อุทกรหทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๐๔จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อุทกรหทา กตเม จตฺตาโร อุตฺตาโน คมฺภีโรภาโส คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อุทกรหทา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม อุทกรหทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร อุตฺตาโน คมฺภีโรกาโส คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส ฯ {๑๐๔.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ คมฺภีโรภาโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺต- จีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ คมฺภีโรภาโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อุทกรหโท อุตฺตาโน คมฺภีโรภาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๐๔.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ อุตฺตาโนภาโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ อุตฺตาโนภาโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อุทกรหโท คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๐๔.๓} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ อุตฺตาโนภาโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ อุตฺตาโนภาโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อุทกรหโท อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๐๔.๔} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ คมฺภีโรภาโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิ- ปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ คมฺภีโรภาโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อุทกรหโท คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อุทกรหทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. วลาหกวรรค ๔. อุทกรหทสูตร ๔. อุทกรหทสูตร ว่าด้วยบุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำ
ภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำ ๔ ชนิดนี้ ห้วงน้ำ ๔ ชนิด อะไรบ้าง คือ ๑. ห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึก ๒. ห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้น ๓. ห้วงน้ำตื้นและเงาตื้น ๔. ห้วงน้ำลึกและเงาลึก ภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำ ๔ ชนิดนี้แล ภิกษุทั้งหลาย ในทำนองเดียวกัน บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำ ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวก ไหนบ้าง คือ ๑. บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึก ๒. บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้น ๓. บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำตื้นและเงาตื้น ๔. บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำลึกและเงาลึก บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึก เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้มีการก้าวไป การถอยกลับ การแลดู การเหลียวดูการคู้เข้า การเหยียดออก การครองสังฆาฏิ บาตร และจีวรที่น่าเลื่อมใส แต่เขาไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินี-ปฏิปทา’ บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึก เป็นอย่างนี้แล เรากล่าวเปรียบบุคคลประเภทนี้ว่าเหมือนห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึก บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้น เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้มีการก้าวไป การถอยกลับ การแลดู การเหลียวดูการคู้เข้า การเหยียดออก การครองสังฆาฏิ บาตร และจีวรที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่เขา@เชิงอรรถ : @ ดู อภิ.ปุ. (แปล) ๓๖/๑๖๑/๑๙๓-๑๙๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๕๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. วลาหกวรรค ๕. อัมพสูตร รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินี-ปฏิปทา’ บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้น เป็นอย่างนี้แล เรากล่าวเปรียบบุคคลประเภทนี้ว่าเหมือนห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้น บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำตื้นและเงาตื้น เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้มีการก้าวไป การถอยกลับ การแลดู การเหลียวดูการคู้เข้า การเหยียดออก การครองสังฆาฏิ บาตร และจีวรที่ไม่น่าเลื่อมใส และเขาไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินี-ปฏิปทา’ บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำตื้นและเงาตื้น เป็นอย่างนี้แล เรากล่าวเปรียบบุคคลประเภทนี้ว่าเหมือนห้วงน้ำตื้นและเงาตื้น บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำลึกและเงาลึก เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้มีการก้าวไป การถอยกลับ การแลดู การเหลียวดูการคู้เข้า การเหยียดออก การครองสังฆาฏิ บาตร และจีวรที่น่าเลื่อมใส และเขารู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินี-ปฏิปทา’ บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำลึกและเงาลึก เป็นอย่างนี้แล เรากล่าวเปรียบบุคคลประเภทนี้ว่าเหมือนห้วงน้ำลึกและเงาลึก ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบเหมือนห้วงน้ำ ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลกอุทกรหทสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุทกรหทสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในอุทกรหทสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
ในบทว่า อุตฺตาโน คมฺภีโรภาโส เป็นต้น ความว่า ห้วงน้ำดำมีสีเจือด้วยน้ำใบไม้เก่าๆ ชื่อว่ามีเงาลึก. ห้วงน้ำมีสีใสสะอาดดังแก้วมณี ชื่อว่ามีเงาตื้น.
จบอรรถกถาอุทกรหทสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------