ปัญหาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๒จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว ปญฺหพฺยากรณานิ กตมานิ จตฺตาริ อตฺถิ ภิกฺขเว ปโญฺห เอกํสพฺยากรณีโย อตฺถิ ภิกฺขเว ปโญฺห วิภชฺชพฺยากรณีโย อตฺถิ ภิกฺขเว ปโญฺห ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย อตฺถิ ภิกฺขเว ปโญฺห ฐปนีโย อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ ปญฺหพฺยากรณานีติ ฯ เอกํสวจนํ เอกํ วิภชฺชวจนาปรํ ตติยํ ปฏิปุจฺเฉยฺย จตุตฺถํ ปน ฐาปเย ฯ โย จ เนสํ ตตฺถ ตตฺถ ชานาติ อนุธมฺมตํ จตุปญฺหสฺส กุสโล อาหุ ภิกฺขุํ ตถาวิธํ ฯ ทุราสโท ทุปฺปสโห คมฺภีโร ทุปฺปธํสิโย อโถ อตฺเถ อนตฺเถ จ อุภยตฺถสฺส โกวิโท อนตฺถํ ปริวชฺเชติ อตฺถํ คณฺหาติ ปณฺฑิโต อตฺถาภิสมยา ธีโร ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ปัญหพยากรณสูตร ว่าด้วยวิธีการตอบปัญหา
ภิกษุทั้งหลาย การตอบปัญหา ๔ ประการนี้ การตอบปัญหา ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เอกังสพยากรณียปัญหา (ปัญหาที่ควรตอบโดยนัยเดียว) ๒. วิภัชชพยากรณียปัญหา (ปัญหาที่ควรแยกตอบ) ๓. ปฏิปุจฉาพยากรณียปัญหา (ปัญหาที่ควรตอบโดยย้อนถาม) ๔. ฐปนียปัญหา (ปัญหาที่ควรงดตอบ) ภิกษุทั้งหลาย การตอบปัญหา ๔ ประการนี้แล (๑) ตอบโดยนัยเดียว (๒) แยกตอบ (๓) ตอบโดยย้อนถาม (๔) งดตอบ @เชิงอรรถ : @ สิ่งสูงต่ำ ในที่นี้หมายถึงอัตภาพของผู้อื่นและอัตภาพของตน (องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๔๑/๓๗๗)@ โลก ในที่นี้หมายถึงสัตว์โลก (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๑/๓๔๓) @ ไม่มีกิเลสเป็นเหตุให้หวั่นไหว หมายถึงไม่มีกิเลสเป็นเหตุให้หวั่นไหว ๗ ประการ คือ ราคะ โทสะ โมหะ@มานะ ทิฏฐิ กิเลส และทุจริต (องฺ.ติก.อ. ๒/๓๒/๑๑๔) @ ในโลกไหนๆ ในที่นี้หมายถึงขันธ์ อายตนะ ธาตุ และอารมณ์ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๑/๓๔๓)@ เป็นผู้สงบ หมายถึงสงบกิเลสที่เป็นข้าศึก (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๑/๓๔๓) @ ดู ที.ปา. ๑๑/๓๑๒/๒๐๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๗๐}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. โรหิตัสสวรรค ๓. ปฐมโกธครุสูตร อนึ่ง บัณฑิตเรียกภิกษุผู้รู้ความเหมาะสม ในฐานะแห่งปัญหานั้นๆ ว่า เป็นผู้ฉลาดในปัญหาทั้ง ๔ บุคคลเช่นนั้น ใครๆ เทียบได้ยาก เอาชนะได้ยาก เป็นคนลึกซึ้ง ให้แพ้ได้ยาก และฉลาดในประโยชน์ทั้งสอง คือ ด้านเจริญและด้านเสื่อม บัณฑิตย่อมเว้นด้านเสื่อม ถือเอาด้านเจริญ ธีรชนเพราะรู้จักประโยชน์ ชาวโลกจึงเรียกว่า “บัณฑิต” ปัญหพยากรณสูตรที่ ๒ จบ ๓. ปฐมโกธครุสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้มักโกรธ สูตรที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. บุคคลผู้มักโกรธ ไม่เคารพสัทธรรม ๒. บุคคลผู้มักลบหลู่ ไม่เคารพสัทธรรม ๓. บุคคลผู้เห็นแก่ลาภ ไม่เคารพสัทธรรม ๔. บุคคลผู้เห็นแก่สักการะ ไม่เคารพสัทธรรม ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวกไหนบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ ผู้รู้ความเหมาะสม หมายถึงรู้วิธีการตอบปัญหา (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๒/๓๔๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๗๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัญหาสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในปัญหาสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โย จ เนสํ ตตฺถ ตตฺถ ชานาติ อนุธมฺมตํ ความว่า ภิกษุใดรู้การกล่าวแก้ปัญหาเหล่านั้น ในฐานะนั้นๆ.
บทว่า จตุปญฺหสฺส กุสโล อาหุ ภิกฺขุํ ตถาวิธํ ความว่า ท่านเรียกภิกษุผู้เช่นนั้นอย่างนี้ว่า ผู้ฉลาดในปัญหาทั้ง ๔.
บทว่า ทุราสโท ทุปฺปสโห ความว่า อันใครๆ ไม่อาจจะกระทบหรือข่มเอาได้.
บทว่า คมฺภีโร ความว่า เป็นผู้ลึกซึ้ง เหมือนมหาสมุทรสีทันดร ๗ สมุทร.
บทว่า ทุปฺปธํสิโย ได้แก่ ผู้ที่ใครๆ เปลื้องได้ยาก. อธิบายว่า ใครๆ ไม่อาจจะให้เขาปล่อยการยึดถือข้อที่เขาถือแล้วได้.
บทว่า อตฺเถ อนตฺเถ จ ได้แก่ ในความเจริญและในความเสื่อม.
บทว่า อตฺถาภิสมยา ได้แก่ เพราะรวมเอาความเจริญไว้ได้.
บทว่า ธีโร ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ ความว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยปัญญา เขาเรียกกันอย่างนี้ว่า ผู้นี้เป็นบัณฑิต ดังนี้.
จบอรรถกถาปัญหาสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------