความว่า ผู้ศึกษาพึงทราบวิสัชนา ๔ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย ด้วยอำนาจแห่งปัจจัย ๗ เหล่านั้นคือกุศลเป็นปัจจัยแก่กุศล กุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ กุศลเป็นปัจจัยแก่กุสลาพยากตะ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ. แม้ในฆฏนาที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน ฯ
สองบทว่า นอญฺญมญฺเญ เทฺว ในนอัญญมัญญปัจจัยมี ๒ วาระ คือกุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ. แม้ในวิสัชนา ๒ ข้างหน้าก็นัยนี้เหมือนกัน. ผู้ศึกษาพึงทราบวิธีนับด้วยอำนาจแห่งปัจจัยที่ได้ในฆฏนาทั้งหมด โดยอุบายนี้.
ก็ฆฏนาเหล่านี้ทั้งหมดท่านกล่าว่ามี ๔๑๕ ฆฏนา ด้วยอำนาจสหชาตฆฏนา และด้วยอำนาจปกิณณกฆฏนา ในอนุโลมปัจจนียนัยนี้ ในบรรดาฆฏนาทั้งหลายเหล่านั้น ปัจจัยแม้อย่างหนึ่งในบรรดาปัจจัยทั้งหลายที่ตั้งอยู่โดยเป็นอนุโลมในฆฏนานั้นๆ ย่อมไม่ได้โดยเป็นปัจจนียะ.
ก็ในเหตุมูลกนัยนี้ ปัจจัย ๑๙ มาแล้วโดยเป็นปัจจนียะ เพราะปัจจัย ๕ ตั้งอยู่แล้วโดยเป็นอนุโลมในฆฏนาที่ ๑ ปัจจัยที่เหลือเฉพาะที่เป็นอนุโลมมาแล้วโดยเป็นปัจจนียะ.
แม้ในปัจจัยที่เหลือก็เมื่อว่าโดยอนุโลมในอธิการนี้ บรรดาปัจจัยเป็นอันมากปัจจัยอย่างหนึ่งๆ เท่านั้น ที่มาแล้วโดยเป็นปัจจนียะ ผู้ศึกษาพึงทราบวิธีนี้ทั้งหมดตามสมควร แม้ในนัยที่มีอารัมมณปัจจัยเป็นมูลเป็นต้น เหมือนนัยที่มีเหตุปัจจัยเป็นมูล ฉะนั้น.
อนุโลมปัจจนียนัย จบ. -----------------------------------------------------