๗. กรรมปถวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กมฺมปถวคฺโค สตฺตโม
๒๖๔จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย กตเมหิ จตูหิ อตฺตนา จ ปาณาติปาตี โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาเต สมาทเปติ ปาณาติปาเต จ สมนุญฺโญ โหติ ปาณาติปาตสฺส จ วณฺณํ ภาสติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย ฯ จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค กตเมหิ จตูหิ อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สมาทเปติ ปาณาติปาตา เวรมณิยา จ สมนุญฺโญ โหติ ปาณาติปาตา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเคติ ฯ
๒๖๕จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย กตเมหิ จตูหิ อตฺตนา จ อทินฺนาทายี โหติ ปรญฺจ อทินฺนาทาเน สมาทเปติ อทินฺนาทาเน จ สมนุญฺโญ โหติ อทินฺนาทานสฺส จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ อทินฺนาทานา เวรมณิยา สมาทเปติ อทินฺนาทานา เวรมณิยา จ สมนุญฺโญ โหติ อทินฺนาทานา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ
๒๖๖อตฺตนา จ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ ปรญฺจ กาเมสุ มิจฺฉาจาเร สมาทเปติ กาเมสุ มิจฺฉาจาเร จ สมนุญฺโญ โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารสฺส จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณิยา สมาทเปติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณิยา จ สมนุญฺโญ โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ
๒๖๗อตฺตนา จ มุสาวาที โหติ ปรญฺจ มุสาวาเท สมาทเปติ มุสาวาเท จ สมนุญฺโญ โหติ มุสาวาทสฺส จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ มุสาวาทา เวรมณิยา สมาทเปติ มุสาวาทา เวรมณิยา จ สมนุญฺโญ โหติ มุสาวาทา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ
๒๖๘อตฺตนา จ ปิสุณวาโจ โหติ ปรญฺจ ปิสุณาย วาจาย สมาทเปติ ปิสุณาย วาจาย จ สมนุญฺโญ โหติ ปิสุณาย วาจาย จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ปิสุณาย วาจาย เวรมณิยา สมาทเปติ ปิสุณาย วาจาย เวรมณิยา จ สมนุญฺโญ โหติ ปิสุณาย วาจาย เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ
๒๖๙อตฺตนา จ ผรุสวาโจ โหติ ปรญฺจ ผรุสาย วาจาย สมาทเปติ ผรุสาย วาจาย เวรมณิยา จ สมนุญฺโญ โหติ ผรุสาย วาจาย จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ผรุสาย วาจาย เวรมณิยา สมาทเปติ ผรุสาย วาจาย เวรมณิยา จ สมนุญฺโญ โหติ ผรุสาย วาจาย เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ
๒๗๐อตฺตนา จ สมฺผปฺปลาปี โหติ ปรญฺจ สมฺผปฺปลาเป สมาทเปติ สมฺผปฺปลาเป จ สมนุญฺโญ โหติ สมฺผปฺปลาปสฺส จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ สมฺผปฺปลาปา เวรมณิยา สมาทเปติ สมฺผปฺปลาปา เวรมณิยา จ สมนุญฺโญ โหติ สมฺผปฺปลาปา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ
๒๗๑อตฺตนา จ อภิชฺฌาลู โหติ ปรญฺจ อภิชฺฌาย สมาทเปติ อภิชฺฌาย จ สมนุญฺโญ โหติ อภิชฺฌาย จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ อนภิชฺฌาลู โหติ ปรญฺจ อนภิชฺฌาย สมาทเปติ อนภิชฺฌาย จ สมนุญฺโญ โหติ อนภิชฺฌาย จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ
๒๗๒อตฺตนา จ พฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ ปรญฺจ พฺยาปาเท สมาทเปติ พฺยาปาเท จ สมนุญฺโญ โหติ พฺยาปาทสฺส จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ อพฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ ปรญฺจ อพฺยาปาเท สมาทเปติ อพฺยาปาเท จ สมนุญฺโญ โหติ อพฺยาปาทสฺส จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ
