สุทัตตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต สุทัตตสูตร
อถโข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ โภชนํ คหปติ ททมาโน อริยสาวโก ปฏิคฺคาหกานํ จตฺตาริ ฐานานิ เทติ กตมานิ จตฺตาริ อายุํ เทติ วณฺณํ เทติ สุขํ เทติ พลํ เทติ อายุํ โข ปน ทตฺวา อายุสฺส ภาคี โหติ ทิพฺพสฺส วา มานุสสฺส วา วณฺณํ ทตฺวา ... สุขํ ทตฺวา ... พลํ ทตฺวา พลสฺส ภาคี โหติ ทิพฺพสฺส วา มานุสสฺส วา โภชนํ คหปติ ททมาโน อริยสาวโก ปฏิคฺคาหกานํ อิมานิ จตฺตาริ ฐานานิ เทตีติ ฯ โย สญฺญตานํ ปรทตฺตโภชินํ กาเลน สกฺกจฺจ ททาติ โภชนํ จตฺตาริ ฐานานิ อนุปฺปเวจฺฉติ อายุญฺจ วณฺณญฺจ สุขํ พลญฺจ ฯ อายุทายี พลทายี สุขํ วณฺณํ ทโท นโร ทีฆายุ ยสวา โหติ ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชตีติ ฯ
ครั้งนั้นแล อนาถบิณฑิกคฤหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่- *ประทับ ถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรคฤหบดี อริยสาวกผู้ให้โภชนะ ชื่อว่าย่อมให้ฐานะ ๔ ประการแก่ปฏิคาหก ฐานะ ๔ ประการเป็นไฉน คือ ให้อายุ วรรณะ สุขะ พละครั้นให้อายุแล้วย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งอายุอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์ ครั้นให้วรรณะแล้ว ... ครั้นให้สุขแล้ว ... ครั้นให้พละแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งพละอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์ ดูกรคฤหบดี อริยสาวกเมื่อให้โภชนะ ชื่อว่าย่อมให้ฐานะ ๔ ประการนี้แก่ปฏิคาหก ฯ ผู้ใดย่อมให้โภชนะโดยเคารพ ตามกาลอันควร แก่ท่านผู้ สำรวม บริโภคโภชนะที่ผู้อื่นให้เป็นอยู่ ผู้นั้นชื่อว่าให้ฐานะ ทั้ง ๔ คือ อายุ วรรณะ สุขะ และพละ นรชนผู้มีปรกติ ให้อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มีบริวารยศ ในที่ที่ตนเกิดแล้ว ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. ปุญญาภิสันทวรรค ๙. โภชนสูตร ๘. สุทัตตสูตร ว่าด้วยสุทัตตคหบดี
ครั้งนั้นแล อนาถบิณฑิกคหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสกับอนาถบิณฑิกคหบดีดังนี้ว่า คหบดี อริยสาวกผู้ให้โภชนะชื่อว่าให้ฐานะ ๔ ประการแก่ปฏิคาหก ฐานะ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. อายุ ๒. วรรณะ ๓. สุขะ ๔. พละ ครั้นให้อายุแล้วย่อมมีส่วนได้อายุอันเป็นทิพย์หรืออันเป็นของมนุษย์ ครั้นให้วรรณะแล้ว ฯลฯ ครั้นให้สุขะแล้ว ฯลฯ ครั้นให้พละแล้วย่อมมีส่วนได้พละอันเป็นทิพย์หรืออันเป็นของมุนษย์ คหบดี อริยสาวก ผู้ให้โภชนะชื่อว่าให้ฐานะ ๔ ประการนี้แก่ปฏิคาหก ผู้ให้โภชนะโดยเคารพตามเวลาอันควร แก่ท่านผู้สำรวม บริโภคโภชนะที่ผู้อื่นให้ ชื่อว่าเพิ่มให้ฐานะ ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ และพละ นรชนผู้ให้อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในที่ที่ตนเกิด สุทัตตสูตรที่ ๘ จบ ๙. โภชนสูตร ว่าด้วยทายกผู้ให้โภชนะ
ภิกษุทั้งหลาย ทายกผู้ให้โภชนะชื่อว่าให้ฐานะ ๔ ประการแก่ปฏิคาหก @เชิงอรรถ : @ ฐานะ หมายถึงเหตุ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๕๘/๓๕๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๙๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสุทัตตสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในสุทัตตสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สญฺญตานํ ได้แก่ ปฏิคาหกผู้สำรวมทางกายและวาจา.
บทว่า ปรทตฺตโภชินํ ความว่า ผู้บริโภคของที่บุคคลอื่นให้แล้ว จึงยังอัตภาพให้เป็นไปอยู่.
บทว่า กาเลน ได้แก่ ตามกาลอันควร. บทว่า สกฺกจฺจ ททาติ ความว่า ทำสักการะแล้วให้ด้วยมือของตน.
บทว่า จตฺตาริ ฐานานิ อนุปฺปเวจฺฉติ ความว่า ย่อมหลั่ง คือให้อยู่ซึ่งเหตุ ๔. บทว่า ยสวา โหติ ได้แก่ มีบริวารมาก.
จบอรรถกถาสุทัตตสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------