ฉลาวาตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๙๕จตฺตาโรเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร เนว อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โน ปรหิตาย ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โน อตฺตหิตาย อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โน ปรหิตาย อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน ปรหิตาย จ ฯ {๙๕.๑} เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ฉวาลาตํ อุภโต ปทิตฺตํ มชฺเฌ คูถคตํ เนว คาเม กฏฺฐตฺถํ ผรติ น อรญฺเญ กฏฺฐตฺถํ ผรติ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ยฺวายํ ปุคฺคโล เนว อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โน ปรหิตาย ตตฺร ภิกฺขเว ยฺวายํ ปุคฺคโล ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โน อตฺตหิตาย อยํ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จ ตตฺร ภิกฺขเว ยฺวายํ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โน ปรหิตาย อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จ ตตฺร ภิกฺขเว ยฺวายํ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน ปรหิตาย จ อยํ อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อคฺโค จ เสฏฺโฐ จ ปาโมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จ ฯ {๙๕.๒} เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ควา ขีรํ ขีรมฺหา ทธิ ทธิมฺหา นวนีตํ นวนีตมฺหา สปฺปิ สปฺปิมฺหา สปฺปิมณฺโฑ สปฺปิมณฺโฑ ตตฺถ อคฺคมกฺขายติ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยฺวายํ อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน ปรหิตาย จ อยํ อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อคฺโค จ เสฏฺโฐ จ ปาโมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. ฉวาลาตสูตร ว่าด้วยบุคคลเปรียบเหมือนท่อนไม้ที่ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า
ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. บุคคลผู้ไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น ๒. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเอง ๓. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเอง แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น ๔. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น บุคคลผู้ไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น เราเรียกว่าเป็นเหมือนท่อนไม้ที่ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า ไฟไหม้ทั้งสองข้าง ตรงกลางเปื้อนคูถ ย่อมไม่อำนวยประโยชน์เป็นเครื่องเรือน ทั้งไม่อำนวยประโยชน์เป็นอุปกรณ์ในป่า ในบุคคล ๒ จำพวกแรกของบุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้นข้างต้นนี้ บุคคลผู้ ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองงามกว่าและประณีตกว่า ในบุคคล ๓ จำพวกแรก บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเอง แต่ไม่ปฏิบัติ เพื่อเกื้อกูลผู้อื่นงามกว่าและประณีตกว่า ในบุคคล ๔ จำพวก บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น เป็นเลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด ยิ่งใหญ่ที่สุด @เชิงอรรถ : @ หมายถึงนำไปใช้เป็นไม้กลอน เสา และบันไดที่คดเป็นต้นก็ไม่ได้ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๙๔/๓๖๗)@ หมายถึงนำไปใช้เป็นเสาของกระท่อมในนา หรือเป็นขาเตียงก็ไม่ได้ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๙๔/๓๖๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๔๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. อสุรวรรค ๖. ราควินยสูตร เปรียบเหมือนนมสดจากแม่โค นมส้มจากนมสด เนยข้นจากนมส้ม เนยใสจากเนยข้น ยอดเนยใสจากเนยใส ยอดเนยใส ชาวโลกถือว่าเป็นเลิศในบรรดานมสดเป็นต้นนั้น ฉันใด บรรดาบุคคล ๔ จำพวกนี้ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและปฏิบัติเพื่อ เกื้อกูลผู้อื่นเป็นเลิศ ประเสริฐสุด เป็นประธาน สูงสุด ยิ่งใหญ่ที่สุด ฉันนั้น ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ฉวาลาตสูตรที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาฉวาลาตสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในฉวาลาตสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ฉวาลาตํ ได้แก่ ดุ้นฟืนเผาศพในป่าช้า. บทว่า มชฺเฌ คูถคตํ ได้แก่ ตรงกลางก็เปื้อนคูถ.
บทว่า เนว คาเม กฏฐตฺถํ ผรติ ความว่า ไม่สำเร็จประโยชน์ที่จะใช้เป็นเครื่องไม้ในบ้าน เพราะไม่ควรนำเข้าไปเพื่อประโยชน์แก่ทัพสัมภาระมี อกไก่ ไม้กลอนหลังคา เสาและบันไดเป็นต้น ไม่สำเร็จประโยชน์ที่จะใช้เป็นเครื่องไม้ในป่า เพราะไม่ควรนำเข้าไปทำขาค้ำกระท่อมในนาหรือขาเตียง เมื่อจับที่ปลายทั้งสองก็ย่อมไหม้มือ เมื่อจับที่ตรงกลางก็เปื้อนคูถ.
บทว่า ตถูปมํ ความว่า บุคคลนั้นก็เหมาะสมกัน. บทว่า อภิกฺกนฺตตโร คือ ดีกว่า. บทว่า ปณีตตโร คือ สูงสุดกว่า.
บทว่า ควา ขีรํ ได้แก่ น้ำนมแต่แม่โค.
ในบทว่า ขีรมฺหา ทธิ เป็นต้น ความว่า แต่ละอย่างเป็นของเลิศกว่าก่อนๆ. ส่วนสัปปิมัณฑะ หัวเนยใสเป็นยอดเยี่ยมในน้ำนมเป็นต้นเหล่านั้น แม้ทั้งปวง.
ในบทว่า อคฺโค เป็นต้น พึงทราบว่าเป็นผู้เลิศประเสริฐเป็นประมุขสูงสุดและล้ำเลิศด้วยคุณทั้งหลาย.
บุคคลผู้ทุศีลตรัสเปรียบด้วยดุ้นฟืนเผาศพ แต่พึงทราบว่าตรัสบุคคลผู้มีสุตะน้อย ผู้ละเลยการงานเปรียบด้วยโคดังนี้.
จบอรรถกถาฉวาลาตสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------