อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๐

สัจนิทเทส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐–๒๙พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 20 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 20 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

ข้อ ๑๐

ทุกฺขํ อภิญฺเญยฺยํ ทุกฺขสมุทโย อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อภิญฺเญยฺยา รูปํ อภิญฺเญยฺยํ รูปสมุทโย อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรธคามินี ปฏิปทา อภิญฺเญยฺยา เวทนา อภิญฺเญยฺยา ฯเปฯ สญฺญา อภิญฺเญยฺยา สงฺขารา อภิญฺเญยฺยา วิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ จกฺขุํ ฯเปฯ ชรามรณํ อภิญฺเญยฺยํ ชรามรณสมุทโย อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรธคามินี ปฏิปทา อภิญฺเญยฺยา ฯ

ทุกข์ ทุกขสมุทัย ทุกขนิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา รูป เวทนาสัญญา สังขาร วิญญาณ จักขุ ฯลฯ ชรามรณะ ชรามรณสมุทัย ชรามรณนิโรธชรามรณนิโรธคามินีปฏิปทา ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ

ข้อ ๑๑

ทุกฺขสฺส ปริญฺญฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสมุทยสฺส ปหานฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรธสฺส สจฺฉิกิริยฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ภาวนฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ฯ รูปสฺส ปริญฺญฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย รูปสมุทยสฺส ปหานฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรธสฺส สจฺฉิกิริยฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ภาวนฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย สงฺขารานํ วิญฺญาณสฺส จกฺขุสฺส ฯเปฯ ชรามรณสฺส ปริญฺญฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสมุทยสฺส ปหานฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรธสฺส สจฺฉิกิริยฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ภาวนฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ฯ

สภาพที่ควรกำหนดรู้แห่งทุกข์ สภาพที่ควรละแห่งทุกขสมุทัยสภาพที่ควรทำให้แจ้งแห่งทุกขนิโรธ สภาพที่ควรเจริญแห่งทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาสภาพที่ควรกำหนดรู้แห่งรูป สภาพที่ควรละแห่งรูปสมุทัย สภาพที่ควรทำให้แจ้งแห่งรูปนิโรธ สภาพที่ควรเจริญแห่งรูปนิโรธคามินีปฏิปทา สภาพที่ควรกำหนดรู้แห่งเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ฯลฯ แห่งจักษุฯลฯ สภาพที่ควรกำหนดรู้แห่งชรามรณะ สภาพที่ควรละแห่งชรามรณสมุทัยสภาพที่ควรทำให้แจ้งแห่งชรามรณนิโรธ สภาพที่ควรเจริญแห่งชรามรณนิโรธ-*คามินีปฏิปทา ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ

ข้อ ๑๒

ทุกฺขสฺส ปริญฺญาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสมุทยสฺส ปหานปฺปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรธสฺส สจฺฉิกิริยาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ภาวนาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ฯ รูปสฺส ปริญฺญาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย รูปสมุทยสฺส ปหานปฺปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรธสฺส สจฺฉิกิริยาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ภาวนาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย สงฺขารานํ วิญฺญาณสฺส จกฺขุสฺส ฯเปฯ ชรามรณสฺส ปริญฺญาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสมุทยสฺส ปหานปฺปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรธสฺส สจฺฉิกิริยาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ภาวนาปฏิเวธฏฺโฐ อภิญฺเญยฺโย ฯ

สภาพที่แทงตลอดด้วยการกำหนดรู้ทุกข์ สภาพที่แทงตลอด ด้วยการละทุกขสมุทัย สภาพที่แทงตลอดด้วยการทำให้แจ้งทุกขนิโรธ สภาพที่แทงตลอดด้วยการเจริญทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา สภาพที่แทงตลอดด้วยการกำหนดรู้รูป สภาพที่แทงตลอดด้วยการละรูปสมุทัย สภาพที่แทงตลอดด้วยการทำให้แจ้งรูปนิโรธ สภาพที่แทงตลอดด้วยการเจริญรูปนิโรธคามินีปฏิปทา สภาพที่แทงตลอดด้วยการเจริญเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณฯลฯ จักขุ ฯลฯ สภาพที่แทงตลอดด้วยการกำหนดรู้ชรามรณะ สภาพที่แทงตลอดด้วยการละชรามรณสมุทัย สภาพที่แทงตลอดด้วยการทำให้แจ้งชรา-*มรณนิโรธ สภาพที่แทงตลอดด้วยการเจริญชรามรณนิโรธคามินีปฏิปทา ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ

ข้อ ๑๓

ทุกฺขํ อภิญฺเญยฺยํ ทุกฺขสมุทโย อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสฺส สมุทยนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสฺส ฉนฺทราคนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสฺส อสฺสาโท อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสฺส อาทีนโว อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสฺส นิสฺสรณํ อภิญฺเญยฺยํ รูปํ อภิญฺเญยฺยํ รูปสมุทโย อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย รูปสฺส สมุทยนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย รูปสฺส ฉนฺทราคนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย รูปสฺส อสฺสาโท อภิญฺเญยฺโย รูปสฺส อาทีนโว อภิญฺเญยฺโย รูปสฺส นิสฺสรณํ อภิญฺเญยฺยํ เวทนา อภิญฺเญยฺยา ฯเปฯ สญฺญา อภิญฺเญยฺยา สงฺขารา อภิญฺเญยฺยา วิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ จกฺขุํ ฯเปฯ ชรามรณํ อภิญฺเญยฺยํ ชรามรณสมุทโย อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสฺส สมุทยนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสฺส ฉนฺทราคนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสฺส อสฺสาโท อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสฺส อาทีนโว อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสฺส นิสฺสรณํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ ความดับเหตุให้เกิดทุกข์ความดับฉันทราคะในทุกข์ ความยินดีในทุกข์ โทษแห่งทุกข์ อุบายเครื่องสลัดออกแห่งทุกข์ รูป เหตุให้เกิดรูป ความดับเหตุให้เกิดรูป ความยินดีในรูปโทษแห่งรูป อุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป แห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา ฯลฯ แห่งสังขาร ฯลฯ แห่งวิญญาณ ฯลฯ แห่งจักขุ ฯลฯ ชราและมรณะเหตุให้เกิดชราและมรณะ ความดับชราและมรณะ ความดับเหตุให้เกิดชราและมรณะ ความดับฉันทราคะในชราและมรณะ คุณแห่งชราและมรณะโทษแห่งชราและมรณะ อุบายเครื่องสลัดออกแห่งชราและมรณะ ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ

