ปารสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ปารสูตร ธรรมเป็นเครื่องให้ถึงฝั่ง (นิพพาน)
สาวตฺถีนิทานํ ฯ อฏฺฐิเม ภิกฺขเว ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา อปารา ปารํ คมนาย สํวตฺตนฺติ ฯ กตเม อฏฺฐ ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อิเม โข อฏฺฐ ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา อปารา ปารํ คมนาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๘ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อถึงฝั่ง (นิพพาน) จากที่มิใช่ฝั่ง (วัฏฏะ) ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน? คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจมั่นชอบ ธรรม ๘ ประการนี้แล ที่บุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อถึงฝั่งจากที่มิใช่ฝั่ง. พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ เย ชนา ปารคามิโน อถายํ อิตรา ปชา ตีรเมวานุธาวติ ฯ เย จ โข สมฺมทกฺขาเต ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ ฯ กณฺหํ ธมฺมํ วิปฺปหาย สุกฺกํ ภาเวถ ปณฺฑิโต โอกา อโนกมาคมฺม วิเวเก ยตฺถ ทูรมํ ตตฺราภิรติมิจฺเฉยฺย หิตฺวา กาเม อกิญฺจโน ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโต ฯ เยสํ สมฺโพธิยงฺเคสุ สมฺมา จิตฺตํ สุภาวิตํ อาทานปฏินิสฺสคฺเค อนุปาทาย เย รตา ขีณาสวา ชุติมนฺโต เต โลเก ปรินิพฺพุตาติ ฯ
ในพวกมนุษย์ ชนที่ถึงฝั่งมีจำนวนน้อย แต่หมู่สัตว์นอกนี้ ย่อม วิ่งไปตามฝั่งนั่นเอง ส่วนชนเหล่าใดประพฤติตามในธรรมที่พระผู้มี พระภาคตรัสดีแล้ว ชนเหล่านั้นข้ามบ่วงมฤตยูซึ่งแสนยากที่จะข้ามไปถึง ฝั่งได้ บัณฑิตพึงละธรรมฝ่ายดำเสียเจริญธรรมฝ่ายขาว ออกจากความ อาลัย อาศัยธรรมอันไม่มีความอาลัยแล้ว พึงละกามเสีย เป็นผู้ไม่มี กิเลสเป็นเครื่องกังวล ปรารถนาความยินดีในวิเวก ที่สัตว์ยินดีได้ยาก บัณฑิตพึงยังตนให้ผ่องแผ้ว จากเครื่องเศร้าหมองจิต ชนเหล่าใดอบรม จิตดีแล้วโดยชอบในองค์เป็นเหตุให้ตรัสรู้ ไม่ถือมั่น ยินดีแล้วในความ สละคืนความถือมั่น ชนเหล่านั้นเป็นผู้สิ้นอาสวะ มีความรุ่งเรือง ปรินิพพานแล้วในโลกนี้. จบ สูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑. มัคคสังยุต] ๔. ปฏิปัตติวรรค ๔. ปารังคมสูตร ๔. ปารังคมสูตร ว่าด้วยธรรมที่ให้ถึงฝั่ง
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๘ ประการนี้ที่บุคคลเจริญ ทำให้มากแล้วย่อมเป็น ไปเพื่อถึงฝั่งโน้น จากฝั่งนี้ ธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. สัมมาสมาธิ ธรรม ๘ ประการนี้ที่บุคคลเจริญ ทำให้มากแล้วย่อมเป็นไปเพื่อถึงฝั่งโน้น จากฝั่งนี้” พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดาได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถา-ประพันธ์ต่อไปอีกว่า “ในหมู่มนุษย์ เหล่าชนผู้ไปถึงฝั่งโน้นมีจำนวนน้อย ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้เลาะไปตามฝั่งนี้ทั้งนั้น ส่วนชนเหล่าใดประพฤติตามธรรม ในธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้โดยชอบ ชนเหล่านั้นจักข้ามพ้นวัฏฏะ อันเป็นบ่วงมารที่ข้ามได้แสนยาก จักถึงฝั่งโน้น @เชิงอรรถ : @ ฝั่งโน้น ในที่นี้หมายถึงพระนิพพาน (สํ.ม.อ. ๓/๓๑-๔๐/๑๙๖, องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕)@ ฝั่งนี้ ในที่นี้หมายถึงวัฏฏะ (สํ.ม.