ญาณปัญจกนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
กถํ อภิญฺญาปญฺญา ญาตฏฺเฐน ญาณํ ฯ ปริญฺญาปญฺญา ตีรณฏฺเฐน ญาณํ ปหานปญฺญา ปริจฺจาคฏฺเฐน ญาณํ ภาวนาปญฺญา เอกรสฏฺเฐน ญาณํ สจฺฉิกิริยาปญฺญา ผสฺสนฏฺเฐน ญาณํ เย เย ธมฺมา อภิญฺญาตา โหนฺติ เต เต ธมฺมา ญาตา โหนฺติ เย เย ธมฺมา ปริญฺญาตา โหนฺติ เต เต ธมฺมา ตีริตา โหนฺติ เย เย ธมฺมา ปหีนา โหนฺติ เต เต ธมฺมา ปริจฺจตฺตา โหนฺติ เย เย ธมฺมา ภาวิตา โหนฺติ เต เต ธมฺมา เอกรสา โหนฺติ เย เย ธมฺมา สจฺฉิกตา โหนฺติ เต เต ธมฺมา ผุสิตา โหนฺติ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ อภิญฺญาปญฺญา ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปริญฺญาปญฺญา ตีรณฏฺเฐน ญาณํ ปหานปญฺญา ปริจฺจาคฏฺเฐน ญาณํ ภาวนาปญฺญา เอกรสฏฺเฐน ญาณํ สจฺฉิกิริยาปญฺญา ผสฺสนฏฺเฐน ญาณํ ฯ ---------
ปัญญาอันรู้ยิ่งเป็นญาตัฏฐญาณอย่างไร ปัญญาเครื่องกำหนด รู้เป็นติรณัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องละเป็นปริจจาคัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องเจริญเป็นเอกรสัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องกระทำให้แจ้ง เป็นผัสสนัฏฐญาณ ฯ พระโยคาวจรรู้ยิ่งธรรมใดๆ แล้ว เป็นอันรู้ธรรมนั้นๆ แล้ว กำหนดรู้ธรรมใดๆ แล้ว เป็นอันพิจารณาธรรมนั้นๆ แล้ว ละธรรมใดๆ ได้แล้วเป็นอันสละธรรมนั้นๆ แล้ว เจริญธรรมใดๆ แล้ว ธรรมนั้นๆ ย่อมมีกิจเป็นอันเดียวกัน กระทำให้แจ้งธรรมใดแล้ว เป็นอันถูกต้องธรรมนั้นๆ แล้ว ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาอันรู้ยิ่งเป็นญาตัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องกำหนดรู้เป็นติรณัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องละเป็นปริจจาคัฏฐญาณ ปัญญเครื่องเจริญเป็นเอกรสัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องกระทำให้แจ้งเป็นผัสสนัฏฐญาณ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๐-๒๔. ญาณปัญจกนิทเทส แสดงญาณ ๕ หมวด
ปัญญาเครื่องรู้ยิ่ง ชื่อว่าญาตัฏฐญาณ (ญาณที่มีสภาวะรู้) ปัญญา เครื่องกำหนดรู้ ชื่อว่าตีรณัฏฐญาณ (ญาณที่มีสภาวะพิจารณา) ปัญญาเครื่องละ ชื่อว่าปริจจาคัฏฐญาณ (ญาณที่มีสภาวะสละ) ปัญญาเครื่องเจริญ ชื่อว่าเอกรสัฏฐญาณ (ญาณที่มีสภาวะเป็นรสเดียว) ปัญญาเครื่องทำให้แจ้ง ชื่อว่าผัสสนัฏฐญาณ (ญาณที่มีสภาวะถูกต้อง) เป็นอย่างไร คือ ธรรมใดๆ ที่พระโยคาวจรรู้ยิ่งแล้ว ธรรมนั้นๆ ก็เป็นอันรู้แล้ว ธรรมใดๆที่พระโยคาวจรกำหนดรู้แล้ว ธรรมนั้นๆ ก็เป็นอันพิจารณาแล้ว ธรรมใดๆ ที่พระโยคาวจรละได้แล้ว ธรรมนั้นๆ เป็นอันละได้แล้ว ธรรมใดๆ ที่พระโยคาวจรเจริญแล้วธรรมนั้นๆ ก็เป็นธรรมมีรสเป็นอันเดียว ธรรมใดๆ ที่พระโยคาวจรทำให้แจ้งแล้วธรรมนั้นๆ ก็เป็นอันถูกต้องแล้ว ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาเครื่องรู้ยิ่ง ชื่อว่าญาตัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องกำหนดรู้ ชื่อว่าตีรณัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องละ ชื่อว่าปริจจาคัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องเจริญ ชื่อว่าเอกรสัฏฐญาณ ปัญญาเครื่องทำให้แจ้ง ชื่อว่าผัสส-นัฏฐญาณ ญาณปัญจกนิทเทสที่ ๒๐-๒๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๒๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๐-๒๔. อรรถกถาญาณปัญจกนิทเทส
[๑๘๕] พึงทราบวินิจฉัยในญาณปัญจกนิทเทสดังต่อไปนี้.