ข้อ ๑๔

ทุกฺขํ อภิญฺเญยฺยํ ทุกฺขสมุทโย อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อภิญฺเญยฺยา ทุกฺขสฺส อสฺสาโท อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสฺส อาทีนโว อภิญฺเญยฺโย ทุกฺขสฺส นิสฺสรณํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ รูปํ อภิญฺเญยฺยํ รูปสมุทโย อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย รูปนิโรธคามินี ปฏิปทา อภิญฺเญยฺยา รูปสฺส อสฺสาโท อภิญฺเญยฺโย รูปสฺส อาทีนโว อภิญฺเญยฺโย รูปสฺส นิสฺสรณํ อภิญฺเญยฺยํ เวทนา อภิญฺเญยฺยา ฯเปฯ สญฺญา อภิญฺเญยฺยา สงฺขารา อภิญฺเญยฺยา วิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺยํ จกฺขุํ ฯเปฯ ชรามรณํ อภิญฺเญยฺยํ ชรามรณสมุทโย อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรโธ อภิญฺเญยฺโย ชรามรณนิโรธคามินี ปฏิปทา อภิญฺเญยฺยา ชรามรณสฺส อสฺสาโท อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสฺส อาทีนโว อภิญฺเญยฺโย ชรามรณสฺส นิสฺสรณํ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ทุกข์ ทุกขสมุทัย ทุกขนิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ความยินดีในทุกข์ โทษแห่งทุกข์ อุบายเครื่องสลัดออกแห่งทุกข์ รูป เหตุให้เกิดรูปความดับรูป ปฏิปทาอันให้ถึงความดับรูป ความยินดีในรูป โทษแห่งรูป อุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ฯลฯ จักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ เหตุให้เกิดชราและมรณะ ความดับชราและมรณะปฏิปทาอันให้ถึงความดับชราและมรณะ ความยินดีในชราและมรณะ โทษแห่งชราและมรณะ อุบายเครื่องสลัดออกแห่งชราและมรณะ ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ

ข้อ ๑๕

อนิจฺจานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ทุกฺขานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา อนตฺตานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา นิพฺพิทานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา วิราคานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา นิโรธานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ฯ รูเป อนิจฺจานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา รูเป ทุกฺขานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา รูเป อนตฺตานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา รูเป นิพฺพิทานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา รูเป วิราคานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา รูเป นิโรธานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา รูเป ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย สงฺขาเรสุ วิญฺญาเณ จกฺขุสฺมึ ฯเปฯ ชรามรเณ อนิจฺจานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ชรามรเณ ทุกฺขานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ชรามรเณ อนตฺตานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ชรามรเณ นิพฺพิทานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ชรามรเณ วิราคานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ชรามรเณ นิโรธานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ชรามรเณ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา อภิญฺเญยฺยา ฯ

การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง การพิจารณาเห็นทุกข์ การพิจารณาเห็นอนัตตา การพิจารณาเห็นด้วยความเบื่อหน่าย การพิจารณาเห็นด้วยความคลายกำหนัด การพิจารณาเห็นด้วยความดับ การพิจารณาเห็นด้วยความสละคืน การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูป การพิจารณาเห็นความทุกข์ในรูป การพิจารณาเห็นอนัตตาในรูป การพิจารณาเห็นด้วยความเบื่อหน่ายในรูป การพิจารณาเห็นด้วยความคลายกำหนัดในรูป การพิจารณาเห็นด้วยความดับในรูป การพิจารณาเห็นด้วยความสละคืนในรูป การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในเวทนา ฯลฯ ในสัญญา ฯลฯ ในสังขาร ฯลฯ ในวิญญาณ ฯลฯ ในจักษุ ฯลฯ การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในชราและมรณะ การพิจารณาเห็นทุกข์ในชราและมรณะการพิจารณาเห็นอนัตตาในชราและมรณะ การพิจารณาเห็นด้วยความเบื่อหน่ายในชราและมรณะ การพิจารณาเห็นด้วยความคลายกำหนัดในชราและมรณะ การพิจารณาเห็นความดับในชราและมรณะ การพิจารณาเห็นด้วยความสละคืนในชราและมรณะ ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ

ข้อ ๑๖

อุปฺปาโท อภิญฺเญยฺโย ปวตฺตํ อภิญเญยฺยํ นิมิตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา อภิญฺเญยฺยา ปฏิสนฺธิ อภิญฺเญยฺยา คติ อภิญฺเญยฺยา นิพฺพตฺติ อภิญฺเญยฺยา อุปปตฺติ อภิญฺเญยฺยา ชาติ อภิญฺเญยฺยา ชรา อภิญฺเญยฺยา พฺยาธิ อภิญฺเญยฺโย มรณํ อภิญฺเญยฺยํ โสโก อภิญฺเญยฺโย ปริเทโว อภิญฺเญยฺโย อุปายาโส อภิญฺเญยฺโย ฯ อนุปฺปาโท อภิญฺเญยฺโย อปฺปวตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ อนิมิตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ อนายุหนา อภิญฺเญยฺยา อปฺปฏิสนฺธิ อภิญฺเญยฺยา อคติ อภิญฺเญยฺยา อนิพฺพตฺติ อภิญฺเญยฺยา อนุปปตฺติ อภิญฺเญยฺยา อชาติ อภิญฺเญยฺยา อชรา อภิญฺเญยฺยา อพฺยาธิ อภิญฺเญยฺโย อมตํ อภิญฺเญยฺยํ อโสโก อภิญฺญยฺโย อปริเทโว อภิญฺเญยฺโย อนุปายาโส อภิญฺเญยฺโย ฯ

