สราคสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต สราคสูตร
๖๖ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลผู้มีราคะ ๑ มีโทสะ ๑ มีโมหะ ๑ มีมานะ ๑บุคคล ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ ชนทั้งหลาย กำหนัดนักในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด เพลิดเพลินในรูปที่น่ารัก เป็นสัตว์เลวทราม อันโมหะผูกไว้ ย่อมยังเครื่องผูกให้เจริญ เป็นผู้ไม่ฉลาด ย่อมกระทำอกุศล กรรมอันเกิดแต่ราคะบ้าง เกิดแต่โทสะบ้าง เกิดแต่โมหะบ้าง มีความคับแค้น ให้ทุกข์ต่อไป สัตว์ทั้งหลายอันอวิชชาหุ้ม ห่อแล้ว เป็นผู้มืดมน ไม่มีจักษุ พวกเขาย่อมไม่สำคัญ ว่าเราเป็นผู้มีสภาพเหมือนธรรม ๓ ทั้งหลาย ฯ จบสูตรที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ปัตตกัมมวรรค ๗. อหิราชสูตร ๖. สราคสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้มีราคะ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวก ไหนบ้าง คือ ๑. บุคคลผู้มีราคะ ๒. บุคคลผู้มีโทสะ ๓. บุคคลผู้มีโมหะ ๔. บุคคลผู้มีมานะ ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ชนทั้งหลายผู้กำหนัดมาก ในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความกำหนัด เพลิดเพลินอย่างยิ่งในรูปที่น่ารัก เป็นสัตว์ต่ำทราม ถูกโมหะ (ความหลง) หุ้มห่อไว้ ย่อมทำให้เครื่องผูกพันเจริญขึ้น เป็นคนไม่ฉลาด ทำอกุศลกรรมที่เกิดจากราคะบ้าง เกิดจากโทสะบ้าง เกิดจากโมหะบ้าง ที่มีแต่ความคับแค้น เพิ่มทุกข์อยู่ร่ำไป สัตว์ที่ถูกอวิชชา (ความไม่รู้) หุ้มห่อไว้ เป็นผู้มืดบอด ปราศจากจักษุคือปัญญา มีสภาวะเหมือนธรรมทั้งหลายที่มีอยู่ ย่อมไม่สำคัญว่าเราทั้งหลายก็มีสภาวะเหมือนอย่างนั้นสราคสูตรที่ ๖ จบ ๗. อหิราชสูตร ว่าด้วยตระกูลพญางู
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งในเขตกรุงสาวัตถีถูกงูกัด@เชิงอรรถ : @ ดู อภิ.ปุ. (แปล) ๓๖/๑๘๖/๒๑๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๑๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสราคสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในสราคสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โมหชํ วาปิ อวิทฺทสุ ความว่า คนเขลาคือมิใช่บัณฑิต ทำอกุศลกรรมที่เกิดขึ้นเพราะโมหะบ้าง.
บทว่า สวิฆาตํ คือ เป็นไปกับทุกข์. บทว่า ทุกฺขุทฺรยํ คือ เพิ่มทุกข์ให้ต่อไป. บทว่า อจกฺขุกา คือ เว้นจากปัญญาจักษุ.
บทว่า ยถา ธมฺมา ตถา สนฺตา ความว่า ธรรมมีราคะเป็นต้นตั้งอยู่อย่างใด คนเขลาเหล่านั้นก็มีสภาพเป็นอย่างนั้น.
บทว่า น ตสฺเสวนฺติ มญฺญเร ความว่า เขาย่อมไม่สำคัญ ย่อมไม่รู้สึกว่าเราเป็นอย่างนั้น มีสภาพอย่างนั้นเสียด้วย.
ทั้งในพระสูตรนี้ ทั้งในพระคาถา ตรัสวัฏฏะอย่างเดียว.
จบอรรถกถาสราคสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------