ภยสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๒๒จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว ภยานิ อุทโกโรหนฺตสฺส ปาฏิกงฺขิตพฺพานิ กตมานิ จตฺตาริ อูมิภยํ กุมฺภีลภยํ อาวฏฺฏภยํ สุสุกาภยํ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ ภยานิ อุทโกโรหนฺตสฺส ปาฏิกงฺขิตพฺพานิ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตารีมานิ ภยานิ อิเธกจฺจสฺส กุลปุตฺตสฺส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต ปาฏิกงฺขิตพฺพานิ กตมานิ จตฺตาริ อูมิภยํ กุมฺภีลภยํ อาวฏฺฏภยํ สุสุกาภยํ ฯ {๑๒๒.๑} กตมญฺจ ภิกฺขเว อูมิภยํ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ กุลปุตฺโต สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ โอติณฺโณมฺหิ ชาติยา ชรามรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ทุกฺโขติณฺโณ ทุกฺขปเรโต อปฺเปวนาม อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถาติ ตเมนํ ตถาปพฺพชิตํ สมานํ สพฺรหฺมจารี โอวทนฺติ อนุสาสนฺติ เอวนฺเต อภิกฺกมิตพฺพํ เอวนฺเต ปฏิกฺกมิตพฺพํ เอวนฺเต อาโลเกตพฺพํ เอวนฺเต วิโลเกตพฺพํ เอวนฺเต สมฺมิญฺชิตพฺพํ เอวนฺเต ปสาเรตพฺพํ เอวนฺเต สงฺฆาฏิปตฺตจีวรํ ธาเรตพฺพนฺติ ตสฺส เอวํ โหติ มยํ โข ปุพฺเพ อคาริยภูตา สมานา อญฺเญ โอวทามปิ อนุสาสามปิ อิเม ปน อมฺหากํ ปุตฺตมตฺตา มญฺเญ นตฺตมตฺตา มญฺเญ โอวทิตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺตีติ โส กุปิโต อนตฺตมโน สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อูมิภยสฺส ภีโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโต อูมิภยนฺติ โข ภิกฺขเว โกธูปายาสสฺเสตํ อธิวจนํ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อูมิภยํ ฯ {๑๒๒.๒} กตมญฺจ ภิกฺขเว กุมฺภีลภยํ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ กุลปุตฺโต สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ โอติณฺโณมฺหิ ชาติยา ชรามรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ทุกฺโขติณฺโณ ทุกฺขปเรโต อปฺเปวนาม อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถาติ ตเมนํ ตถาปพฺพชิตํ สมานํ สพฺรหฺมจารี โอวทนฺติ อนุสาสนฺติ อิทนฺเต ขาทิตพฺพํ อิทนฺเต น ขาทิตพฺพํ อิทนฺเต ภุญฺชิตพฺพํ อิทนฺเต น ภุญฺชิตพฺพํ อิทนฺเต สายิตพฺพํ อิทนฺเต น สายิตพฺพํ อิทนฺเต ปาตพฺพํ อิทนฺเต น ปาตพฺพํ กปฺปิยนฺเต ขาทิตพฺพํ อกปฺปิยนฺเต น ขาทิตพฺพํ กปฺปิยนฺเต ภุญฺชิตพฺพํ อกปฺปิยนฺเต น ภุญฺชิตพฺพํ กปฺปิยนฺเต สายิตพฺพํ อกปฺปิยนฺเต น สายิตพฺพํ กปฺปิยนฺเต ปาตพฺพํ อกปฺปิยนฺเต น ปาตพฺพํ กาเล เต ขาทิตพฺพํ วิกาเล เต น ขาทิตพฺพํ กาเล เต ภุญฺชิตพฺพํ วิกาเล เต น ภุญฺชิตพฺพํ กาเล เต สายิตพฺพํ วิกาเล เต น สายิตพฺพํ กาเล เต ปาตพฺพํ วิกาเล เต น ปาตพฺพนฺติ {๑๒๒.