ความเกิดขึ้น ความเป็นไป เครื่องหมาย ความประมวลมา[กรรมอันปรุงแต่ปฏิสนธิ] ปฏิสนธิ คติ ความบังเกิด อุบัติ ชาติ ชรา พยาธิมรณะ โสกะ ปริเทวะ อุปายาส ความไม่เกิดขึ้น ความไม่เป็นไป ความไม่มีเครื่องหมาย ความไม่มีประมวล ความไม่สืบต่อ ความไม่ไป ความไม่บังเกิดความไม่อุบัติ ความไม่เกิด ความไม่แก่ ความไม่ป่วยไข้ ความไม่ตาย ความไม่เศร้าโศก ความไม่รำพัน ความไม่คับแค้นใจ ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ

ข้อ ๑๗

อุปฺปาโท อภิญฺเญยฺโย อนุปฺปาโท อภิญฺเญยฺโย ปวตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปวตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ อนิมิตฺตํ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา อภิญฺเญยฺยา อนายุหนา อภิญฺเญยฺยา ปฏิสนฺธิ อภิญฺเญยฺยา อปฺปฏิสนฺธิ อภิญฺเญยฺยา คติ อภิญฺเญยฺยา อคติ อภิญฺเญยฺยา นิพฺพตฺติ อภิญฺเญยฺยา อนิพฺพตฺติ อภิญฺเญยฺยา อุปปตฺติ อภิญฺเญยฺยา อนุปปตฺติ อภิญฺเญยฺยา ชาติ อภิญฺเญยฺยา อชาติ อภิญฺเญยฺยา ชรา อภิญฺเญยฺยา อชรา อภิญฺเญยฺยา พฺยาธิ อภิญฺเญยฺโย อพฺยาธิ อภิญฺเญยฺโย มรณํ อภิญฺเญยฺยํ อมตํ อภิญฺเญยฺยํ โสโก อภิญฺเญยฺโย อโสโก อภิญฺเญยฺโย ปริเทโว อภิญฺเญยฺโย อปริเทโว อภิญฺเญยฺโย อุปายาโส อภิญฺญยฺโย อนุปายาโส อภิญฺเญยฺโย ฯ

ความเกิดขึ้น ความไม่เกิดขึ้น ความเป็นไป ความไม่เป็นไปเครื่องหมาย ความไม่มีเครื่องหมาย ความประมวลมา ความไม่ประมวลมาความสืบต่อ ความไม่สืบต่อ ความไป ความไม่ไป ความบังเกิด ความไม่บังเกิดความอุบัติ ความไม่อุบัติ ความเกิด ความไม่เกิด ความแก่ ความไม่แก่ ความป่วยไข้ ความไม่ป่วยไข้ ความตาย ความไม่ตาย ความเศร้าโศก ความไม่เศร้าโศก ความรำพัน ความไม่รำพัน ความคับแค้นใจ ความไม่คับแค้นใจควรรู้ยิ่งทุกอย่าง ฯ

ข้อ ๑๘

อุปฺปาโท ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปวตฺตํ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปฏิสนฺธิ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ คติ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิพฺพตฺติ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปปตฺติ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชาติ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชรา ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ พฺยาธิ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ มรณํ ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ โสโก ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปริเทโว ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปายาโส ทุกฺขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ความเป็นไปเป็นทุกข์เครื่องหมายเป็นทุกข์ ความประมวลมาเป็นทุกข์ ปฏิสนธิเป็นทุกข์ คติเป็นทุกข์ความบังเกิดเป็นทุกข์ อุบัติเป็นทุกข์ ชาติเป็นทุกข์ พยาธิเป็นทุกข์ มรณะเป็นทุกข์ โสกะเป็นทุกข์ ปริเทวะเป็นทุกข์ อุปายาสเป็นทุกข์ ฯ

ข้อ ๑๙

อนุปฺปาโท สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปวตฺตํ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนิมิตฺตํ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนายุหนา สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปฏิสนฺธิ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อคติ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนิพฺพตฺติ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนุปปตฺติ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อชาติ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อชรา สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อพฺยาธิ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อมตํ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อโสโก สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปริเทโว สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนุปายาโส สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข ความไม่เป็นไปเป็นสุขความไม่มีเครื่องหมายเป็นสุข ความไม่ประมวลมาเป็นสุข ความไม่สืบต่อเป็นสุขความไม่ไปเป็นสุข ความไม่บังเกิดเป็นสุข ความไม่อุบัติเป็นสุข ความไม่เกิดเป็นสุข ความไม่แก่เป็นสุข ความไม่ป่วยไข้เป็นสุข ความไม่ตายเป็นสุขความไม่เศร้าโศกเป็นสุข ความไม่รำพันเป็นสุข ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข ฯ