อ. ๓/๓๑-๔๐/๑๙๖) @ ธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้โดยชอบ หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ ประการ คือ มรรค ๔ ผล ๔@นิพพาน ๑ (องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕) @ วัฏฏะ ในที่นี้หมายถึงวัฏฏะ ๓ คือ (๑) กิเลสวัฏฏะ วงจรกิเลส ประกอบด้วยอวิชชา ตัณหา อุปาทาน@(๒) กัมมวัฏฏะ วงจรกรรม ประกอบด้วยสังขารและกรรมภพ (๓) วิปากวัฏฏะ วงจรวิบาก ประกอบ@ด้วยวิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ซึ่งแสดงออกในรูปอุปปัตติภพ ชาติ ชรา มรณะ เป็นต้น@(องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๓๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑. มัคคสังยุต] ๔. ปฏิปัตติวรรค ๕. ปฐมสามัญญสูตร บัณฑิตละธรรมดำ แล้วพึงเจริญธรรมขาว ออกจากที่มีน้ำ มาสู่ที่ไม่มีน้ำ ละกามทั้งหลายแล้วเป็นผู้หมดความกังวล พึงปรารถนาความยินดียิ่งในวิเวก ที่ยินดีได้ยากยิ่ง บัณฑิตพึงชำระตนให้ผ่องแผ้ว จากเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตทั้งหลาย บัณฑิตเหล่าใดอบรมจิตโดยชอบ ในองค์ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ทั้งหลาย ไม่ถือมั่น ยินดีในนิพพานเป็นที่สละความถือมั่น บัณฑิตเหล่านั้นสิ้นอาสวะแล้ว มีความรุ่งเรือง ดับสนิทแล้วในโลก” ปารังคมสูตรที่ ๔ จบ ๕. ปฐมสามัญญสูตร ว่าด้วยความเป็นสมณะ สูตรที่ ๑
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสามัญญะ (ความเป็นสมณะ) และสามัญญผล (ผลแห่งความเป็นสมณะ) แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง @เชิงอรรถ : @ ธรรมดำ หมายถึงอกุศลธรรม ได้แก่ กายทุจริตเป็นต้น (สํ.ม.อ. ๓/๓๑-๔๐/๑๙๖, ขุ.ธ.อ. ๔/๕๑-๕๒)@ ธรรมขาว หมายถึงกุศลธรรม ได้แก่ กายสุจริตเป็นต้น (สํ.ม.อ. ๓/๓๑-๔๐/๑๙๖, ขุ.ธ.อ. ๔/๕๑-๕๒)@ ที่มีน้ำ ในที่นี้หมายถึงวัฏฏะ ที่ไม่มีน้ำ ในที่นี้หมายถึงวิวัฏฏะ คือนิพพาน (สํ.ม.อ. ๓/๓๑-๔๐/๑๙๖,@องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕) @ วิเวก หมายถึงวิเวก ๓ มีกายวิเวกเป็นต้น (สํ.ม.อ. ๓/๔/๑๘๕, องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕)@ ดู องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๑๑๗/๒๖๙-๒๗๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๓๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปฏิปัตติวรรควรรณนาที่ ๔ อรรถกถาปฏิปัตติสูตรเป็นต้น
พึงทราบวินิจฉัยในปฏิปัตติสูตรที่ ๑ แห่งปฏิปัตติวรรคที่ ๔.
บทว่า มิจฺฉาปฏิปตฺตึ คือ ซึ่งไม่ปฏิบัติตามเป็นจริง.
บทว่า มิจฺฉาปฏิปนฺนํ คือ ผู้ไม่ปฏิบัติตามเป็นจริง.
สูตรหนึ่ง ท่านกล่าวด้วยสามารถธรรม สูตรหนึ่งด้วยสามารถบุคคล.
บทว่า อปาราปารํ ได้แก่ ซึ่งนิพพานจากวัฏฏะ ชนเหล่าใดถึงซึ่งฝั่งแล้วก็ดี กำลังถึงก็ดี จักถึงก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดพึงทราบว่า เป็นผู้ถึงฝั่ง ในบทว่า ปารคามิโน นี้.
บทว่า ตีรเมวานุธาวติ ความว่า ย่อมวิ่งไปสู่วัฏฏะนั่นเอง คือย่อมเที่ยวไปในวัฏฏะ.
กณฺหนฺติ อกุสลธมฺมํ. สุกฺกนฺติ กุสลธมฺมํ.
บทว่า กณฺหํ คือ อกุศลธรรม. บทว่า สุกฺกํ คือ กุศลธรรม.
บทว่า โอกา อโนกํ ได้แก่ จากวัฏฏะอาศัยนิพพาน.
บทว่า อาคมฺม ได้แก่ ปรารภ หมายถึงอาศัย.
บทว่า ปริโยทเปยฺย ได้แก่ พึงทำให้บริสุทธิ์.
บทว่า จิตฺตกฺเลเสหิ ได้แก่ ด้วยนิวรณ์อันทำจิตให้เศร้าหมอง.
บทว่า สมฺโพธิยงฺเคสุ ได้แก่ ในโพชฌงค์ ๗.
บทว่า สามญฺญตฺถํ ได้แก่ นิพพาน.
จริงอยู่ นิพพานนั้น ท่านกล่าวว่า ประโยชน์ของความเป็นสมณะ เพราะควรเข้าถึงโดยความเป็นสมณะ.
บทว่า พฺรหฺมญฺญํ คือ ความเป็นผู้ประเสริฐสุด.
บทว่า พฺรหฺมญฺญตฺถํ ได้แก่ พระนิพพาน เพราะควรเข้าถึงโดยความเป็นผู้ประเสริฐสุด. เกจิอาจารย์กล่าวว่า นิพพานอันมาแล้วว่าเป็นที่สิ้นไปแห่งราคะในหนหลัง และใน ๓ สูตรนี้ในที่ใดๆ แม้อรหัตก็ควรในที่นั้นๆ เช่นกัน.
จบอรรถกถาปฏิปัตติสูตรเป็นต้น จบปฏิปัตติวรรควรรณนาที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปฏิปัตติสูตร
๒. ปฏิปันนสูตร
๓. วิรัทธสูตร
๔. ปารสูตร
๕. สามัญญสูตรที่ ๑
๖. สามัญญสูตรที่ ๒
๗. พรหมัญญสูตรที่ ๑
๘. พรหมัญญสูตรที่ ๒
๙. พรหมจริยสูตรที่ ๑
๑๐. พรหมจริยสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค มัคคสังยุตต์ มิจฉัตตวรรคที่ ๓ ๑๐. อุตติยสูตร