สราคสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต สราคสูตร
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร สราโค สโทโส สโมโห สมาโน อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ สารตฺตา รชนีเยสุ ปิยรูปาภินนฺทิโน โมเหน อธมสตฺตา พทฺธา วฑฺเฒนฺติ พนฺธนํ ฯ ราคชํ โทสชญฺจาปิ โมหชํ วาปิ อวิทฺทสู กโรนฺติ อกุสลํ กมฺมํ สวิฆาตํ ทุกฺขุทฺทยํ อวิชฺชานิวุตา โปสา อนฺธภูตา อจกฺขุกา ยถา ธมฺมา ตถา สนฺตา น ตสฺเสวนฺติ มญฺญเรติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลผู้มีราคะ ๑ มีโทสะ ๑ มีโมหะ ๑ มีมานะ ๑บุคคล ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ ชนทั้งหลาย กำหนัดนักในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด เพลิดเพลินในรูปที่น่ารัก เป็นสัตว์เลวทราม อันโมหะผูกไว้ ย่อมยังเครื่องผูกให้เจริญ เป็นผู้ไม่ฉลาด ย่อมกระทำอกุศล กรรมอันเกิดแต่ราคะบ้าง เกิดแต่โทสะบ้าง เกิดแต่โมหะบ้าง มีความคับแค้น ให้ทุกข์ต่อไป สัตว์ทั้งหลายอันอวิชชาหุ้ม ห่อแล้ว เป็นผู้มืดมน ไม่มีจักษุ พวกเขาย่อมไม่สำคัญ ว่าเราเป็นผู้มีสภาพเหมือนธรรม ๓ ทั้งหลาย ฯ จบสูตรที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ปัตตกัมมวรรค ๗. อหิราชสูตร ๖. สราคสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้มีราคะ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวก ไหนบ้าง คือ ๑. บุคคลผู้มีราคะ ๒. บุคคลผู้มีโทสะ ๓. บุคคลผู้มีโมหะ ๔. บุคคลผู้มีมานะ ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ชนทั้งหลายผู้กำหนัดมาก ในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความกำหนัด เพลิดเพลินอย่างยิ่งในรูปที่น่ารัก เป็นสัตว์ต่ำทราม ถูกโมหะ (ความหลง) หุ้มห่อไว้ ย่อมทำให้เครื่องผูกพันเจริญขึ้น เป็นคนไม่ฉลาด ทำอกุศลกรรมที่เกิดจากราคะบ้าง เกิดจากโทสะบ้าง เกิดจากโมหะบ้าง ที่มีแต่ความคับแค้น เพิ่มทุกข์อยู่ร่ำไป สัตว์ที่ถูกอวิชชา (ความไม่รู้) หุ้มห่อไว้ เป็นผู้มืดบอด ปราศจากจักษุคือปัญญา มีสภาวะเหมือนธรรมทั้งหลายที่มีอยู่ ย่อมไม่สำคัญว่าเราทั้งหลายก็มีสภาวะเหมือนอย่างนั้นสราคสูตรที่ ๖ จบ ๗. อหิราชสูตร ว่าด้วยตระกูลพญางู
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งในเขตกรุงสาวัตถีถูกงูกัด@เชิงอรรถ : @ ดู อภิ.ปุ. (แปล) ๓๖/๑๘๖/๒๑๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๑๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสราคสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในสราคสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โมหชํ วาปิ อวิทฺทสุ ความว่า คนเขลาคือมิใช่บัณฑิต ทำอกุศลกรรมที่เกิดขึ้นเพราะโมหะบ้าง.
บทว่า สวิฆาตํ คือ เป็นไปกับทุกข์. บทว่า ทุกฺขุทฺรยํ คือ เพิ่มทุกข์ให้ต่อไป. บทว่า อจกฺขุกา คือ เว้นจากปัญญาจักษุ.
บทว่า ยถา ธมฺมา ตถา สนฺตา ความว่า ธรรมมีราคะเป็นต้นตั้งอยู่อย่างใด คนเขลาเหล่านั้นก็มีสภาพเป็นอย่างนั้น.
บทว่า น ตสฺเสวนฺติ มญฺญเร ความว่า เขาย่อมไม่สำคัญ ย่อมไม่รู้สึกว่าเราเป็นอย่างนั้น มีสภาพอย่างนั้นเสียด้วย.
ทั้งในพระสูตรนี้ ทั้งในพระคาถา ตรัสวัฏฏะอย่างเดียว.
จบอรรถกถาสราคสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------