ข้อ ๒๐

อุปฺปาโท ทุกฺขํ อนุปฺปาโท สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปวตฺตํ ทุกฺขํ อปฺปวตฺตํ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ ทุกฺขํ อนิมิตฺตํ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา ทุกฺขํ อนายุหนา สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปฏิสนฺธิ ทุกฺขํ อปฺปฏิสนฺธิ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ คติ ทุกฺขํ อคติ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิพฺพตฺติ ทุกฺขํ อนิพฺพตฺติ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปปตฺติ ทุกฺขํ อนุปปตฺติ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชาติ ทุกฺขํ อชาติ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชรา ทุกฺขํ อชรา สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ พฺยาธิ ทุกฺขํ อพฺยาธิ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ มรณํ ทุกฺขํ อมตํ สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ โสโก ทุกฺขํ อโสโก สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปริเทโว ทุกฺขํ อปริเทโว สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปายาโส ทุกฺขํ อนุปายาโส สุขนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข ความเป็นไปเป็นทุกข์ ความไม่เป็นไปเป็นสุข เครื่องหมายเป็นทุกข์ ความไม่มีเครื่องหมายเป็นสุข ความประมวลมาเป็นทุกข์ ความไม่ประมวลมาเป็นสุข ความสืบต่อเป็นทุกข์ ความไม่สืบต่อเป็นสุข ความไปเป็นทุกข์ ความไม่ไปเป็นสุข ความบังเกิดเป็นทุกข์ ความไม่บังเกิดเป็นสุข ความอุบัติเป็นทุกข์ ความไม่อุบัติเป็นสุข ความเกิดเป็นทุกข์ ความไม่เกิดเป็นสุข ความแก่เป็นทุกข์ ความไม่แก่เป็นสุข ความป่วยไข้เป็นทุกข์ ความไม่ป่วยไข้เป็นสุข ความตายเป็นทุกข์ความไม่ตายเป็นสุข ความเศร้าโศกเป็นทุกข์ ความไม่เศร้าโศกเป็นสุข ความรำพันเป็นทุกข์ ความไม่รำพันเป็นสุข ความคับแค้นใจเป็นทุกข์ ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข ฯ

ข้อ ๒๑

อุปฺปาโท ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปวตฺตํ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปฏิสนฺธิ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ คติ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิพฺพตฺติ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปปตฺติ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชาติ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชรา ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ พฺยาธิ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ มรณํ ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ โสโก ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปริเทโว ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปายาโส ภยนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความเกิดขึ้นเป็นภัย ความเป็นไปเป็นภัย เครื่อง-*หมายเป็นภัย ความประมวลมาเป็นภัย ความสืบต่อเป็นภัย ความไปเป็นภัยความบังเกิดเป็นภัย ความอุบัติเป็นภัย ความเกิดเป็นภัย ความแก่เป็นภัยความป่วยไข้เป็นภัย ความตายเป็นภัย ความเศร้าโศกเป็นภัย ความรำพันเป็นภัยความคับแค้นใจเป็นภัย ฯ

ข้อ ๒๒

อนุปฺปาโท เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปวตฺตํ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนิมิตฺตํ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนายุหนา เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปฏิสนฺธิ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อคติ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนิพฺพตฺติ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนุปปตฺติ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อชาติ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อชรา เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อพฺยาธิ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อมตํ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อโสโก เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปริเทโว เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนุปายาโส เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย ความไม่เป็นไปปลอดภัยความไม่มีเครื่องหมายปลอดภัย ความไม่ประมวลมาปลอดภัย ความไม่สืบต่อปลอดภัย ความไม่ไปปลอดภัย ความไม่บังเกิดปลอดภัย ความไม่อุบัติปลอดภัยความไม่เกิดปลอดภัย ความไม่แก่ปลอดภัย ความไม่ป่วยไข้ปลอดภัย ความไม่ตายปลอดภัย ความไม่เศร้าโศกปลอดภัย ความไม่รำพันปลอดภัย ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย ฯ

ข้อ ๒๓

อุปฺปาโท ภยํ อนุปฺปาโท เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปวตฺตํ ภยํ อปฺปวตฺตํ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ ภยํ อนิมิตฺตํ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา ภยํ อนายุหนา เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปฏิสนฺธิ ภยํ อปฺปฏิสนฺธิ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ คติ ภยํ อคติ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิพฺพตฺติ ภยํ อนิพฺพตฺติ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปปตฺติ ภยํ อนุปปตฺติ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชาติ ภยํ อชาติ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชรา ภยํ อชรา เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ พฺยาธิ ภยํ อพฺยาธิ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ มรณํ ภยํ อมตํ เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ โสโก ภยํ อโสโก เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปริเทโว ภยํ อปริเทโว เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปายาโส ภยํ อนุปายาโส เขมนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความเกิดขึ้นเป็นภัย ความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย ความเป็นไปเป็นภัย ความไม่เป็นไปปลอดภัย เครื่องหมายเป็นภัย ความไม่มีเครื่องหมายปลอดภัย ความประมวลมาเป็นภัย ความไม่ประมวลมาปลอดภัยความสืบต่อเป็นภัย ความไม่สืบต่อปลอดภัย ความไปเป็นภัย ความไม่ไปปลอดภัย ความบังเกิดเป็นภัย ความไม่บังเกิดปลอดภัย ความอุบัติเป็นภัย ความไม่อุบัติปลอดภัย ความเกิดเป็นภัย ความไม่เกิดปลอดภัย ความป่วยไข้เป็นภัยความไม่ป่วยไข้ปลอดภัย ความตายเป็นภัย ความไม่ตายปลอดภัย ความเศร้า-*โศกเป็นภัย ความไม่เศร้าโศกปลอดภัย ความรำพันเป็นภัย ความไม่รำพันปลอดภัย ความคับแค้นใจเป็นภัย ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย ฯ

ข้อ ๒๔

อุปฺปาโท สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปวตฺตํ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปฏิสนฺธิ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ คติ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิพฺพตฺติ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปปตฺติ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชาติ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชรา สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ พฺยาธิ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ มรณํ สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ โสโก สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปริเทโว สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปายาโส สามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความเกิดขึ้นมีอามิส (เครื่องล่อ) ความเป็นไปมีอามิส ความสืบต่อมีอามิส ความประมวลมามีอามิส ความบังเกิดมีอามิส ความอุบัติมีอามิส ความเกิดมีอามิส ความป่วยไข้มีอามิส ความตายมีอามิส ความเศร้าโศกมีอามิส ความรำพันมีอามิส ความคับแค้นใจมีอามิส ฯ

