พลสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต พลสูตรที่ ๑
สตฺติมานิ ภิกฺขเว พลานิ ฯ กตมานิ สตฺต สทฺธาพลํ วิริยพลํ หิรีพลํ โอตฺตปฺปพลํ สติพลํ สมาธิพลํ ปญฺญาพลํ อิมานิ โข ภิกฺขเว สตฺต พลานีติ ฯ สทฺธาพลํ วิริยพลํ หิรี โอตฺตปฺปิยํ พลํ สติพลํ สมาธิพลํ ปญฺญา เว สตฺตมํ พลํ เอเตหิ พลวา ภิกฺขุ สุขํ ชีวติ ปณฺฑิโต โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ ปญฺญายตฺถํ วิปสฺสติ ปชฺโชตสฺเสว นิพฺพานํ วิโมกฺโข โหติ เจตโสติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย พละ ๗ ประการนี้ ๗ ประการเป็นไฉน คือ ศรัทธาพละ วิริยพละ หิริพละ โอตตัปปพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละดูกรภิกษุทั้งหลาย พละ ๗ ประการนี้แล ฯ ศรัทธาพละ วิริยพละ หิริพละ โอตตัปปพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละเป็นที่ ๗ ภิกษุผู้มีพละด้วยพละ ๗ ประการนี้ เป็นบัณฑิตย่อมอยู่เป็นสุข พึงเลือกเฟ้นธรรม โดยแยบคาย ย่อมเห็นอรรถแห่งธรรมชัดด้วยปัญญา ความ หลุดพ้นแห่งจิต (จริมกจิต) คือ ความดับของภิกษุนั้น ย่อมมีได้ เหมือนความดับแห่งประทีป ฉะนั้น ฯ จบสูตรที่ ๓
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ๑. ธนวรรค ๓. สังขิตตพลสูตร ๓. สังขิตตพลสูตร ว่าด้วยพละโดยย่อ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก-เศรษฐี ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย พละ (กำลัง) ๗ ประการนี้ พละ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัทธาพละ (กำลังคือศรัทธา) ๒. วิริยพละ (กำลังคือวิริยะ) ๓. หิริพละ (กำลังคือหิริ) ๔. โอตตัปปพละ (กำลังคือโอตตัปปะ) ๕. สติพละ (กำลังคือสติ) ๖. สมาธิพละ (กำลังคือสมาธิ) ๗. ปัญญาพละ (กำลังคือปัญญา) ภิกษุทั้งหลาย พละ ๗ ประการนี้แล ภิกษุผู้เป็นบัณฑิตมีพละ ๗ ประการนี้ คือ สัทธาพละ วิริยพละ หิริพละ โอตตัปปพละ สติพละ สมาธิพละ และปัญญาพละ ย่อมอยู่อย่างเป็นสุข @เชิงอรรถ : @ ดูความเต็มในข้อ ๑ (ปฐมปิยสูตร) หน้า ๑ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ๑. ธนวรรค ๔. วิตถตพลสูตร เลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคาย เห็นแจ้งอรรถด้วยปัญญา ความหลุดพ้นแห่งใจย่อมมีได้ เหมือนความดับไปแห่งประทีป ฉะนั้น สังขิตตพลสูตรที่ ๓ จบ ๔. วิตถตพลสูตร ว่าด้วยพละโดยพิสดาร
ภิกษุทั้งหลาย พละ ๗ ประการนี้ พละ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัทธาพละ ๒. วิริยพละ ๓. หิริพละ ๔. โอตตัปปพละ ๕. สติพละ ๖. สมาธิพละ ๗. ปัญญาพละ สัทธาพละ เป็นอย่างไร คือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีศรัทธา เชื่อปัญญาเครื่องตรัสรู้ของตถาคตว่า‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง@เชิงอรรถ : @ เลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคาย หมายถึงพิจารณาเห็นธรรมคืออริยสัจ ๔ @เห็นแจ้งอรรถด้วยปัญญา หมายถึงเห็นแจ้งสัจธรรมด้วยปัญญาในอริยมรรค (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๑-๕/๑๕๙)@ ดูเทียบ ที.ปา. ๑๑/๓๓๑/๒๒๒, ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕/๑๖, องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๒/๒-๕, ๑๔/๑๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมพลสูตรที่ ๓
ปฐมพลสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ ความว่า ย่อมเลือกเฟ้นธรรมคือสัจจะ ๔ โดยอุบาย.
บทว่า ปญฺญตฺถํ วิปสฺสติ ความว่า ย่อมเห็นสัจจธรรมด้วยปัญญาอันสัมปยุตด้วยมรรคพร้อมวิปัสสนา.
บทว่า ปชฺโชตสฺเสว ความว่า ประหนึ่งความดับแห่งประทีปฉะนั้น.
บทว่า วิโมกฺโข โหติ เจตโส ความว่า จริมกจิต จิตดวงสุดท้ายของพระขีณาสพผู้ประกอบด้วยพละเหล่านี้นั้น ย่อมหลุดพ้นจากวัตถุและอารมณ์ เหมือนความดับไปแห่งดวงประทีปฉะนั้น คือย่อมไม่ปรากฏสถานที่ไป.
จบอรรถกถาปฐมพลสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------