อัมพปาลิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๒๘๑เอกํ สมยํ อายสฺมา จ อนุรุทฺโธ อายสฺมา จ สารีปุตฺโต เวสาลิยํ วิหรนฺติ อมฺพปาลิวเน ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ อนุรุทฺธํ เอตทโวจ วิปฺปสนฺนานิ โข เต อาวุโส อนุรุทฺธ อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ มุขวณฺโณ ปริโยทาโต ฯ กตเมนายสฺมา อนุรุทฺโธ วิหาเรน เอตรหิ พหุลํ วิหรตีติ ฯ
๑๒๘๒จตูสุ ขฺวาหํ อาวุโส สติปฏฺฐาเนสุ สูปฏฺฐิตจิตฺโต เอตรหิ พหุลํ วิหรามิ ฯ กตเมสุ จตูสุ ฯ อิธาหํ อาวุโส กาเย กายานุปสฺสี วิหรามิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ เวทนาสุ จิตฺเต ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรามิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ อิเมสุ ขฺวาหํ อาวุโส จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สูปฏฺฐิตจิตฺโต เอตรหิ พหุลํ วิหรามิ ฯ โย โส อาวุโส ภิกฺขุ อรหํ ขีณาสโว วุสิตวา กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสญฺโญชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต โส อิเมสุ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สูปฏฺฐิตจิตฺโต พหุลํ วิหรตีติ ฯ ลาภา โน อาวุโส สุลทฺธํ โน อาวุโส เย มยํ อายสฺมโต อนุรุทฺธสฺส สมฺมุขาว อสฺสุมฺห อาสภิวาจํ ภาสมานสฺสาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. อัมพปาลิวนสูตร ว่าด้วยการสนทนาธรรมในอัมพปาลีวัน
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะและท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ อัมพปาลีวัน เขตกรุงเวสาลี ครั้นในเวลาเย็น ท่านพระสารีบุตรออกจากที่สงัด ฯลฯ นั่ง ณที่สมควร ได้ถามท่านพระอนุรุทธะดังนี้ว่า “ท่านอนุรุทธะ อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก สีหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง ขณะนี้ โดยมากท่านอยู่ด้วยวิหารธรรม (ธรรมเป็นเครื่องอยู่) อะไร” ท่านพระอนุรุทธะตอบว่า “ผู้มีอายุ ขณะนี้ ผมมีจิตตั้งมั่นดีอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ประการ สติปัฏฐาน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ในพระธรรมวินัยนี้ ผม ๑. พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ @เชิงอรรถ : @ ดูเนื้อความเต็มในข้อ ๙๐๒ (ปฐมกัณฏกีสูตร) หน้า ๔๓๕ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๔๓๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๘. อนุรุทธสังยุต] ๑. รโหคตวรรค ๑๐. พาฬหคิลานสูตร ๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯลฯ ๓. พิจารณาเห็นจิตในจิต ฯลฯ ๔. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ผู้มีอายุ ขณะนี้ โดยมากผมมีจิตตั้งมั่นดีอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ ประการนี้ ภิกษุใดเป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว บรรลุประโยชน์ตนโดยลำดับแล้ว สิ้นภวสังโยชน์แล้ว หลุดพ้นเพราะรู้โดยชอบ ภิกษุนั้นโดยมากชื่อว่ามีจิตตั้งมั่นดีอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ ประการนี้” ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “เป็นลาภของพวกเราหนอ พวกเราได้ดีแล้วที่ได้ฟังเฉพาะหน้าท่านอนุรุทธะผู้กล่าวอาสภิวาจา อยู่” อัมพปาลิวนสูตรที่ ๙ จบ ๑๐. พาฬหคิลานสูตร ว่าด้วยพระอนุรุทธะอาพาธหนัก
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะอาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนักอยู่ ณ ป่าอันธวัน เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุจำนวนมากเข้าไปหาท่านถึงที่อยู่แล้วได้ถามท่านพระอนุรุทธะดังนี้ว่า “ท่านอนุรุทธะอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร ทุกขเวทนาทางกายที่เกิดขึ้นแล้ว จึงไม่ครอบงำจิตอยู่ได้” ท่านพระอนุรุทธะตอบว่า “ผู้มีอายุทั้งหลาย ผมมีจิตตั้งมั่นดีอยู่ในสติปัฏฐาน๔ ประการ ทุกขเวทนาทางกายที่เกิดขึ้นแล้ว จึงไม่ครอบงำจิตอยู่ได้ สติปัฏฐาน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ในพระธรรมวินัยนี้ ผม ๑. พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ฯลฯ ๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๓๗๘ (นาลันทสูตร) หน้า ๒๓๐ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๔๔๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัมพปาลิสูตรที่ ๙
อัมพปาลิสูตรที่ ๙. คำว่า อาสภิวาจา หมายถึง วาจาสูงสุดที่ส่องถึงความเป็นพระอรหันต์ของตน.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีใจความตื้นทั้งนั้นแล
จบอรรถกถาอัมพปาลิสูตรที่ ๙ จบรโหคตวรรควรรณนาที่ ๑ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. รโหคตสูตรที่ ๑
๒. รโหคตสูตรที่ ๒
๓. สุตนุสูตร
๔. กัณฏกีสูตรที่ ๑
๕. กัณฏกีสูตรที่ ๒
๖. กัณฏกีสูตรที่ ๓
๗. ตัณหักขยสูตร
๘. สลฬาคารสูตร
๙. อัมพปาลิสูตร
๑๐. คิลานสูตร.
-----------------------------------------------------