ข้อ ๒๕

อนุปฺปาโท นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปวตฺตํ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนิมิตฺตํ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนายุหนา นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปฏิสนฺธิ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อคติ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนิพฺพตฺติ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนุปปตฺติ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อชาติ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อชรา นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อพฺยาธิ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อมตํ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อโสโก นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปริเทโว นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนุปายาโส นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความไม่เกิดขึ้นไม่มีอามิส (หมดเครื่องล่อ) ความไม่เป็นไปไม่มีอามิส ความไม่มีเครื่องหมายไม่มีอามิส ความไม่ประมวลมาไม่มีอามิสความไม่สืบต่อไม่มีอามิส ความไม่ไปไม่มีอามิส ความไม่บังเกิดไม่มีอามิสความไม่อุบัติไม่มีอามิส ความไม่เกิดไม่มีอามิส ความไม่แก่ไม่มีอามิส ความไม่ป่วยไข้ไม่มีอามิส ความไม่ตายไม่มีอามิส ความไม่เศร้าโศกไม่มีอามิส ความไม่รำพันไม่มีอามิส ความไม่คับแค้นใจไม่มีอามิส ฯ

ข้อ ๒๖

อุปฺปาโท สามิสํ อนุปฺปาโท นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปวตฺตํ สามิสํ อปฺปวตฺตํ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ สามิสํ อนิมิตฺตํ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา สามิสํ อนายุหนา นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปฏิสนฺธิ สามิสํ อปฺปฏิสนฺธิ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ คติ สามิสํ อคติ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิพฺพตฺติ สามิสํ อนิพฺพตฺติ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปปตฺติ สามิสํ อนุปปตฺติ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชาติ สามิสํ อชาติ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชรา สามิสํ อชรา นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ พฺยาธิ สามิสํ อพฺยาธิ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ มรณํ สามิสํ อมตํ นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ โสโก สามิสํ อโสโก นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปริเทโว สามิสํ อปริเทโว นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปายาโส สามิสํ อนุปายาโส นิรามิสนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความเกิดขึ้นมีอามิส ความไม่เกิดขึ้นไม่มีอามิสความเป็นไปมีอามิส ความไม่เป็นไปไม่มีอามิส เครื่องหมายมีอามิส ความไม่มีเครื่องหมายไม่มีอามิส ความประมวลมามีอามิส ความไม่ประมวลมาไม่มีอามิสความสืบต่อมีอามิส ความไม่สืบต่อไม่มีอามิส ความไปมีอามิส ความไม่ไปไม่มีอามิส ความบังเกิดมีอามิส ความไม่บังเกิดไม่มีอามิส ความอุบัติมีอามิส ความไม่อุบัติไม่มีอามิส ความเกิดมีอามิส ความไม่เกิดไม่มีอามิส ความแก่มีอามิสความไม่แก่ไม่มีอามิส ความป่วยไข้มีอามิส ความไม่ป่วยไข้ไม่มีอามิส ความตายมีอามิส ความไม่ตายไม่มีอามิส ความเศร้าโศกมีอามิส ความไม่เศร้าโศกไม่มีอามิส ความรำพันมีอามิส ความไม่รำพันไม่มีอามิส ความคับแค้นใจมีอามิสความไม่คับแค้นใจไม่มีอามิส ฯ

ข้อ ๒๗

อุปฺปาโท สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ ปวตฺตํ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ ปฏิสนฺธิ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ คติ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ นิพฺพตฺติ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ อุปปตฺติ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ ชาติ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ ชรา สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ พฺยาธิ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ มรณํ สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ โสโก สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ ปริเทโว สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ อุปายาโส สงฺขาราติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ความเป็นไปเป็นสังขารเครื่องหมายเป็นสังขาร ความประมวลมาเป็นสังขาร ความสืบต่อเป็นสังขาร ความไปเป็นสังขาร ความบังเกิดเป็นสังขาร ความอุบัติเป็นสังขาร ความเกิดเป็นสังขาร ความแก่เป็นสังขาร ความป่วยไข้เป็นสังขาร ความตายเป็นสังขารความเศร้าโศกเป็นสังขาร ความรำพันเป็นสังขาร ความคับแค้นใจเป็นสังขาร ฯ

ข้อ ๒๘

อนุปฺปาโท นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปวตฺตํ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนิมิตฺตํ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนายุหนา นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปฺปฏิสนฺธิ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อคติ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนิพฺพตฺติ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนุปปตฺติ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อชาติ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อชรา นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อพฺยาธิ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อมตํ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อโสโก นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อปริเทโว นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อนุปายาโส นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน ความไม่มีเครื่องหมายเป็นนิพพาน ความไม่ประมวลมาเป็นนิพพานความไม่สืบต่อเป็นนิพพาน ความไม่ไปเป็นนิพพาน ความไม่บังเกิดเป็นนิพพานความไม่อุบัติเป็นนิพพาน ความไม่เกิดเป็นนิพพาน ความไม่แก่เป็นนิพพานความไม่ป่วยไข้เป็นนิพพาน ความไม่ตายเป็นนิพพาน ความไม่เศร้าโศกเป็นนิพพาน ความไม่รำพันเป็นนิพพาน ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน ฯ

ข้อ ๒๙

อุปฺปาโท สงฺขารา อนุปฺปาโท นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปวตฺตํ สงฺขารา อปฺปวตฺตํ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิมิตฺตํ สงฺขารา อนิมิตฺตํ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อายุหนา สงฺขารา อนายุหนา นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปฏิสนฺธิ สงฺขารา อปฺปฏิสนฺธิ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ คติ สงฺขารา อคติ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ นิพฺพตฺติ สงฺขารา อนิพฺพตฺติ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปปตฺติ สงฺขารา อนุปปตฺติ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชาติ สงฺขารา อชาติ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ชรา สงฺขารา อชรา นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ พฺยาธิ สงฺขารา อพฺยาธิ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ มรณํ สงฺขารา อมตํ นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ โสโก สงฺขารา อโสโก นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ปริเทโว สงฺขารา อปริเทโว นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ อุปายาโส สงฺขารา อนุปายาโส นิพฺพานนฺติ อภิญฺเญยฺยํ ฯ ปฐมกาณวารํ ฯ

ควรรู้ยิ่งว่า ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพานความเป็นไปเป็นสังขาร ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน เครื่องหมายเป็นสังขารความไม่มีเครื่องหมายเป็นนิพพาน ความประมวลมาเป็นสังขาร ความไม่ประมวลมาเป็นนิพพาน ความสืบต่อเป็นสังขาร ความไม่สืบต่อเป็นนิพพาน ความไปเป็นสังขาร ความไม่ไปเป็นนิพพาน ความบังเกิดเป็นสังขาร ความไม่บังเกิดเป็นนิพพาน ความอุบัติเป็นสังขาร ความไม่อุบัติเป็นนิพพาน ความเกิดเป็นสังขารความไม่เกิดเป็นนิพพาน ความแก่เป็นสังขาร ความไม่แก่เป็นนิพพาน ความป่วยไข้เป็นสังขาร ความไม่ป่วยไข้เป็นนิพพาน ความตายเป็นสังขาร ความไม่ตายเป็นนิพพาน ความเศร้าโศกเป็นสังขาร ความไม่เศร้าโศกเป็นนิพพานความรำพันเป็นสังขาร ความไม่รำพันเป็นนิพพาน ความคับแค้นใจเป็นสังขารความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน ฯ จบปฐมภาณวาร ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้
ข้อ

ทุกข์ควรรู้ยิ่ง ทุกขสมุทัย (เหตุให้เกิดทุกข์) ควรรู้ยิ่ง ทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์) ควรรู้ยิ่ง ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับทุกข์) ควรรู้ยิ่งรูปควรรู้ยิ่ง รูปสมุทัย (เหตุให้เกิดรูป) ควรรู้ยิ่ง รูปนิโรธ (ความดับรูป) ควรรู้ยิ่งรูปนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับรูป) ควรรู้ยิ่ง @เชิงอรรถ : @ คำว่า โวการเดียว หมายถึงขันธ์เดียวคือรูปขันธ์ (ขุ.ป.อ. ๑/๕/๙๗)@ คำว่า ๔ โวการ หมายถึงอรูปขันธ์ ๔ (ขุ.ป.อ. ๑/๕/๙๗) @ คำว่า ๕ โวการ หมายถึงขันธ์ ๕ (ขุ.ป.อ. ๑/๕/๙๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ฯลฯ จักขุ ฯลฯ ชราและมรณะควรรู้ยิ่ง ชรามรณสมุทัย (เหตุให้เกิดชราและมรณะ) ควรรู้ยิ่งชรามรณนิโรธ (ความดับแห่งชราและมรณะ) ควรรู้ยิ่ง ชรามรณนิโรธคามินีปฏิปทา(ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ) ควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งทุกข์ควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรละแห่งทุกขสมุทัยควรรู้ยิ่งสภาวะที่ควรทำให้แจ้งแห่งทุกขนิโรธควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรเจริญแห่งทุกขนิโรธ-คามินีปฏิปทาควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งรูปควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรละแห่งรูปสมุทัยควรรู้ยิ่งสภาวะที่ควรทำให้แจ้งแห่งรูปนิโรธควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรเจริญแห่งรูปนิโรธคามินีปฏิปทาควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งเวทนา ฯลฯ สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งสัญญา ฯลฯ สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งสังขาร ฯลฯ สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งวิญญาณ ฯลฯ สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งจักขุ ฯลฯ สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งชราและมรณะควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรละแห่งชรา-มรณสมุทัยควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรทำให้แจ้งแห่งชรามรณนิโรธควรรู้ยิ่ง สภาวะที่ควรเจริญแห่งชรามรณนิโรธคามินีปฏิปทาควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการกำหนดรู้แห่งทุกข์ควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการละแห่งทุกขสมุทัยควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการทำให้แจ้งแห่งทุกขนิโรธควรรู้ยิ่งสภาวะที่รู้แจ้งด้วยการเจริญแห่งทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาควรรู้ยิ่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการกำหนดรู้แห่งรูปควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการละแห่งรูปสมุทัยควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการทำให้แจ้งแห่งรูปนิโรธควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการเจริญแห่งรูปนิโรธคามินีปฏิปทาควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการกำหนดรู้แห่งเวทนา ฯลฯ สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการกำหนดรู้แห่งสัญญา ฯลฯ สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการกำหนดรู้แห่งสังขาร ฯลฯ สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการกำหนดรู้แห่งวิญญาณ ฯลฯ สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการกำหนดรู้แห่งจักขุ ฯลฯ สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการกำหนดรู้แห่งชราและมรณะควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการละแห่งชรามรณสมุทัยควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการทำให้แจ้งแห่งชรามรณนิโรธควรรู้ยิ่ง สภาวะที่รู้แจ้งด้วยการเจริญแห่งชรามรณนิโรธคามินีปฏิปทาควรรู้ยิ่ง