๓} ตสฺส เอวํ โหติ มยํ โข ปุพฺเพ อคาริยภูตา สมานา ยํ อิจฺฉาม ตํ ขาทาม ยํ น อิจฺฉาม น ตํ ขาทาม ยํ อิจฺฉาม ตํ ภุญฺชาม ยํ น อิจฺฉาม น ตํ ภุญฺชาม ยํ อิจฺฉาม ตํ สายาม ยํ น อิจฺฉาม น ตํ สายาม ยํ อิจฺฉาม ตํ ปิวาม ยํ น อิจฺฉาม น ตํ ปิวาม กปฺปิยํปิ ขาทาม อกปฺปิยํปิ ขาทาม กปฺปิยํปิ ภุญฺชาม อกปฺปิยํปิ ภุญฺชาม กปฺปิยํปิ สายาม อกปฺปิยํปิ สายาม กปฺปิยํปิ ปิวาม อกปฺปิยํปิ ปิวาม กาเลปิ ขาทาม วิกาเลปิ ขาทาม กาเลปิ ภุญฺชาม วิกาเลปิ ภุญฺชาม กาเลปิ สายาม วิกาเลปิ สายาม กาเลปิ ปิวาม วิกาเลปิ ปิวาม ยํปิ โน สทฺธา คหปติกา ทิวา วิกาเล ปณีตํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา เทนฺติ ตตฺราปีเม มุขาวรณํ มญฺเญ กโรนฺตีติ โส กุปิโต อนตฺตมโน สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กุมฺภีลภยสฺส ภีโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโต กุมฺภีลภยนฺติ โข ภิกฺขเว โอทริกตฺตสฺเสตํ อธิวจนํ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กุมฺภีลภยํ ฯ {๑๒๒.๔} กตมญฺจ ภิกฺขเว อาวฏฺฏภยํ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ กุลปุตฺโต สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ โอติณฺโณมฺหิ ชาติยา ชรามรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ทุกฺโขติณฺโณ ทุกฺขปเรโต อปฺเปวนาม อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถาติ โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปาวิสิ อรกฺขิเตเนว กาเยน อรกฺขิตาย วาจาย อรกฺขิเตน จิตฺเตน อนุปฏฺฐิตาย สติยา อสํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ โส ตตฺถ ปสฺสติ คหปตึ วา คหปติปุตฺตํ วา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตํ สมงฺคิภูตํ ปริจารยมานํ ตสฺส เอวํ โหติ มยํ โข ปุพฺเพ อคาริยภูตา สมานา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคิภูตา ปริจารยิมฺหา สํวิชฺชนฺเต โข ปน เม กุเล โภคา สกฺกา โภเค จ ภุญฺชิตุํ ปุญฺญานิ จ กาตุํ ยนฺนูนาหํ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติตฺวา โภเค จ ภุญฺเชยฺยํ ปุญฺญานิ จ กเรยฺยนฺติ โส สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อาวฏฺฏภยสฺส ภีโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโต อาวฏฺฏภยนฺติ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ กามคุณานํ อธิวจนํ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อาวฏฺฏภยํ ฯ {๑๒๒.๕} กตมญฺจ ภิกฺขเว สุสุกาภยํ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ กุลปุตฺโต สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ โอติณฺโณมฺหิ ชาติยา ชรามรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ทุกฺโขติณฺโณ ทุกฺขปเรโต อปฺเปวนาม อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถาติ โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปาวิสิ อรกฺขิเตเนว กาเยน อรกฺขิตาย วาจาย อรกฺขิเตน จิตฺเตน อนุปฏฺฐิตาย