วิธาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จกฺกวตฺติวคฺโค ปญฺจโม
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค จักกวัตติวรรคที่ ๕ วิธาสูตร ละมานะ ๓ เพราะโพชฌงค์
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เย หิ เกจิ ภิกฺขเว อตีตมทฺธานํ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ติสฺโส วิธา ปชหึสุ สพฺเพ เต สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ฯ เย หิ เกจิ ภิกฺขเว อนาคตมทฺธานํ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ติสฺโส วิธา ปชหิสฺสนฺติ สพฺเพ เต สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ฯ เย หิ เกจิ ภิกฺขเว เอตรหิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ติสฺโส วิธา ปชหนฺติ สพฺเพ เต สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ฯ
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในอดีตกาล ละมานะ ๓ อย่างได้แล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ละได้แล้วก็เพราะโพชฌงค์ ๗ อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในอนาคตกาล จักละมานะ ๓ อย่างได้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด จักละได้ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในปัจจุบันละมานะ ๓ อย่างได้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ละได้ก็เพราะโพชฌงค์ ๗อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว.
กตเมสํ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ ฯ สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส เย หิ เกจิ ภิกฺขเว อตีตมทฺธานํ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ติสฺโส วิธา ปชหึสุ ฯเปฯ ปชหิสฺสนฺติ ฯเปฯ ปชหนฺติ สพฺเพ เต อิเมสํเยว สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตาติ ฯ
โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน? คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในอดีตกาล ละมานะ ๓ อย่างได้แล้ว ... สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในอนาคตกาล จักละมานะ ๓ อย่างได้ ... สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในปัจจุบัน ละมานะ ๓ อย่างได้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ละได้ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว. จบ สูตรที่ ๑
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๒. โพชฌังคสังยุต] ๕. จักกวัตติวรรค ๒. จักกวัตติสูตร ๕. จักกวัตติวรรค หมวดว่าด้วยพระเจ้าจักรพรรดิ ๑. วิธาสูตร ว่าด้วยมานะ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์ทั้งปวงที่ละมานะ(ความถือตัว) ๓ ประการในอดีตได้ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ ประการที่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งปวงเจริญ ทำให้มากแล้ว สมณะหรือพราหมณ์ทั้งปวงที่จักละมานะ๓ ประการในอนาคตได้ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ ประการที่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งปวงเจริญ ทำให้มากแล้ว สมณะหรือพราหมณ์ทั้งปวงที่ละมานะ ๓ ประการได้ในปัจจุบันก็เพราะโพชฌงค์ ๗ ประการที่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งปวงเจริญทำให้มากแล้ว โพชฌงค์ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ ๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์ทั้งปวงที่ละมานะ ๓ ประการในอดีตได้ฯลฯ จักละ ฯลฯ ละมานะ ๓ ประการในปัจจุบันได้ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ ประการนี้ที่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งปวงเจริญ ทำให้มากแล้ว” วิธาสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จักกวัตติวรรคที่ ๕ อรรถกถาวิธาสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในวิธาสูตรที่ ๑ แห่งจักกวัตติวรรคที่ ๕
บทว่า ติสฺโส วิธา ได้แก่ หมวดแห่งมานะ ๓ อย่าง.
อีกอย่างหนึ่ง มานะอย่างเดียว ก็เพราะท่านจัดไว้อย่างนั้นๆ จึงกล่าวมานะว่า ๓ อย่างเหมือนกัน.
จบอรรถกถาวิธาสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------