ข้อ

ทุกข์ควรรู้ยิ่ง ทุกขสมุทัยควรรู้ยิ่ง ทุกขนิโรธควรรู้ยิ่ง ความดับเหตุเกิด แห่งทุกข์ควรรู้ยิ่ง ความดับฉันทราคะในทุกข์ควรรู้ยิ่ง คุณ แห่งทุกข์ควรรู้ยิ่งโทษ แห่งทุกข์ควรรู้ยิ่ง เครื่องสลัดออกจากทุกข์ควรรู้ยิ่ง รูปควรรู้ยิ่ง รูปสมุทัย ... รูปนิโรธ ... ความดับเหตุให้เกิดรูป ... ความดับฉันทราคะในรูป ... คุณแห่งรูป ... โทษแห่งรูป ... เครื่องสลัดออกจากรูปควรรู้ยิ่ง เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ฯลฯ จักขุ ฯลฯ ชราและมรณะควรรู้ยิ่ง ชรามรณสมุทัย ... ชรามรณนิโรธ ... ความดับเหตุให้เกิดชราและมรณะ ... ความดับฉันทราคะในชราและมรณะ ... คุณแห่งชราและมรณะ... โทษแห่งชราและมรณะ ... เครื่องสลัดออกจากชราและมรณะควรรู้ยิ่ง@เชิงอรรถ : @ คุณ (อัสสาทะ) หมายถึงสภาวะที่อร่อย หรือสภาวะที่สุขกายและสุขใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกามคุณ@(องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๐/๒๘๘, องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๑๐/๒๘๘) @ โทษ (อาทีนวะ) หมายถึงสภาวะที่ไม่อร่อย หรือสภาวะที่ทุกข์กายและทุกข์ใจ ซึ่งมีธรรมเป็นเหตุ@(องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๐/๒๘๘, องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๑๐/๒๘๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส ทุกข์ควรรู้ยิ่ง ทุกขสมุทัย ... ทุกขนิโรธ ... ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ... คุณแห่งทุกข์ ... โทษแห่งทุกข์ ... เครื่องสลัดออกจากทุกข์ควรรู้ยิ่ง รูปควรรู้ยิ่ง รูปสมุทัย ... รูปนิโรธ ... รูปนิโรธคามินีปฏิปทา ... คุณแห่งรูป ... โทษแห่งรูป ... เครื่องสลัดออกจากรูปควรรู้ยิ่ง เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ฯลฯ จักขุ ฯลฯ ชราและมรณะควรรู้ยิ่ง ชรามรณสมุทัย ... ชรามรณนิโรธ ... ชรามรณ-นิโรธคามินีปฏิปทา ... คุณแห่งชราและมรณะ ... โทษแห่งชราและมรณะ ... เครื่องสลัดออกจากชราและมรณะควรรู้ยิ่ง

ข้อ

อนิจจานุปัสสนา (การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง) ควรรู้ยิ่ง ทุกขานุ- ปัสสนา (การพิจารณาเห็นทุกข์) ... อนัตตานุปัสสนา (การพิจารณาเห็นอนัตตา) ... นิพพิทานุปัสสนา (การพิจารณาเห็นความเบื่อหน่าย) ... วิราคานุปัสสนา (การพิจารณาเห็นความคลายกำหนัด) ... นิโรธานุปัสสนา (การพิจารณาเห็นความดับ) ... ปฏินิสสัคคานุปัสสนา (การพิจารณาเห็นความสละคืน) ควรรู้ยิ่ง อนิจจานุปัสสนาในรูปควรรู้ยิ่ง ทุกขานุปัสสนาในรูป ... อนัตตานุปัสสนาในรูป ... นิพพิทานุปัสสนาในรูป ... วิราคานุปัสสนาในรูป ... นิโรธานุปัสสนาในรูป ... ปฏินิสสัคคานุปัสสนาในรูปควรรู้ยิ่ง อนิจจานุปัสสนาในเวทนา ฯลฯ อนิจจานุปัสสนาในสัญญา ฯลฯ อนิจจานุปัสสนาในสังขาร ฯลฯ อนิจจานุปัสสนาในวิญญาณ ฯลฯ อนิจจานุปัสสนาในจักขุ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส อนิจจานุปัสสนาในชราและมรณะควรรู้ยิ่ง ทุกขานุปัสสนาในชราและมรณะ ... อนัตตานุปัสสนาในชราและมรณะ ... นิพพิทานุปัสสนาในชราและมรณะ ... วิราคานุปัสสนาในชราและมรณะ ... นิโรธานุปัสสนาในชราและมรณะ ... ปฏินิสสัคคานุปัสสนาในชราและมรณะควรรู้ยิ่ง

