จารสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จรวคฺโค ทุติโย
๑๑จรโต เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ อธิวาเสติ นปฺปชหติ น วิโนเทติ น พฺยนฺตีกโรติ น อนภาวํ คเมติ จรมฺปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อนาตาปี อโนตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ กุสีโต หีนวิริโยติ วุจฺจติ ฯ {๑๑.๑} ฐิตสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ อธิวาเสติ นปฺปชหติ น วิโนเทติ น พฺยนฺตีกโรติ น อนภาวํ คเมติ ฐิโตปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อนาตาปี อโนตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ กุสีโต หีนวิริโยติ วุจฺจติ ฯ {๑๑.๒} นิสินฺนสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ อธิวาเสติ นปฺปชหติ น วิโนเทติ น พฺยนฺตีกโรติ น อนภาวํ คเมติ นิสินฺโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อนาตาปี อโนตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ กุสีโต หีนวิริโยติ วุจฺจติ ฯ {๑๑.๓} สยานสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ชาครสฺส อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ อธิวาเสติ นปฺปชหติ น วิโนเทติ น พฺยนฺตีกโรติ น อนภาวํ คเมติ สยาโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ชาคโร เอวํภูโต อนาตาปี อโนตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ กุสีโต หีนวิริโยติ วุจฺจติ ฯ {๑๑.๔} จรโต เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ จรมฺปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ {๑๑.๕} ฐิตสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ ฐิโตปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ {๑๑.๖} นิสินฺนสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ นิสินฺโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ {๑๑.๗} สยานสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ชาครสฺส อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ สยาโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ชาคโร เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจตีติ ฯ จรํ วา ยทิ วา ติฏฺฐํ นิสินฺโน อุทวา สยํ โย วิตกฺกํ วิตกฺเกติ ปาปกํ เคหนิสฺสิตํ กุมฺมคฺคํ ปฏิปนฺโน โส โมหเนยฺเยสุ มุจฺฉิโต อภพฺโพ ตาทิโส ภิกฺขุ ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ โย จรํ วาปิ ติฏฺฐํ วา นิสินฺโน อุทวา สยํ วิตกฺกํ สมยิตฺวาน วิตกฺกูปสเม รโต ภพฺโพ โส ตาทิโส ภิกฺขุ ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตมนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. จรวรรค ๑. จรสูตร ๒. จรวรรค หมวดว่าด้วยอิริยาบถเดิน ๑. จรสูตร ว่าด้วยอิริยาบถเดิน
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้ากามวิตก (ความตรึกในทาง กาม) พยาบาทวิตก (ความตรึกในทางพยาบาท) หรือวิหิงสาวิตก (ความตรึกในทางเบียดเบียน) เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังเดิน และภิกษุยินดีวิตกนั้น ไม่ละ ไม่บรรเทาไม่ทำให้หมดสิ้นไป ไม่ทำให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้กำลังเดิน ผู้เป็นอย่างนี้ ไม่มีความเพียร ไม่มีโอตตัปปะ เราเรียกว่า ‘ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อนต่อเนื่องตลอดไป’ ถ้ากามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังยืน และ ภิกษุยินดีวิตกนั้น ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้หมดสิ้นไป ไม่ทำให้ถึงความไม่มีภิกษุแม้กำลังยืน ผู้เป็นอย่างนี้ไม่มีความเพียร ไม่มีโอตตัปปะ เราก็เรียกว่า ‘ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อนต่อเนื่องตลอดไป’ ถ้ากามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังนั่ง และ ภิกษุยินดีวิตกนั้น ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้หมดสิ้นไป ไม่ทำให้ถึงความไม่มีภิกษุแม้กำลังนั่ง ผู้เป็นอย่างนี้ไม่มีความเพียร ไม่มีโอตตัปปะ เราก็เรียกว่า ‘ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อนต่อเนื่องตลอดไป’ ถ้ากามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังนอน ตื่นอยู่และภิกษุยินดีวิตกนั้น ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้หมดสิ้นไป ไม่ทำให้ถึงความไม่มีภิกษุแม้กำลังนอน ตื่นอยู่ ผู้เป็นอย่างนี้ไม่มีความเพียร ไม่มีโอตตัปปะ เราก็เรียกว่า‘ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อนต่อเนื่องตลอดไป’ ถ้ากามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังเดิน และภิกษุไม่ยินดีวิตกนั้น ละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ทำให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้@เชิงอรรถ : @ ผู้เป็นอย่างนี้ ในที่นี้หมายถึงผู้มีอกุศลวิตก เช่น กามวิตก (องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๑๑/๒๙๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๒๐}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. จรวรรค ๑. จรสูตร กำลังเดิน ผู้เป็นอย่างนี้ มีความเพียร มีโอตตัปปะ เราเรียกว่า ‘ผู้ปรารภความเพียรอุทิศกายและใจต่อเนื่องตลอดไป’ ถ้ากามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังยืน และ ภิกษุไม่ยินดีวิตกนั้น ละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ทำให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้กำลังยืน ผู้เป็นอย่างนี้มีความเพียร มีโอตตัปปะ เราก็เรียกว่า ‘ผู้ปรารภความเพียรอุทิศกายและใจต่อเนื่องตลอดไป’ ถ้ากามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังนั่ง และ ภิกษุไม่ยินดีวิตกนั้น ละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ทำให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้กำลังนั่ง ผู้เป็นอย่างนี้มีความเพียร มีโอตตัปปะ เราก็เรียกว่า ‘ผู้ปรารภความเพียรอุทิศกายและใจต่อเนื่องตลอดไป’ ภิกษุทั้งหลาย ถ้ากามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังนอน ตื่นอยู่ และภิกษุไม่ยินดีวิตกนั้น ละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ทำ ให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้กำลังนอน ตื่นอยู่ ผู้เป็นอย่างนี้มีความเพียร มีโอตตัปปะเราก็เรียกว่า ‘ผู้ปรารภความเพียร อุทิศกายและใจต่อเนื่องตลอดไป” ถ้าภิกษุใดผู้กำลังเดิน ยืน นั่ง หรือนอนนึกถึงอกุศลวิตก ที่เกี่ยวเนื่องกับการครองเรือน ภิกษุนั้นชื่อว่าเดินทางผิด หมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เป็นเหตุแห่งความหลง ภิกษุเช่นนี้ไม่สามารถบรรลุสัมโพธิญาณ อันสูงสุดได้ ภิกษุใดผู้กำลังเดิน ยืน นั่ง หรือนอนให้วิตกสงบ ยินดีในธรรมเป็นที่ระงับวิตก ภิกษุเช่นนั้นสามารถบรรลุสัมโพธิญาณอันสูงสุดได้ จรสูตรที่ ๑ จบ @เชิงอรรถ : @ ผู้เป็นอย่างนี้ ในที่นี้หมายถึงปราศจากอกุศลวิตก เช่น กามวิตก (องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๑๑/๒๙๑)@ สัมโพธิญาณ ในที่นี้หมายถึงญาณอันสูงสุด คือ อรหัตตผล (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๑/๒๙๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๒๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาจรวรรคที่ ๒ อรรถกถาจารสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในจารสูตรที่ ๑ แห่งจรวรรคที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อธิวาเสติ ได้แก่ ยกขึ้นไว้ให้อยู่ในจิต (คือพักไว้).
บทว่า น ปชหติ ได้แก่ ไม่สละ. บทว่า น วิโนเทติ ได้แก่ ไม่นำออก.
บทว่า น พฺยนฺตีกโรติ ได้แก่ ไม่ทำให้สิ้นสุด คือตัดหนทาง.
บทว่า น อนภาวํ คเมติ ได้แก่ ไม่ทำให้ถึงความไม่มี ไม่เจริญ คือย่อยยับไป.
บทว่า จรมฺปิ คือ แม้เดินอยู่. บทว่า อนาตาปิ คือ ไม่มีความเพียร.
บทว่า อโนตฺตาปิ คือ เว้นจากความกลัวการตำหนิติเตียน.
บทว่า สตตํ คือ เป็นนิตย์. บทว่า สมิตํ คือ ไม่มีระหว่าง.
ผู้ศึกษาทราบความในทุกบทอย่างนี้แล้ว พึงทราบความตามปริยายที่กล่าวไว้แล้วในสุกกปักษ์ฝ่ายธรรมขาว.
ในคาถา พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
บทว่า เคหนิสฺสิตํ ได้แก่ อาศัยกิเลส.
บทว่า โมหเนยฺเยสุ ได้แก่ ในอารมณ์ที่ให้เกิดความหลง.
บทว่า อภพฺโพ ได้แก่ ไม่เป็นดังภาชนะที่รองรับ.
บทว่า ผุฏฺฐํ สมฺโพธิมุตฺตมํ ได้แก่ เพื่อสัมผัสอุดมญาณ กล่าวคือพระอรหัต.
จบอรรถกถาจารสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------