ท่านทำปุจฉาวิสัชนารวมเป็นอันเดียว เพราะมีความสัมพันธ์กันเป็นลำดับแห่งญาณ ๕ เหล่านั้น.
บทว่า อภิญฺญาตา โหนฺติ - เป็นผู้รู้แจ้งธรรมแล้ว คือ เป็นผู้รู้ด้วยดี ด้วยสามารถรู้ลักษณะแห่งสภาวธรรม.
บทว่า ญาตา โหนฺติ - เป็นอันรู้ธรรมแล้ว คือ ชื่อว่าเป็นอันรู้แล้ว เพราะรู้ตามสภาพ ด้วยสามารถแห่งญาตปริญญา. เป็นอันรู้ธรรมเหล่านั้นแล้วด้วยญาณใด. ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ญาณนั้น.
พึงทราบการเชื่อมว่า ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด. โดยนัยแม้นี้พึงประกอบแม้ญาณที่เหลือ.
บทว่า ปริญฺญาตา โหนฺติ - เป็นอันกำหนดรู้แล้ว คือเป็นอันรู้โดยรอบด้วยสามารถแห่งสามัญลักษณะ.
บทว่า ตีริตา โหนฺติ - เป็นอันพิจารณาแล้ว คือเข้าไปกำหนดให้ถึงพร้อมด้วยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้นด้วยสามารถแห่งตีรณปริญญา.
บทว่า ปหีนา โหนฺติ - เป็นอันละได้แล้ว คือเป็นอันละนิจสัญญาเป็นต้นด้วยอนิจจานุปัสสนาญาณเป็นต้นตั้งแต่ภังคานุปัสสนาญาณ.
บทว่า ปริจฺจตฺตา โหนฺติ - เป็นอันสละแล้ว คือเป็นอันทอดทิ้งด้วยสามารถแห่งการละนั่นเอง.
บทว่า ภาวิตา โหนฺติ - เป็นอันเจริญแล้ว คือเป็นอันเจริญแล้วและอบรมแล้ว.
บทว่า เอกรสา โหนฺติ - มีรสเป็นอันเดียวกัน คือมีกิจอย่างเดียวกันด้วยการให้สำเร็จกิจของตน และด้วยการละฝ่ายตรงกันข้าม. หรือมีรสเป็นอันเดียวกันด้วยวิมุตติรส ด้วยการพ้นจากธรรมเป็นฝ่ายข้าศึก.
บทว่า สจฺฉิกตา โหนฺติ - เป็นอันทำให้แจ้งแล้ว คือเป็นอันทำให้ประจักษ์ว่าผลธรรม ด้วยสามารถการได้นิพพานธรรมด้วยสามารถการแทงตลอด.
บทว่า ผสฺสิตา โหนฺติ - เป็นอันถูกต้องแล้ว คือเป็นอันถูกต้อง คือได้รับผลด้วยการถูกต้อง ด้วยการได้และด้วยการถูกต้องด้วยการแทงตลอด.
ท่านกล่าวญาณ ๕ เหล่านี้ ด้วยสามารถสุตมยญาณแล้วในหนหลัง. ในที่นี้ ท่านกล่าวด้วยสามารถยังกิจของตนให้สำเร็จ.
จบอรรถกถาญาณปัญจกนิทเทส -----------------------------------------------------