ทูตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต ทูตสูตร
๑๖ อฏฺฐหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทูเตยฺยํ คนฺตุมรหติ ฯ กตเมหิ อฏฺฐหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โสตา จ โหติ สาเวตา จ อุคฺคเหตา จ ธาเรตา จ วิญฺญาตา จ วิญฺญาเปตา จ กุสโล จ สหิตาสหิตสฺส โน จ กลหการโก ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทูเตยฺยํ คนฺตุมรหติ ฯ {๑๐๖.๑} อฏฺฐหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สารีปุตฺโต ทูเตยฺยํ คนฺตุมรหติ ฯ กตเมหิ อฏฺฐหิ อิธ ภิกฺขเว สารีปุตฺโต โสตา จ โหติ สาเวตา จ อุคฺคเหตา จ ธาเรตา จ วิญฺญาตา จ วิญฺญาเปตา จ กุสโล จ สหิตาสหิตสฺส โน จ กลหการโก ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สารีปุตฺโต ทูเตยฺยํ คนฺตุมรหตีติ ฯ โย เว น พฺยาธติ วตฺวา ปริสํ อุคฺคหวาทินํ น จ หาเปติ วจนํ น จ หาเปติ สาสนํ อสนฺทิฏฺฐํ เต ภณติ ปุจฺฉิโต น จ กุปฺปติ ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ ทูเตยฺยํ คนฺตุมรหตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ควร ไปเป็นทูตได้ ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้รับฟัง ๑ ให้ผู้อื่นรับฟัง ๑ เรียนดี ๑ ทรงจำไว้ดี ๑ รู้เอง ๑ ให้ผู้อื่นรู้ ๑เป็นผู้ฉลาดต่อสิ่งที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ ๑ ไม่ก่อการทะเลาะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ควรไปเป็นทูตได้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ควรไปเป็นทูตได้ ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรในธรรมวินัยนี้เป็นผู้รับฟัง ๑ ให้ผู้อื่นรับฟัง ๑ เรียนดี ๑ ทรงจำไว้ดี ๑ รู้เอง ๑ ให้ผู้อื่นรู้ ๑เป็นผู้ฉลาดต่อสิ่งที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ ๑ ไม่ก่อการทะเลาะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ควรไปเป็นทูตได้ ฯ ภิกษุใดแล สอนบริษัทให้เรียนให้อ่าน ไม่สะทกสะท้าน ไม่ให้เสียคำที่พูด ไม่ให้เสียคำสอน ชี้แจงให้เขาหมดสงสัย และเมื่อถูกซักถามก็ไม่โกรธ ภิกษุเช่นนี้นั้นแล ควรไปเป็น ทูตได้ ฯ จบสูตรที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ทูเตยยสูตร ว่าด้วยคุณสมบัติของทูต
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ควรทำหน้าที่ทูตได้ ธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. รู้จักฟัง ๒. สามารถพูดให้ผู้อื่นฟังได้ ๓. ใฝ่ศึกษา ๔. ทรงจำได้ดี ๕. เป็นผู้รู้ได้เข้าใจชัด ๖. สามารถพูดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ๗. ฉลาดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ๘. ไม่ก่อความทะเลาะวิวาท ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ควรทำหน้าที่ทูตได้ ภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ควรทำหน้าที่ทูตได้@เชิงอรรถ : @ ดู วิ.จู. (แปล) ๗/๓๔๗/๒๐๘-๒๐๙, ขุ.ธ. ๒๕/๒๔๑-๒๔๓/๕๙ @ เป็นผู้รู้ได้เข้าใจชัด หมายถึงเป็นผู้รู้ความหมายของสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์@(องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๑๖/๒๓๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๒๔๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. มหาวรรค ๖. ทูเตยยสูตร ธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ในธรรมวินัยนี้ สารีบุตร ๑. รู้จักฟัง ๒. สามารถพูดให้ผู้อื่นฟังได้ ๓. ใฝ่ศึกษา ๔. ทรงจำได้ดี ๕. เป็นผู้รู้ได้เข้าใจชัด ๖. สามารถพูดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ๗. ฉลาดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ๘. ไม่ก่อความทะเลาะวิวาท ภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ควรทำหน้าที่ทูตได้ ภิกษุผู้เข้าสู่ชุมชนที่โต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก็ไม่สะทกสะท้าน ไม่ทำคำพูดให้เสียหาย ไม่ปกปิดข่าวสาส์น ชี้แจงอย่างไม่มีข้อสงสัย ถูกย้อนถาม ก็ไม่โกรธ ภิกษุผู้มีลักษณะเช่นนั้นแล ควรทำหน้าที่ทูตได้ ทูเตยยสูตรที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๒๔๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทูตสูตรที่ ๖
ทูตสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ทูเตยฺยํ ได้แก่ ทูตกรรม กรรมคือความเป็นทูต.
บทว่า คนฺตุมหรติ ความว่า ภิกษุควรจะทรงสาส์นแสดงความเป็นทูตนั้นนำไปมอบให้.
บทว่า โสตา ได้แก่ รับฟังผู้ที่ตนมอบสาส์นให้.
บทว่า สาเวตา ได้แก่ ภิกษุเรียนสาส์นนั้นแล้วทบทวนว่า ท่านอ่านสาส์นชื่อนี้แล้ว.
บทว่า อุคฺคเหตา ได้แก่ รับเอาด้วยดี.
บทว่า ธาเรตา ได้แก่ ทรงจำไว้ด้วยดี.
บทว่า วิญฺญาตา ได้แก่ รู้ความหมายแห่งสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์.
บทว่า วิญฺญาเปตา ได้แก่ ให้ผู้อื่นรู้แจ้ง (ความหมายนั้น).
บทว่า สหิตาสหิตสฺส ความว่า เป็นผู้ฉลาดต่อประโยชน์เกื้อกูล และมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลอย่างนี้ว่า นี้เป็นประโยชน์เกื้อกูล นี้มิใช่ประโยชน์เกื้อกูล คือเป็นผู้เฉียบแหลมในข้อที่ดำเนินได้และข้อที่ดำเนินไม่ได้ เมื่อจะบอกสาส์น กำหนดแต่สิ่งที่มีประโยชน์เกื้อกูลแล้วจึงบอก.
บทว่า น พฺยาธติ ได้แก่ ย่อมไม่หวั่นไหว ไม่หวาดกลัว.
บทว่า อสนฺทิฏฺฐํ ได้แก่ หมดความสนเท่ห์ ปราศจากความสงสัย.
บทว่า ปุจฺฉิโต ความว่า ถูกเขาซักถามเพื่อต้องการทราบปัญหาว่าเป็นอย่างไร?
จบอรรถกถาทูตสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------