๓. ทุจริตวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุจฺจริตวคฺโค ตติโย
๒๒๑จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว วจีทุจฺจริตานิ กตมานิ จตฺตาริ มุสาวาโท ปิสุณา วาจา ผรุสา วาจา สมฺผปฺปลาโป อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ วจีทุจฺจริตานิ ฯ จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว วจีสุจริตานิ กตมานิ จตฺตาริ สจฺจวาจา อปิสุณา วาจา สณฺหา วาจา มนฺตาภาสา อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ วจีสุจริตานีติ ฯ
๒๒๒จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ ฯ {๒๒๒.๑} จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายสุจริเตน วจีสุจริเตน มโนสุจริเตน สมฺมาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ
๒๒๓จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน อกตญฺญุตา อกตเวทิตา ฯเปฯ กายสุจริเตน วจีสุจริเตน มโนสุจริเตน กตญฺญุตา กตเวทิตา ฯเปฯ
๒๒๔ปาณาติปาตี โหติ อทินฺนาทายี โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ มุสาวาที โหติ ฯเปฯ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ
๒๒๕มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ มิจฺฉาสงฺกปฺโป โหติ มิจฺฉาวาโจ โหติ มิจฺฉากมฺมนฺโต โหติ ฯเปฯ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ สมฺมาสงฺกปฺโป โหติ สมฺมาวาโจ โหติ สมฺมากมฺมนฺโต โหติ ฯเปฯ
๒๒๖มิจฺฉาอาชีโว โหติ มิจฺฉาวายาโม โหติ มิจฺฉาสติ โหติ มิจฺฉาสมาธิ โหติ ฯเปฯ สมฺมาอาชีโว โหติ สมฺมาวายาโม โหติ สมฺมาสติ โหติ สมฺมาสมาธิ โหติ ฯเปฯ
๒๒๗อทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาที โหติ อสฺสุเต สุตวาที โหติ อมุเต มุตวาที โหติ อวิญฺญาเต วิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ อทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาที โหติ อสฺสุเต อสฺสุตวาที โหติ อมุเต อมุตวาที โหติ อวิญฺญาเต อวิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ
๒๒๘ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาที โหติ สุเต อสฺสุตวาที โหติ มุเต อมุตวาที โหติ วิญฺญาเต อวิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาที โหติ สุเต สุตวาท โหติ มุเต มุตวาที โหติ วิญฺญาเต วิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ
๒๒๙อสฺสทฺโธ โหติ ทุสฺสีโล โหติ อหิริโก โหติ อโนตฺตปฺปี โหติ ฯเปฯ สทฺโธ โหติ สีลวา โหติ หิริมา โหติ โอตฺตปฺปี โหติ ฯเปฯ
๒๓๐อสฺสทฺโธ โหติ ทุสฺสีโล โหติ กุสีโต โหติ ทุปฺปญฺโญ โหติ ฯเปฯ สทฺโธ โหติ สีลวา โหติ อารทฺธวิริโย โหติ ปญฺญวา โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ
๒๓๑จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กวี กตเม จตฺตาโร จินฺตากวิ สุตกวิ อตฺถกวิ ปฏิภาณกวิ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร กวีติ ฯ ทุจฺจริตวคฺโค ตติโย ฯ --------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. ทุจจริตวรรค หมวดว่าด้วยทุจริตและสุจริต ๑. ทุจจริตสูตร ว่าด้วยทุจริตและสุจริต
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้ วจีทุจริต ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. มุสาวาท (พูดเท็จ) ๒. ปิสุณาวาจา (พูดส่อเสียด) ๓. ผรุสวาจา (พูดคำหยาบ) ๔. สัมผัปปลาปะ (พูดเพ้อเจ้อ) ภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้แล ภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้ วจีสุจริต ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัจจวาจา (พูดจริง) ๒. อปิสุณาวาจา (พูดไม่ส่อเสียด) ๓. สัณหวาจา (พูดอ่อนหวาน) ๔. มันตภาสา (พูดด้วยปัญญา) ภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้แล ทุจจริตสูตรที่ ๑ จบ ๒. ทิฏฐิสูตร ว่าด้วยทิฏฐิ
ภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ประกอบด้วย ธรรม ๔ ประการย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๑๔๙ (สุจริตสูตร) หน้า ๒๑๒ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๓. อกตัญญุตาสูตร ๑. กายทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยกาย) ๒. วจีทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยวาจา) ๓. มโนทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยใจ) ๔. มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ประการนี้แลย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพบุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย) ๒. วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา) ๓. มโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ) ๔. สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหายไม่ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพบุญเป็นอันมาก ทิฏฐิสูตรที่ ๒ จบ ๓. อกตัญญุตาสูตร ว่าด้วยความเป็นผู้ไม่รู้คุณและความเป็นผู้รู้คุณ
ภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ประกอบด้วย ธรรม ๔ ประการย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๕. ปฐมมัคคสูตร ๑. กายทุจริต ๒. วจีทุจริต ๓. มโนทุจริต ๔. อกตัญญุตา อกตเวทิตา ฯลฯ ๑. กายสุจริต ๒. วจีสุจริต ๓. มโนสุจริต ๔. กตัญญุตา กตเวทิตา ฯลฯ อกตัญญุตาสูตรที่ ๓ จบ ๔. ปาณาติปาตีสูตร ว่าด้วยผู้ฆ่าสัตว์และผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
ฯลฯ ๑. เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ๒. เป็นผู้ลักทรัพย์ ๓. เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม ๔. เป็นผู้พูดเท็จ ฯลฯ ๑. เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ๒. เป็นผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ ๓. เป็นผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม ๔. เป็นผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ ฯลฯ ปาณาติปาตีสูตรที่ ๔ จบ ๕. ปฐมมัคคสูตร ว่าด้วยมรรค สูตรที่ ๑
ฯลฯ ๑. มีมิจฉาทิฏฐิ ๒. มีมิจฉาสังกัปปะ ๓. มีมิจฉาวาจา ๔. มีมิจฉากัมมันตะ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๒๑๓ (อกตัญญุตาสูตร) หน้า ๓๓๓ ในเล่มนี้ @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๐}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ฯลฯ ๑. มีสัมมาทิฏฐิ ๒. มีสัมมาสังกัปปะ ๓. มีสัมมาวาจา ๔. มีสัมมากัมมันตะ ฯลฯ ปฐมมัคคสูตรที่ ๕ จบ ๖. ทุติยมัคคสูตร ว่าด้วยมรรค สูตรที่ ๒
ฯลฯ ๑. มีมิจฉาอาชีวะ ๒. มีมิจฉาวายามะ ๓. มีมิจฉาสติ ๔. มีมิจฉาสมาธิ ฯลฯ ๑. มีสัมมาอาชีวะ ๒. มีสัมมาวายามะ ๓. มีสัมมาสติ ๔. มีสัมมาสมาธิ ฯลฯ ทุติยมัคคสูตรที่ ๖ จบ ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ว่าด้วยครรลองแห่งโวหาร สูตรที่ ๑
ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าได้รู้ ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้ @ ดูข้อ ๒๑๗ (ปฐมโวหารปถสูตร) หน้า ๓๓๕ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ฯลฯ ปฐมโวหารปถสูตรที่ ๗ จบ ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ว่าด้วยครรลองแห่งโวหาร สูตรที่ ๒
ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าได้รู้ ฯลฯ ทุติยโวหารปถสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้ @ ดูข้อ ๒๑๘ (ทุติยโวหารปถสูตร) หน้า ๓๓๖ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๑๐. ทุปปัญญสูตร ๙. อหิริกสูตร ว่าด้วยผู้ไม่มีหิริและผู้มีหิริ
ฯลฯ ๑. เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๒. เป็นผู้ทุศีล ๓. เป็นผู้ไม่มีหิริ ๔. เป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะ ฯลฯ ๑. เป็นผู้มีศรัทธา ๒. เป็นผู้มีศีล ๓. เป็นผู้มีหิริ ๔. เป็นผู้มีโอตตัปปะ ฯลฯ อหิริกสูตรที่ ๙ จบ ๑๐. ทุปปัญญสูตร ว่าด้วยผู้มีปัญญาทรามและผู้มีปัญญา
ฯลฯ ๑. เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๒. เป็นผู้ทุศีล ๓. เป็นผู้เกียจคร้าน ๔. เป็นผู้มีปัญญาทราม ฯลฯ ๑. เป็นผู้มีศรัทธา ๒. เป็นผู้มีศีล ๓. เป็นผู้ปรารภความเพียร ๔. เป็นผู้มีปัญญา ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหายไม่ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพบุญเป็นอันมาก ทุปปัญญสูตรที่ ๑๐ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๑๑. กวิสูตร ว่าด้วยกวี
ภิกษุทั้งหลาย กวี ๔ จำพวกนี้ กวี ๔ จำพวก ไหนบ้าง คือ ๑. จินตากวี ๒. สุตกวี ๓. อัตถกวี ๔. ปฏิภาณกวี ภิกษุทั้งหลาย กวี ๔ จำพวกนี้แล กวิสูตรที่ ๑๑ จบ ทุจจริตวรรคที่ ๔ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ทุจจริตสูตร ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. อกตัญญุตาสูตร ๔. ปาณาติปาตีสูตร ๕. ปฐมมัคคสูตร ๖. ทุติยมัคคสูตร ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๙. อหิริกสูตร ๑๐. ทุปปัญญสูตร ๑๑. กวิสูตร @เชิงอรรถ : @ จินตากวี คือ ผู้รู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์บทกลอน ตามแนวความคิดของตน@(องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๒๑-๒๓๑/๔๔๐) @ สุตกวี คือ ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์ตามที่ได้ฟังมา (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๒๑-๒๓๑/๔๔๐)@ อัตถกวี คือ ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์ โดยอาศัยความหมายสั้นๆ แล้วขยายความให้พิสดาร@(องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๒๑-๒๓๑/๔๔๐) @ ปฏิภาณกวี คือ ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์ โดยใช้ปฏิภาณของตน ในลักษณะแต่งกลอนสดเหมือน@พระวังคีสเถระ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๒๑-๒๓๑/๔๔๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุจริตวรรควรรณนาที่ ๓
ทุจริตสูตรที่ ๑ เป็นต้นแห่งวรรคที่ ๓ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
ในกวีสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยในดังต่อไปนี้
ผู้ที่คิดแล้วจึงแต่งบทกวี ชื่อว่าจินตากวี.
ผู้ที่ฟังแล้วจึงแต่งบทกวี ชื่อว่าสุตกวี.
ผู้ที่อาศัยความแล้วแต่งบทกวี ชื่อว่าอัตถกวี.
ผู้ที่แต่งโดยปฏิภาณของตนในขณะนั้นเอง ดุจพระวังคีสเถระ ชื่อว่าปฏิภาณกวี. จบทุจริตวรรควรรณนาที่ ๓ -----------------------------------------------------