วณิชชสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต วณิชชสูตร
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา เฉทคามินี โหติ โก ปน ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา น ยถาธิปฺปายา โหติ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ยถาธิปฺปายา โหติ โก ปน ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ปราธิปฺปายา โหตีติ ฯ {๗๙.๑} อิธ สารีปุตฺต เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ วท ภนฺเต ปจฺจเยนาติ โส เยน ปวาเรติ ตํ น เทติ โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ สาสฺส โหติ เฉทคามินี ฯ {๗๙.๒} อิธ ปน สารีปุตฺต เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ วท ภนฺเต ปจฺจเยนาติ โส เยน ปวาเรติ ตํ น ยถาธิปฺปายํ เทติ โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ สาสฺส โหติ น ยถาธิปฺปายา ฯ {๗๙.๓} อิธ ปน สารีปุตฺต เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ วท ภนฺเต ปจฺจเยนาติ โส เยน ปวาเรติ ตํ ยถาธิปฺปายํ เทติ โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ สาสฺส โหติ ยถาธิปฺปายา ฯ {๗๙.๔} อิธ ปน สารีปุตฺต เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ วท ภนฺเต ปจฺจเยนาติ โส เยน ปวาเรติ ตํ ปราธิปฺปายํ เทติ โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ สาสฺส โหติ ปราธิปฺปายา ฯ {๗๙.๕} อยํ โข สารีปุตฺต เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา เฉทคามินี โหติ อยํ ปน สารีปุตฺต เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา น ยถาธิปฺปายา โหติ อยํ โข สารีปุตฺต เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ยถาธิปฺปายา โหติ อยํ ปน สารีปุตฺต เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ปราธิปฺปายา โหตีติ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายขาดทุน อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ทำการค้าขายไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์ เขากลับไม่ถวายปัจจัยที่เขาปวารณา ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมขาดทุน อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์แต่เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ไม่เป็นไปตามประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ต้องประสงค์ เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ตามที่ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรตามที่ประสงค์ อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ต้องประสงค์ เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ยิ่งกว่าที่ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้น มาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ ดูกรสารีบุตร นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายขาดทุน นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์นี้ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ทำการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ ฯ จบสูตรที่ ๙
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๓. อปัณณกวรรค ๙. วณิชชสูตร ๙. วณิชชสูตร ว่าด้วยเหตุให้การค้าขายขาดทุนหรือได้กำไร
สมัยนั้น ท่านพระสารีบุตรเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบการค้าขายขาดทุน อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบการค้าขายไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “สารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้เข้าไปหา สมณะหรือพราหมณ์ปวารณาว่า ‘ท่านผู้เจริญ พระคุณเจ้าต้องการปัจจัย นิมนต์บอกเถิด’ แต่เขากลับไม่ถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นกลับมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาประกอบการค้าขายใดๆ ก็ย่อมขาดทุน บุคคลบางคนในโลกนี้เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ปวารณาว่า ‘ท่านผู้เจริญพระคุณเจ้าต้องการปัจจัย นิมนต์บอกเถิด’ แต่เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ไม่ตรงตามที่สมณะหรือพราหมณ์ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้เขาจะประกอบการค้าขายใดๆ ก็ไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ บุคคลบางคนในโลกนี้เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ปวารณาว่า ‘ท่านผู้เจริญพระคุณเจ้าต้องการปัจจัย นิมนต์บอกเถิด’ เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ตามที่สมณะหรือพราหมณ์ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้เขาจะประกอบการค้าขายใดๆ ก็ได้กำไรตามที่ประสงค์ บุคคลบางคนในโลกนี้เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ปวารณาว่า ‘ท่านผู้เจริญพระคุณเจ้าต้องการปัจจัย นิมนต์บอกเถิด’ เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ยิ่งกว่าที่สมณะหรือพราหมณ์ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้เขาจะประกอบการค้าขายใดๆ ก็ได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๒๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๓. อปัณณกวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค สารีบุตร นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบการค้าขายขาดทุน และไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์ และได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์” วณิชชสูตรที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวณิชชสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในวณิชชสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ตาทิสาว ความว่า การค้าขายเช่นเดียวกันนั้น คือคล้ายกันนั้น.
บทว่า เฉทคามินี โหติ คือ ขาดทุน. อธิบายว่า ผลกำไรที่ปรารถนาสูญเสียหมด.
บทว่า น ยถาธิปฺปายา โหติ ความว่า ได้ผลกำไรไม่เท่าที่มุ่งหมาย.
บทว่า ปราธิปฺปายา โหติ ความว่า ได้ผลกำไรเกิน คือเกินกว่าที่ตนประสงค์.
ในบทว่า สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา นี้ พึงทราบว่าเป็นสมณะหรือพราหมณ์เพราะมีบาปสงบแล้ว มีบาปอันลอยแล้ว.
บทว่า วท ภนฺเต ปจฺจเยน ความว่า ย่อมปวารณาคือนิมนต์อย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านพึงขอปัจจัย ๔ อย่างมีจีวรเป็นต้นได้.
บทว่า เยน ปวาเรติ ความว่า เขาย่อมปวารณากำหนดไว้ด้วยปัจจัยใด.
บทว่า ตํ น เทติ ความว่า เขาไม่ถวายปัจจัยนั้นทุกประการ.
บทว่า ตํ น ยถาธิปฺปายํ เทติ ความว่า เขาย่อมไม่สามารถจะถวายปัจจัยนั้นตามที่สมณพราหมณ์นั้นประสงค์ คือถวายลดน้อยลง.
บทว่า ยถาธิปฺปายํ เทติ ความว่า สมณพราหมณ์นั้นย่อมปรารถนาปัจจัยเท่าใด เขาก็ถวายปัจจัยเท่านั้น.
บทว่า ปราธิปฺปายํ เทติ ความว่า เขาปวารณาปัจจัยไว้น้อยแต่ถวายมากกว่า.
จบอรรถกถาวณิชชสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------