อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ไทย · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๗๘

ปัจฉาชาตมูลก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๗๘–๘๗๙2 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ ปัจฉาชาตมูลกนัย

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ที่มีวาระ ๓ คือ ปัจฉาชาต วิปปยุตต อัตถิอวิคตปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย ที่มีวาระ ๓ คือ ฯลฯ " อธิปติปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อนันตรปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " สมนันตรปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " สหชาตปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อัญญมัญญปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " นิสสยปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อุปนิสสยปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " ปุเรชาตปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อาเสวนปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " กัมมปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " วิปากปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อาหารปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " อินทริยปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " ฌานปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " มัคคปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " สัมปยุตตปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " นัตถิปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ " วิคตปัจจัย " ๓ คือ ฯลฯ ปัจฉาชาตมูลกนัย จบ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปัจฉาชาตทุกนัย

ข้อ ๕๗๙

นเหตุปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร นสมนันตรปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นสหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (๒๐) ปัจฉาชาตฆฏนา (๑)

ข้อ ๕๘๐

นเหตุปัจจัย กับปัจจัย ๔ คือ ปัจฉาชาตะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตะ มี ๓ วาระ นอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร นนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตมูลกนัย จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๗๕๒ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอนุโลมปัจจนียนัย

พึงทราบวินิจฉัยในอนุโลมปัจจนียนัย ต่อไป

ปัจจัยใดๆ ในบรรดาปัจจัยที่มีการนับแล้ว ในอนุโลมอย่างนี้คือ เหตุยา สตฺต, อารมฺมเณ นว ในเหตุปัจจัยมี ๗ วาระ ในอารัมมณปัจจัยมี ๗ วาระ และในปัจจนียะ อย่างนี้คือ นเหตุยา ปณฺณรส, นอารมฺมเณ ปณฺณรส ในนเหตุปัจจัยมี ๑๕ วาระ,ในนอารัมมณปัจจัยมี ๑๕ วาระ ตั้งอยู่แล้วโดยอนุโลม ผู้ศึกษาพึงทราบการนับด้วยอำนาจแห่งวาระที่เหมือนกันในบรรดาวาระที่ได้แล้วในปัจจนียนัย แห่งปัจจัยนั้นๆ อันตั้งอยู่แล้วโดยความเป็นปัจจนียะ กับวาระอันได้แล้วในอนุโลมนัยแห่งปัจจัยนั้นๆ.

จริงอยู่ ในอนุโลมนัย วาระ ๗ ได้แล้วในคำว่า เหตุยา สตฺต ในเหตุปัจจัยมี ๗ วาระ ในปัจจนียะ วาระ ๑๕ ในอารัมมณปัจจัยได้แล้วในคำว่า นอารมฺมเณ ปณฺณรส ในนอารัมมณปัจจัยมี ๑๕ วาระ

บรรดาวาะ ๑๕ ที่ท่านกล่าวไว้ในนอารัมมณปัจจัย วาระ ๗ เหล่านี้คือ กุสโล กุสลสฺส อพฺยากตสฺส กุสลาพยากตสฺส, อกุสโล อกุสลสฺส อพฺยากตสฺส อกุสลาพยากตสฺส อพฺยากโต อพฺยากตสฺส(๗ วาระคือ กุ - กุ, กุ - อัพ, กุ - กุ.อัพ, อกุ - อกุ, อกุ - อัพ, อกุ - อกุ.อัพ และอัพ - อัพ) เหมือนกันกับวาระ ๗ ที่ท่านกล่าวไว้ในเหตุปัจจัย.

คำว่า เหตุปจฺจยา นอารมฺมเฌ สตฺต เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัยมี ๗ วาระ ท่านกล่าวหมายเอาวาระ ๗ เหล่านั้น. แม้ในคำว่า นอธิปติยา สตฺต ในนอธิปติปัจจัย มี ๗ วาระ เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. ส่วนในนสหชาตปัจจัย ย่อมไม่ได้วาระ แม้สักอย่างหนึ่ง เพราะเหตุปัจจัยที่ไม่เกิดพร้อมกันไม่มี เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่แต่งโยชนาด้วยสหชาตปัจจัยนั้น.

วาระ ๓ มีกุศลเป็นต้น ย่อมได้แก่รูปาพยากตะในนอัญญมัญญปัจจัย.

คำว่า ตีณิ ท่านหมายเอาวาระ ๓ เหล่านั้น ในนสัมปยุตตปัจจัยก็เหมือนกัน ส่วนในนวิปปยุตตปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบวาระ ๓ ด้วยอำนาจแห่งอรูปธรรม คือกุศลเป็นปัจจัยแก่กุศล อกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศล อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ.

นนิสสยะ โนอัตถิ โนอวิคตปัจจัย ย่อมมีไม่ได้ เหมือนสหชาตปัจจัย เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่แต่งโยชนาเชื่อมกับปัจจัยเหล่านั้น. ในข้อนี้มีการกำหนด ๒ อย่าง คือ สตฺต = ๗ ตีณิ = ๓ ด้วยประการฉะนี้. ผู้ศึกษาพึงลดจำนวนแห่งปัจจัยที่นับได้มากกว่ากับปัจจัยที่นับได้น้อยกว่า ด้วยอำนาจแห่งข้อกำหนดเหล่านั้น แล้วถึงทราบการนับในปัจจัยฆฏนา ทั้งหลายต่อไป.