๒๗๓อตฺตนา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา จ สมนุญฺโญ โหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ฯเปฯ อตฺตนา จ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ สมฺมาทิฏฺฐิยา จ สมนุญฺโญ โหติ สมฺมาทิฏฺฐิยา จ วณฺณํ ภาสติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเคติ ฯ กมฺมปถวคฺโค สตฺตโม ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. กัมมปถวรรค หมวดว่าด้วยกรรมบถ ๑. ปาณาติปาตีสูตร ว่าด้วยผู้ฆ่าสัตว์และผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้ฆ่าสัตว์ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้ฆ่าสัตว์ ๓. เป็นผู้พอใจการฆ่าสัตว์ ๔. กล่าวสรรเสริญการฆ่าสัตว์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๘๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๗. กัมมปถวรรค ๒. อทินนาทายีสูตร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๓. เป็นผู้พอใจการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๔. กล่าวสรรเสริญการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ปาณาติปาตีสูตรที่ ๑ จบ ๒. อทินนาทายีสูตร ว่าด้วยผู้ลักทรัพย์และผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้ลักทรัพย์ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้ลักทรัพย์ ๓. เป็นผู้พอใจการลักทรัพย์ ๔. กล่าวสรรเสริญการลักทรัพย์ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๘๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๗. กัมมปถวรรค ๓.มิจฉาจารีสูตร ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการลักทรัพย์ ๓. เป็นผู้พอใจการงดเว้นจากการลักทรัพย์ ๔. กล่าวสรรเสริญการงดเว้นจากการลักทรัพย์ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ อทินนาทายีสูตรที่ ๒ จบ ๓. มิจฉาจารีสูตร ว่าด้วยผู้ประพฤติผิดในกามและผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้ประพฤติผิดในกาม ๒. ชักชวนผู้อื่นให้ประพฤติผิดในกาม ๓. เป็นผู้พอใจการประพฤติผิดในกาม ๔. กล่าวสรรเสริญการประพฤติผิดในกาม ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม ๒. ชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๓. เป็นผู้พอใจการงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๔. กล่าวสรรเสริญการงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๘๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๗. กัมมปถวรรค ๕. ปิสุณวาจาสูตร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ มิจฉาจารีสูตรที่ ๓ จบ ๔. มุสาวาทีสูตร ว่าด้วยผู้พูดเท็จและผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้พูดเท็จ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้พูดเท็จ ๓. เป็นผู้พอใจการพูดเท็จ ๔. กล่าวสรรเสริญการพูดเท็จ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการพูดเท็จ ๓. เป็นผู้พอใจการงดเว้นจากการพูดเท็จ ๔. กล่าวสรรเสริญการงดเว้นจากการพูดเท็จ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ มุสาวาทีสูตรที่ ๔ จบ ๕. ปิสุณวาจาสูตร ว่าด้วยผู้พูดส่อเสียดและผู้เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๘๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๗. กัมมปถวรรค ๖.ผรุสวาจาสูตร ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้พูดส่อเสียด ๒. ชักชวนผู้อื่นให้พูดส่อเสียด ๓. เป็นผู้พอใจการพูดส่อเสียด ๔. กล่าวสรรเสริญการพูดส่อเสียด ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด ๒. ชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการพูดส่อเสียด ๓. เป็นผู้พอใจการงดเว้นจากการพูดส่อเสียด ๔. กล่าวสรรเสริญการงดเว้นจากการพูดส่อเสียด ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ปิสุณวาจาสูตรที่ ๕ จบ ๖. ผรุสวาจาสูตร ว่าด้วยผู้พูดคำหยาบและผู้เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้พูดคำหยาบ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้พูดคำหยาบ ๓. เป็นผู้พอใจการพูดคำหยาบ ๔. กล่าวสรรเสริญการพูดคำหยาบ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๘๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๗. กัมมปถวรรค ๗. สัมผัปปลาปสูตร ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการพูดคำหยาบ ๓. เป็นผู้พอใจการงดเว้นจากการพูดคำหยาบ ๔. กล่าวสรรเสริญการงดเว้นจากการพูดคำหยาบ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ผรุสวาจาสูตรที่ ๖ จบ ๗. สัมผัปปลาปสูตร ว่าด้วยผู้พูดเพ้อเจ้อและผู้เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้พูดเพ้อเจ้อ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้พูดเพ้อเจ้อ ๓. เป็นผู้พอใจการพูดเพ้อเจ้อ ๔. กล่าวสรรเสริญการพูดเพ้อเจ้อ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ ๓. เป็นผู้พอใจการงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ ๔. กล่าวสรรเสริญการงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ สัมผัปปลาปสูตรที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๘๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๗. กัมมปถวรรค ๙. พยาปันนจิตตสูตร ๘. อภิชฌาลุสูตร ว่าด้วยผู้เพ่งเล็งอยากได้ของเขาและผู้ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของเขา
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้เพ่งเล็งอยากได้ของเขา ๒. ชักชวนผู้อื่นให้เพ่งเล็งอยากได้ของเขา ๓. เป็นผู้พอใจความเพ่งเล็งอยากได้ของเขา ๔. กล่าวสรรเสริญความเพ่งเล็งอยากได้ของเขา ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของเขา ๒. ชักชวนผู้อื่นให้ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของเขา ๓. เป็นผู้พอใจความไม่เพ่งเล็งอยากได้ของเขา ๔. กล่าวสรรเสริญความไม่เพ่งเล็งอยากได้ของเขา ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ อภิชฌาลุสูตรที่ ๘ จบ ๙. พยาปันนจิตตสูตร ว่าด้วยผู้มีจิตพยาบาทและผู้มีจิตไม่พยาบาท
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๘๗}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๗. กัมมปถวรรค ๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้มีจิตพยาบาท ๒. ชักชวนผู้อื่นให้มีจิตพยาบาท ๓. เป็นผู้พอใจความมีจิตพยาบาท ๔. กล่าวสรรเสริญความมีจิตพยาบาท ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นผู้มีจิตไม่พยาบาท ๒. ชักชวนผู้อื่นให้มีจิตไม่พยาบาท ๓. เป็นผู้พอใจความมีจิตไม่พยาบาท ๔. กล่าวสรรเสริญความมีจิตไม่พยาบาท ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ พยาปันนจิตตสูตรที่ ๙ จบ ๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร ว่าด้วยผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิและผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นมิจฉาทิฏฐิ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ๓. เป็นผู้พอใจความเป็นมิจฉาทิฏฐิ ๔. กล่าวสรรเสริญความเป็นมิจฉาทิฏฐิ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๘๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๘. ราคเปยยาล ๑. สติปัฏฐานสูตร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตนเองเป็นสัมมาทิฏฐิ ๒. ชักชวนผู้อื่นให้เป็นสัมมาทิฏฐิ ๓. เป็นผู้พอใจความเป็นสัมมาทิฏฐิ ๔. กล่าวสรรเสริญความเป็นสัมมาทิฏฐิ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ มิจฉาทิฏฐิสูตรที่ ๑๐ จบ กัมมปถวรรคที่ ๗ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปาณาติปาตีสูตร ๒. อทินนาทายีสูตร ๓. มิจฉาจารีสูตร ๔. มุสาวาทีสูตร ๕. ปิสุณวาจาสูตร ๖. ผรุสวาจาสูตร ๗. สัมผัปปลาปสูตร ๘. อภิชฌาลุสูตร ๙. พยาปันนจิตตสูตร ๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กรรมปถวรรควรรณนาที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในกรรมปถวรรค ดังต่อไปนี้ :-
กรรมบถแม้ ๑๐ ท่านกล่าวคละกันทั้งโลกิยะและโลกุตระ ราคเปยยาล ท่านกล่าวให้บรรลุถึงพระอรหัต.
คำที่เหลือในที่ทั้งปวงง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถากรรมปถวรรควรรณนาที่ ๗ จบอรรถกถาจตุกนิบาตแห่งอังคุตตรนิกาย ชื่อมโนรถปูรณี -----------------------------------------------------