สติยา อสํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ โส ตตฺถ ปสฺสติ มาตุคามํ ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา ตสฺส มาตุคามํ ทิสฺวา ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ โส ราคานุทฺธํเสน จิตฺเตน สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สุสุกาภยสฺส ภีโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโต สุสุกาภยนฺติ โข ภิกฺขเว มาตุคามสฺเสตํ อธิวจนํ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สุสุกาภยํ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ ภยานิ อิเธกจฺจสฺส กุลปุตฺตสฺส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต ปาฏิกงฺขิตพฺพานีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. ภยวรรค ๒. อูมิภยสูตร ๒. อูมิภยสูตร ว่าด้วยภัยจากคลื่น
ภิกษุทั้งหลาย ภัย ๔ ประการนี้ที่คนลงไปในน้ำพึงประสบ ภัย ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. อูมิภัย (ภัยจากคลื่น) ๒. กุมภีลภัย (ภัยจากจระเข้) ๓. อาวัฏฏภัย (ภัยจากน้ำวน) ๔. สุสุกาภัย (ภัยจากปลาร้าย) ภิกษุทั้งหลาย ภัย ๔ ประการนี้แลที่คนลงไปในน้ำพึงประสบ ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ภัย ๔ ประการนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ที่กุลบุตรบางคนใน โลกนี้มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยนี้พึงประสบ ภัย ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. อูมิภัย ๒. กุมภีลภัย ๓. อาวัฏฏภัย ๔. สุสุกาภัย อูมิภัย เป็นอย่างไร คือ กุลบุตรบางคนในโลกนี้มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต คิดว่า “เราถูกชาติ (ความเกิด) ชรา (ความแก่) มรณะ (ความตาย) โสกะ (ความเศร้าโศก) ปริเทวะ (ความคร่ำครวญ) ทุกข์ (ความทุกข์กาย) โทมนัส (ความทุกข์ใจ)อุปายาส (ความคับแค้นใจ) ครอบงำ ตกอยู่ในกองทุกข์ มีทุกข์ประดังเข้ามา ไฉนหนอการทำกองทุกข์ทั้งหมดนี้ให้สิ้นสุดจะพึงปรากฏ” เพื่อนพรหมจารีตักเตือนพร่ำสอนเธอผู้บวชแล้วนั้นว่า “เธอพึงก้าวไปอย่างนี้ พึงถอยกลับอย่างนี้ พึงแลดูอย่างนี้พึงเหลียวดูอย่างนี้ พึงคู้เข้าอย่างนี้ พึงเหยียดออกอย่างนี้ พึงครองสังฆาฏิ บาตรและจีวรอย่างนี้” เธอคิดอย่างนี้ว่า “เมื่อก่อนเราเป็นคฤหัสถ์ มีแต่ตักเตือนพร่ำสอนผู้อื่น ก็ภิกษุเหล่านี้มีอายุคราวลูก คราวหลานของเรายังจะมาตักเตือนพร่ำสอน”เธอขุ่นเคืองไม่พอใจ บอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ นี้เรียกว่า ภิกษุผู้กลัวอูมิภัยบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ คำว่า อูมิภัย นี้เป็นชื่อเรียกความโกรธและ ความคับแค้นใจ นี้เรียกว่า อูมิภัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๘๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. ภยวรรค ๒. อูมิภยสูตร กุมภีลภัย เป็นอย่างไร คือ กุลบุตรบางคนในโลกนี้มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต คิดว่า “เราถูกชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสครอบงำ ตกอยู่ในกองทุกข์ มีทุกข์ประดังเข้ามา ไฉนหนอการทำกองทุกข์ทั้งหมดนี้ให้สิ้นสุดจะพึงปรากฏ” เพื่อนพรหมจารีตักเตือนพร่ำสอนเธอผู้บวชแล้วนั้นว่า “สิ่งนี้เธอพึงฉันสิ่งนี้เธอไม่พึงฉัน สิ่งนี้เธอพึงบริโภค สิ่งนี้เธอไม่พึงบริโภค สิ่งนี้เธอพึงลิ้ม สิ่งนี้เธอไม่พึงลิ้ม สิ่งนี้เธอพึงดื่ม สิ่งนี้เธอไม่พึงดื่ม สิ่งเป็นกัปปิยะ เธอพึงฉัน สิ่งเป็นอกัปปิยะ เธอไม่พึงฉัน สิ่งเป็นกัปปิยะเธอพึงบริโภค สิ่งเป็นอกัปปิยะเธอไม่พึงบริโภค สิ่งเป็นกัปปิยะเธอพึงลิ้ม สิ่งเป็นอกัปปิยะเธอไม่พึงลิ้ม สิ่งเป็นกัปปิยะเธอพึงดื่ม สิ่งเป็นอกัปปิยะเธอไม่พึงดื่ม เธอพึงฉันในเวลา เธอไม่พึงฉันนอกเวลาเธอพึงบริโภคในเวลา เธอไม่พึงบริโภคนอกเวลา เธอพึงลิ้มในเวลา เธอไม่พึงลิ้มนอกเวลา เธอพึงดื่มในเวลา เธอไม่พึงดื่มนอกเวลา” เธอคิดอย่างนี้ว่า “เมื่อก่อนเราเป็นคฤหัสถ์ เคี้ยวกินสิ่งที่เราต้องการ ไม่เคี้ยวกินสิ่งที่เราไม่ต้องการ บริโภคสิ่งที่เราต้องการ ไม่บริโภคสิ่งที่เราไม่ต้องการ ลิ้มสิ่งที่เราต้องการ ไม่ลิ้มสิ่งที่เราไม่ต้องการ ดื่มสิ่งที่เราต้องการ ไม่ดื่มสิ่งที่เราไม่ต้องการ กินทั้งสิ่งเป็นกัปปิยะและสิ่งเป็นอกัปปิยะ บริโภคทั้งสิ่งเป็นกัปปิยะและสิ่งเป็นอกัปปิยะ ลิ้มทั้งสิ่งเป็นกัปปิยะและสิ่งเป็นอกัปปิยะ ดื่มทั้งสิ่งเป็นกัปปิยะและสิ่งเป็นอกัปปิยะ กินทั้งในเวลาและนอกเวลา บริโภคทั้งในเวลาและนอกเวลา ลิ้มทั้งในเวลาและนอกเวลา ดื่มทั้งในเวลาและนอกเวลา สิ่งใดที่ประณีตไม่ว่าจะเป็นของเคี้ยวหรือของบริโภคที่คหบดีผู้มีศรัทธาถวายแก่เราทั้งในเวลาและนอกเวลา ภิกษุเหล่านี้ทำเหมือนปิดปากแม้ในสิ่งของเหล่านั้น” เธอขัดเคือง ไม่พอใจ บอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ นี้เรียกว่า ภิกษุผู้กลัวกุมภีลภัยบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ คำว่า กุมภีลภัย นี้ เป็นชื่อเรียกความเป็นคนเห็นแก่ปากท้อง นี้เรียกว่า กุมภีลภัย @เชิงอรรถ : @ กัปปิยะ หมายถึงสิ่งที่สมควรแก่ภิกษุบริโภค ของที่สมควรแก่ภิกษุบริโภคใช้สอย คือ พระพุทธเจ้าทรง@อนุญาตให้ภิกษุใช้หรือฉันได้ เช่น ข้าวสุก จีวร ร่ม ยาแดง @ อกัปปิยะ หมายถึงสิ่งที่ไม่ควรแก่ภิกษุบริโภค, ของที่ไม่สมควรแก่ภิกษุจะบริโภคใช้สอย คือ พระพุทธเจ้า@ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุใช้หรือฉัน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๘๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. ภยวรรค ๒. อูมิภยสูตร อาวัฏฏภัย เป็นอย่างไร คือ กุลบุตรบางคนในโลกนี้มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต คิดว่า “เราถูกชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสครอบงำ ตกอยู่ในกองทุกข์ มีทุกข์ประดังเข้ามา ไฉนหนอการทำกองทุกข์ทั้งหมดนี้ให้สิ้นสุดจะพึงปรากฏ” เธอบวชอยู่อย่างนี้ ในเวลาเช้าครองอันตรวาสกถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตตามหมู่บ้านหรือตำบล ไม่รักษากาย วาจา ใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ไม่สำรวมอินทรีย์ เธอเห็นคหบดีหรือบุตรคหบดีในหมู่บ้านหรือตำบลนั้น เอิบอิ่ม พรั่งพร้อม บำเรอตนอยู่ด้วยกามคุณ ๕ คิดอย่างนี้ว่า “เมื่อก่อนเราเป็นคฤหัสถ์เอิบอิ่ม พรั่งพร้อม บำเรอตนอยู่ด้วยกามคุณ ๕ โภคทรัพย์ในตระกูลของเราก็มีอยู่พร้อม เราสามารถที่จะใช้สอยโภคทรัพย์และทำบุญได้ ทางที่ดี เราบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ ใช้สอยโภคทรัพย์และทำบุญ” เธอบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ นี้เรียกว่า ภิกษุผู้กลัวอาวัฏฏภัยบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ คำว่าอาวัฏฏภัย นี้เป็นชื่อเรียกกามคุณ ๕ นี้เรียกว่า อาวัฏฏภัย สุสุกาภัย เป็นอย่างไร คือ กุลบุตรบางคนในโลกนี้มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต คิดว่า “เราถูกชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสครอบงำ ตกอยู่ในกองทุกข์ มีทุกข์ประดังเข้ามา ไฉนหนอการทำกองทุกข์ทั้งหมดนี้ให้สิ้นสุดจะพึงปรากฏ” เธอบวชอยู่อย่างนี้ ในเวลาเช้าครองอันตรวาสกถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตตามหมู่บ้านหรือตำบล ไม่รักษากาย วาจา ใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ไม่สำรวมอินทรีย์ เธอเห็นมาตุคาม(สตรี)ในหมู่บ้านหรือตำบลนั้นนุ่งไม่เรียบร้อย หรือห่มไม่เรียบร้อย ราคะรบกวนจิตของเธอเพราะเห็นมาตุคามนุ่งไม่เรียบร้อยหรือห่มไม่เรียบร้อย เธอมีจิตฟุ้งซ่านเพราะราคะ จึงบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์นี้เรียกว่า ภิกษุผู้กลัวสุสุกาภัยบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ คำว่า สุสุกาภัยนี้เป็นชื่อเรียกมาตุคาม นี้เรียกว่า สุสุกาภัย ภิกษุทั้งหลาย ภัย ๔ ประการนี้แลที่กุลบุตรบางคนในโลกนี้มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยนี้พึงประสบ อูมิภยสูตรที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๘๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยภยสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยภยสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อฺทโกโรหนฺตสฺส คือ คนผู้ลงสู่น้ำ. บทว่า ปาฏิกงฺขิตพฺพานิ ได้แก่ พึงปรารถนา.
บทว่า สุสุกาภยํ ได้แก่ ภัยคือปลาร้าย. บทว่า มุขาวรณํ มญฺเญ กโรนุติ ความว่า ภิกษุเหล่านี้ย่อมทำเหมือนปิดปาก.
บทว่า โอทริกตฺตสฺส แปลว่า ของคนกินจุ เพราะมีท้องใหญ่.
ในบทว่า อรกฺขิเตเนว กาเยน เป็นต้น พึงทราบความดังนี้
เธอมีกายไม่รักษาแล้ว เพราะไม่มีการสำรวม ๓ อย่างในกายทวาร มีวาจาไม่รักษาแล้ว เพราะไม่มีการสำรวม ๔ อย่างในวจีทวาร.
จบอรรถกถาทุติยภยสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------