พึงทราบวินิจฉัยในฆฏนานั้นต่อไป คำว่า เหตุ สหชาต นิสฺสย อตฺถิ อวิคตนฺติ นอารมฺมเณ สตฺต ความว่า ผู้ศึกษาพึงทราบว่า ในนอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ โดยนัยนี้ว่า กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม เพราะปัจจัย ๕ คือเหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ อวิคตปัจจัย. กุศลเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ อวิคตะและนอารัมมณปัจจัย.

แม้ในคำว่า นาธิปติยา สตฺต เป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน.

ในฆฏนาที่ ๒ ท่านกล่าว่า ตีณิ = ๓ ในปัจจัยที่เหลือ เว้นนสัมปยุตตปัจจัย เพราะผนวกอัญญมัญญปัจจัยเข้าไปด้วย. ส่วนในนสัมปยุตตปัจจัย ท่านกล่าว่า เอกํ = ๑ หมายถึงนามและรูปในปฏิสนธิกาล ซึ่งวิปปยุตตกันและกัน ฯ ก็ในอธิการนี้ย่อมไม่ได้อัญญมัญญปัจจัย โดยเป็นปัจจนียะ เพราะผนวกเข้าในอนุโลมฆฏนา เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่กล่าวว่า นอญฺญมญฺเญ. ปัจจัยที่เข้าได้แม้ในฆฏนาที่เหลือ ก็ย่อมไม่ได้โดยเป็นปัจจนียะเหมือนในอธิการนี้.

ในฆฏนาที่ ๓ มีวิสัชนา ๓ วาระเท่านั้น เพราะสัมปยุตตปัจจัยถูกผนวกเข้าไปด้วย.

ในฆฏนาที่ ๔ มีวิสัชนา ๓ วาระ คือกุศลเป็นต้นเป็นปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เพราะผนวกวิปปยุตตปัจจัยเข้าไปด้วย.

ในฆฏนาที่ ๕ เพราะมีวิบากเข้าไปด้วยในที่ทุกแห่ง จึงมีวิสัชนา ๑ วาระ คืออัพยากตะ กับอัพยากตะ. ในวิปากะและสัมปยุตตปัจจัยนอกจากนี้ก็นัยนี้เหมือนกัน.

คำว่า เหตุสหชาตนิสฺสยอินฺทริยมคฺคอตฺถิอวิคตนฺติ นอารมฺมเณ จตฺตาริ เพราะปัจจัย ๗ คือเหตุ สหชาตะ นิสสยะ อินทริยะ มัคคะ อัตถิ อวิคตะในนอารัมมณปัจจัยมี ๔ วาระ ความว่า ผู้ศึกษาพึงทราบวิสัชนา ๔ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย ด้วยอำนาจแห่งปัจจัย ๗ เหล่านั้นคือกุศลเป็นปัจจัยแก่กุศล กุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ กุศลเป็นปัจจัยแก่กุสลาพยากตะ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ. แม้ในฆฏนาที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน ฯ

สองบทว่า นอญฺญมญฺเญ เทฺว ในนอัญญมัญญปัจจัยมี ๒ วาระ คือกุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ. แม้ในวิสัชนา ๒ ข้างหน้าก็นัยนี้เหมือนกัน. ผู้ศึกษาพึงทราบวิธีนับด้วยอำนาจแห่งปัจจัยที่ได้ในฆฏนาทั้งหมด โดยอุบายนี้.

ก็ฆฏนาเหล่านี้ทั้งหมดท่านกล่าว่ามี ๔๑๕ ฆฏนา ด้วยอำนาจสหชาตฆฏนา และด้วยอำนาจปกิณณกฆฏนา ในอนุโลมปัจจนียนัยนี้ ในบรรดาฆฏนาทั้งหลายเหล่านั้น ปัจจัยแม้อย่างหนึ่งในบรรดาปัจจัยทั้งหลายที่ตั้งอยู่โดยเป็นอนุโลมในฆฏนานั้นๆ ย่อมไม่ได้โดยเป็นปัจจนียะ.

ก็ในเหตุมูลกนัยนี้ ปัจจัย ๑๙ มาแล้วโดยเป็นปัจจนียะ เพราะปัจจัย ๕ ตั้งอยู่แล้วโดยเป็นอนุโลมในฆฏนาที่ ๑ ปัจจัยที่เหลือเฉพาะที่เป็นอนุโลมมาแล้วโดยเป็นปัจจนียะ.

แม้ในปัจจัยที่เหลือก็เมื่อว่าโดยอนุโลมในอธิการนี้ บรรดาปัจจัยเป็นอันมากปัจจัยอย่างหนึ่งๆ เท่านั้น ที่มาแล้วโดยเป็นปัจจนียะ ผู้ศึกษาพึงทราบวิธีนี้ทั้งหมดตามสมควร แม้ในนัยที่มีอารัมมณปัจจัยเป็นมูลเป็นต้น เหมือนนัยที่มีเหตุปัจจัยเป็นมูล ฉะนั้น.

อนุโลมปัจจนียนัย จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา