เหตุทุกสนิทัสสนสัปปฏิฆัตติกะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เหตุทุกสนิทสฺสนสปฺปฏิฆตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร
๘๖๙นเหตุํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ ... อธิปติปจฺจยา: สหชาตปจฺจยา: อญฺญมญฺญปจฺจยา: นิสฺสยปจฺจยา: กมฺมปจฺจยา: วิปากปจฺจยา: อาหารปจฺจยา: อินฺทฺริยปจฺจยา: ฌานปจฺจยา: มคฺคปจฺจยา: วิปฺปยุตฺตปจฺจยา: อตฺถิปจฺจยา: อวิคตปจฺจยา: ฯ
๘๗๐เหตุยา เอกํ อธิปติยา เอกํ สหชาเต เอกํ อญฺญมญฺเญ เอกํ นิสฺสเย เอกํ กมฺเม เอกํ วิปาเก เอกํ อาหาเร เอกํ อินฺทฺริเย เอกํ ฌาเน เอกํ มคฺเค เอกํ วิปฺปยุตฺเต เอกํ อตฺถิยา เอกํ อวิคเต เอกํ ฯ
๘๗๑นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ เอกํ นอธิปติยา เอกํ ฯ สพฺเพ ปจฺจยา กาตพฺพา ฯเปฯ โนวิคเต เอกํ ฯ ปญฺหาวาโร
๘๗๒นเหตุ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม นเหตุสฺส อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สพฺพตฺถ เอกํ ฯ --------- ปฏิจฺจวาโร
๘๗๓เหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นเหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ เหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ นเหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ
๘๗๔เหตุยา นว อารมฺมเณ นว กมฺเม นว วิปาเก นว อาหาเร นว อวิคเต นว ฯ
๘๗๕นเหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: นเหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: ฯ
๘๗๖นเหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: ตีณิ ฯ
๘๗๗เหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: ฯ
๘๗๘นเหตุยา เทฺว นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ
๘๗๙เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ฯ
๘๘๐นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ฯ สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิสา วิตฺถาเรตพฺพา ฯ ปญฺหาวาโร
๘๘๑เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม เหตุสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ
๘๘๒เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม เหตุสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
๘๘๓เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม เหตุสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ตีณิ ฯ นเหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม นเหตุสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ตีณิ ฯ เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ นเหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา เหตุสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ ตีณิ ฯ
๘๘๔เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ตีณิ วิปาเก นว อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย นว ฌาเน ตีณิ มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต นว วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ
๘๘๕เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม เหตุสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
๘๘๖นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว ฯ
๘๘๗เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ฯ
๘๘๘นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปญฺหาวารสฺส อนุโลมมฺปิ ปจฺจนียมฺปิ อนุโลมปจฺจนียมฺปิ ปจฺจนียานุโลมมฺปิ คณิตํ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ เหตุทุกสนิทสฺสนสปฺปฏิฆตฺติกํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกติกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๑. เหตุทุกะ ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๑. อนิทัสสนสัปปฏิฆบท ๑. ปฏิจจวาร ปัจจยจตุกกนัย - เหตุปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้แต่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้แต่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัยเพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะกัมมปัจจัยเพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัยเพราะมัคคปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัยสุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ (ย่อ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๒๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกติกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ (พึงเพิ่มปัจจัยทั้งหมด) ฯลฯ โนวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ (ย่อ)๑. อนิทัสสนสัปปฏิฆบท ๗. ปัญหาวาร ปัจจยจตุกกนัย - สหชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) ๒. อนิทัสสนอัปปฏิฆบท ๑. ปฏิจจวาร ปัจจยจตุกกนัย - เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๒๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกติกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (ย่อ) นเหตุปัจจัยและนอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (ย่อ)
นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๒๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกติกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ (ย่อ) (พึงขยายสหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวารให้พิสดารเหมือนกับปฏิจจวาร) ๒. อนิทัสสนอัปปฏิฆบท ๗. ปัญหาวาร ปัจจยจตุกกนัย - เหตุปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คืออารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๒๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกติกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คืออารัมมณาธิปติ มี ๓ วาระ (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (ย่อ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๒๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกติกปัฏฐาน] ๒. สเหตุกทุกะ ๑. กุสลติกะ ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (ย่อ)
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ (ย่อ) นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ (ย่อ) (พึงนับเหมือนอนุโลม ปัจจนียะ อนุโลมปัจจนียะ และปัจจนียานุโลมแห่งปัญหาวารในกุสลติกะที่นับไว้แล้ว) เหตุทุกะและสนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุกติกปัฏฐาน
ในทุกติกปัฏฐาน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแต่งเทศนาโดยสังเขป ด้วยอำนาจการยกเฉพาะปัญหาขึ้น อย่างนี้ว่า เหตุ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ กุสโล ธมฺโม อุปฺปปชฺชติ เหตุปจฺจยา ผู้ศึกษาควรกล่าวความพิสดาร โดยนัยว่า อโทสเหตุ อโมหเหตุ อาศัยกุศลเหตุ คืออโลภะเป็นต้นความพิสดารนั้นแม้จะไม่ได้กล่าวไว้ ก็อาจทราบได้ โดยนัยที่แสดงไว้แล้วในหนหลัง เพราะฉะนั้น จึงไม่ตรัสปัจจัยสักอย่างหนึ่งไว้ แม้ในบทเดียว.
ก็เทศนาที่แสดงไว้โดยย่อนั้น พึงทราบว่าเทศนานั้นทรงแสดงอย่างนี้.
จริงอยู่ พระองค์ทรงเชื่อมกุศลบทกับเหตุทุกะ แล้วแสดงปัจจัยที่ได้อยู่ทั้งหมด ด้วยอำนาจอนุโลมและปัจจนียนัย ในปฏิจจวาระ ไม่ทรงแสดงอนุโลมปัจจนียนัย และปัจจนียานุโลมนัย และสหชาตวาระเป็นต้น แล้วตรัสว่า ทั้งหมดควรขยายให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาระนั่นแหละ.
แม้ในปัญหาวาระ พระองค์ไม่ทรงวิสัชนาปัญหา ทรงยกปัจจัยอย่างเดียว แล้วทรงแสดงปัจจัยที่ได้อยู่ด้วยอำนาจอนุโลมปัจจนียนัยเท่านั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้ศึกษาพึงเชื่อมแม้อกุสลาพยากตบทกับเหตุทุกะ แล้วแสดงไข เหตุกุสลทุกติกะ เหมือนอย่างกุศลบท. ต่อจากนั้นทรงแสดงทุกติกะ ๒๑ มีเหตุเวทนาทุกติกะเป็นต้น โดยนัยว่า เหตุํ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ เป็นต้น.
ก็เพราะเหตุที่เห็นได้กระทบได้ หรือเห็นไม่ได้กระทบได้ ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้นจึงไม่ทรงเชื่อมสนิทัสสนสัปปฏิฆะและอนิทัสสนสัปปฏิฆบทกับเหตุบท. ทรงเชื่อมติกะ ๒๒ ที่มีได้กับเหตุทุกะ ดังอธิบายมาแล้ว ทรงเชื่อมติกะเหล่านั้นกับทุกะทั้งหมด มีสเหตุกทุกะเป็นต้น มีสรณทุกะเป็นที่สุดอีก.
ในทุกะเหล่านั้น บทใดๆ ไม่ประกอบร่วมกับบทใดๆ บทนั้นๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในบาลีนั้นเองว่ามีไม่ได้ ในอธิการนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าประกอบติกะ ๒๒ กับทุกะ ๑ แล้วประกอบติกะ ๒๒ กับทุกะบทที่ได้อยู่ใน ๑๐๐ ทุกะ ตามลำดับ คือติกะ ๒๒ ติกะ กับทุกะอื่น ติกะ ๒๒ ติกะ กับทุกะอื่นอีกพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาติกะ ๒๒ ติกะ ดังว่ามานี้ แล้วผนวกเข้าใน ๑๐๐ ทุกะ แสดงปัฏฐานชื่อว่าทุกติกปัฏฐาน ในทุกติกปัฏฐานนั้น ในฐานะใดๆ ทรงแสดงนัยแล้วทำการย่อไว้ในบาลี ผู้ศึกษาพึงทราบความพิสดารแห่งบาลีนั้น ตามสมควรแก่นัยที่ทรงแสดงไว้ในฐานะนั้นๆ แล.
อรรถกถาทุกติกปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------