ข้อ ๑๐

ความเกิดขึ้นควรรู้ยิ่ง ความเป็นไป ... นิมิต (เครื่องหมาย) ... กรรมเป็นเครื่องประมวลมา ... ปฏิสนธิ ... คติ (ภพที่ไปเกิด) ... ความบังเกิด ... ความอุบัติ ... ความเกิด ... ความแก่ ... ความเจ็บไข้ ... ความตาย ... ความเศร้าโศก ... ความรำพัน ... ความคับแค้นใจควรรู้ยิ่ง ความไม่เกิดขึ้นควรรู้ยิ่ง ความไม่เป็นไป ... อนิมิต (ความไม่มีเครื่องหมาย) ... ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมา ... ความไม่มีปฏิสนธิ ... อคติ (ความไม่มีภพที่ไปเกิด) ... ความไม่บังเกิด ... ความไม่อุบัติ ... ความไม่เกิด ... ความไม่แก่ ... ความไม่เจ็บไข้ ... ความไม่ตาย ... ความไม่เศร้าโศก ... ความไม่รำพัน ... ความไม่คับแค้นใจควรรู้ยิ่ง ความเกิดขึ้นควรรู้ยิ่ง ความไม่เกิดขึ้น ... ความเป็นไป ... ความไม่เป็นไป ... นิมิต ... อนิมิต ... กรรมเป็นเครื่องประมวลมา ... ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมา... ปฏิสนธิ ... ความไม่มีปฏิสนธิ ... คติ ... อคติ ... ความบังเกิด ... ความไม่บังเกิด ... ความอุบัติ ... ความไม่อุบัติ ... ความเกิด ... ความไม่เกิด ... ความแก่ ... ความไม่แก่... ความเจ็บไข้ ... ความไม่เจ็บไข้ ... ความตาย ... ความไม่ตาย ... ความเศร้าโศก ... ความไม่เศร้าโศก ... ความรำพัน ... ความไม่รำพัน ... ความคับแค้นใจ ... ความไม่คับแค้นใจควรรู้ยิ่ง ควรรู้ยิ่งว่า “ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์” ... “ความเป็นไปเป็นทุกข์” ... “นิมิตเป็นทุกข์” ...“กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นทุกข์” ... “ปฏิสนธิเป็นทุกข์” ... “คติเป็นทุกข์” ... “ความบังเกิดเป็นทุกข์” ... “ความอุบัติเป็นทุกข์” ... “ความเกิดเป็นทุกข์” ... “ความแก่เป็นทุกข์” ... “ความเจ็บไข้เป็นทุกข์” ... “ความตายเป็นทุกข์” ... “ความเศร้าโศกเป็นทุกข์” ... “ความรำพันเป็นทุกข์” ควรรู้ยิ่งว่า“ความคับแค้นใจเป็นทุกข์”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส ควรรู้ยิ่งว่า “ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข” ... “ความไม่เป็นไปเป็นสุข” ... “อนิมิตเป็นสุข” ... “ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นสุข” ... “ความไม่มีปฏิสนธิเป็นสุข” ... “อคติเป็นสุข” ... “ความไม่บังเกิดเป็นสุข” ... “ความไม่อุบัติเป็นสุข” ... “ความไม่เกิดเป็นสุข” ... “ความไม่แก่เป็นสุข” ... “ความไม่เจ็บไข้เป็นสุข” ... “ความไม่ตายเป็นสุข” ... “ความไม่เศร้าโศกเป็นสุข” ... “ความไม่รำพันเป็นสุข”ควรรู้ยิ่งว่า “ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข” ควรรู้ยิ่งว่า “ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข” ... “ความเป็นไปเป็นทุกข์ ความไม่เป็นไปเป็นสุข” ... “นิมิตเป็นทุกข์ อนิมิตเป็นสุข” ... “กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นทุกข์ ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นสุข” ... “ปฏิสนธิเป็นทุกข์ ความไม่มีปฏิสนธิเป็นสุข” ... “คติเป็นทุกข์ อคติเป็นสุข” ... “ความบังเกิดเป็นทุกข์ ความไม่บังเกิดเป็นสุข” ... “ความอุบัติเป็นทุกข์ ความไม่อุบัติเป็นสุข” ... “ความเกิดเป็นทุกข์ ความไม่เกิดเป็นสุข” ... “ความแก่เป็นทุกข์ ความไม่แก่เป็นสุข” ... “ความเจ็บไข้เป็นทุกข์ ความไม่เจ็บไข้เป็นสุข” ... “ความตายเป็นทุกข์ ความไม่ตายเป็นสุข” ... “ความเศร้าโศกเป็นทุกข์ ความไม่เศร้าโศกเป็นสุข” ... “ความรำพันเป็นทุกข์ ความไม่รำพันเป็นสุข” ควรรู้ยิ่งว่า“ความคับแค้นใจเป็นทุกข์ ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข” ควรรู้ยิ่งว่า “ความเกิดขึ้นเป็นภัย” ... “ความเป็นไปเป็นภัย” ... “นิมิตเป็นภัย”... “กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นภัย” ... “ปฏิสนธิเป็นภัย” ... “คติเป็นภัย” ... “ความบังเกิดเป็นภัย” ... “ความอุบัติเป็นภัย” ... “ความเกิดเป็นภัย” ... “ความแก่เป็นภัย” ... “ความเจ็บไข้เป็นภัย” ... “ความตายเป็นภัย” ... “ความเศร้าโศกเป็นภัย” ... “ความรำพันเป็นภัย” ควรรู้ยิ่งว่า “ความคับแค้นใจเป็นภัย” ควรรู้ยิ่งว่า “ความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย” ... “ความไม่เป็นไปปลอดภัย” ... “อนิมิตปลอดภัย” ... “ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมาปลอดภัย” ... “ความไม่มีปฏิสนธิปลอดภัย” ... “อคติปลอดภัย” ... “ความไม่บังเกิดปลอดภัย” ... “ความไม่อุบัติปลอดภัย” ... “ความไม่เกิดปลอดภัย” ... “ความไม่แก่ปลอดภัย” ... “ความไม่เจ็บไข้ปลอดภัย” ... “ความไม่ตายปลอดภัย” ... “ความไม่เศร้าโศกปลอดภัย” ... “ความไม่รำพันปลอดภัย” ควรรู้ยิ่งว่า “ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส ควรรู้ยิ่งว่า “ความเกิดขึ้นเป็นภัย ความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย” ... “ความเป็นไปเป็นภัย ความไม่เป็นไปปลอดภัย” ... “นิมิตเป็นภัย อนิมิตปลอดภัย” ... “กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นภัย ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมาปลอดภัย” ... “ปฏิสนธิเป็นภัย ความไม่มีปฏิสนธิปลอดภัย” ... “คติเป็นภัย อคติปลอดภัย” ... “ความบังเกิดเป็นภัย ความไม่บังเกิดปลอดภัย” ... “ความอุบัติเป็นภัย ความไม่อุบัติปลอดภัย” ... “ความเกิดเป็นภัย ความไม่เกิดปลอดภัย” ... “ความแก่เป็นภัยความไม่แก่ปลอดภัย” ... “ความเจ็บไข้เป็นภัย ความไม่เจ็บไข้ปลอดภัย” ... “ความตายเป็นภัย ความไม่ตายปลอดภัย” ... “ความเศร้าโศกเป็นภัย ความไม่เศร้าโศกปลอดภัย” ... “ความรำพันเป็นภัย ความไม่รำพันปลอดภัย” ควรรู้ยิ่งว่า “ความคับแค้นใจเป็นภัย ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย” ควรรู้ยิ่งว่า “ความเกิดขึ้นเป็นอามิส” ... “ความเป็นไปเป็นอามิส” ... “นิมิตเป็นอามิส” ... “กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นอามิส” ... “ปