อัมพปาลิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อัมพปาลิสูตร ว่าด้วยวิหารธรรม
๑๒๘๑สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะและท่านพระสารีบุตร อยู่ในอัมพปาลีวัน ใกล้เมืองเวสาลี ครั้งนั้นเป็นเวลาเย็น ท่านพระสารีบุตรออกจากที่พักเข้าไปหาท่านพระอนุรุทธะครั้นแล้วได้ถามท่านพระอนุรุทธะว่า ดูกรท่านอนุรุทธะ อินทรีย์ของท่านผ่องใส ผิวหน้าของท่านบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ในเวลานี้ ท่านอนุรุทธะอยู่ด้วยวิหารธรรมข้อไหนมาก?
๑๒๘๒ท่านพระอนุรุทธะตอบว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ เวลานี้ผมมีจิตตั้งมั่นอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ มาก สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน? ผมย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ดูกรท่านผู้มีอายุเวลานี้ ผมมีจิตตั้งมั่นอยู่ในวิหารธรรมเหล่านี้ เป็นอันมากอยู่ ภิกษุใดเป็นอรหันตขีณาสพอยู่จบพรหมจรรย์ มีกิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงแล้ว บรรลุถึงประโยชน์ของตนแล้ว สิ้นสังโยชน์ที่จะนำไปสู่ภพแล้ว เพราะรู้โดยชอบ ภิกษุนั้นมีจิตตั้งมั่นในสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้อยู่มาก. สา. เป็นลาภของเราแล้ว เราได้ดีแล้ว ที่ได้ฟังอาสภิวาจาในที่เฉพาะหน้าท่านพระอนุรุทธะผู้กล่าว. จบ สูตรที่ ๙
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. อัมพปาลิวนสูตร ว่าด้วยการสนทนาธรรมในอัมพปาลีวัน
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะและท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ อัมพปาลีวัน เขตกรุงเวสาลี ครั้นในเวลาเย็น ท่านพระสารีบุตรออกจากที่สงัด ฯลฯ นั่ง ณที่สมควร ได้ถามท่านพระอนุรุทธะดังนี้ว่า “ท่านอนุรุทธะ อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก สีหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง ขณะนี้ โดยมากท่านอยู่ด้วยวิหารธรรม (ธรรมเป็นเครื่องอยู่) อะไร” ท่านพระอนุรุทธะตอบว่า “ผู้มีอายุ ขณะนี้ ผมมีจิตตั้งมั่นดีอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ประการ สติปัฏฐาน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ในพระธรรมวินัยนี้ ผม ๑. พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ @เชิงอรรถ : @ ดูเนื้อความเต็มในข้อ ๙๐๒ (ปฐมกัณฏกีสูตร) หน้า ๔๓๕ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๔๓๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๘. อนุรุทธสังยุต] ๑. รโหคตวรรค ๑๐. พาฬหคิลานสูตร ๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯลฯ ๓. พิจารณาเห็นจิตในจิต ฯลฯ ๔. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ผู้มีอายุ ขณะนี้ โดยมากผมมีจิตตั้งมั่นดีอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ ประการนี้ ภิกษุใดเป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว บรรลุประโยชน์ตนโดยลำดับแล้ว สิ้นภวสังโยชน์แล้ว หลุดพ้นเพราะรู้โดยชอบ ภิกษุนั้นโดยมากชื่อว่ามีจิตตั้งมั่นดีอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ ประการนี้” ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “เป็นลาภของพวกเราหนอ พวกเราได้ดีแล้วที่ได้ฟังเฉพาะหน้าท่านอนุรุทธะผู้กล่าวอาสภิวาจา อยู่” อัมพปาลิวนสูตรที่ ๙ จบ ๑๐. พาฬหคิลานสูตร ว่าด้วยพระอนุรุทธะอาพาธหนัก
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะอาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนักอยู่ ณ ป่าอันธวัน เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุจำนวนมากเข้าไปหาท่านถึงที่อยู่แล้วได้ถามท่านพระอนุรุทธะดังนี้ว่า “ท่านอนุรุทธะอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร ทุกขเวทนาทางกายที่เกิดขึ้นแล้ว จึงไม่ครอบงำจิตอยู่ได้” ท่านพระอนุรุทธะตอบว่า “ผู้มีอายุทั้งหลาย ผมมีจิตตั้งมั่นดีอยู่ในสติปัฏฐาน๔ ประการ ทุกขเวทนาทางกายที่เกิดขึ้นแล้ว จึงไม่ครอบงำจิตอยู่ได้ สติปัฏฐาน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ในพระธรรมวินัยนี้ ผม ๑. พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ฯลฯ ๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๓๗๘ (นาลันทสูตร) หน้า ๒๓๐ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๔๔๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัมพปาลิสูตรที่ ๙
อัมพปาลิสูตรที่ ๙. คำว่า อาสภิวาจา หมายถึง วาจาสูงสุดที่ส่องถึงความเป็นพระอรหันต์ของตน.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีใจความตื้นทั้งนั้นแล
จบอรรถกถาอัมพปาลิสูตรที่ ๙ จบรโหคตวรรควรรณนาที่ ๑ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. รโหคตสูตรที่ ๑
๒. รโหคตสูตรที่ ๒
๓. สุตนุสูตร
๔. กัณฏกีสูตรที่ ๑
๕. กัณฏกีสูตรที่ ๒
๖. กัณฏกีสูตรที่ ๓
๗. ตัณหักขยสูตร
๘. สลฬาคารสูตร
๙. อัมพปาลิสูตร
๑๐. คิลานสูตร.
-----------------------------------------------------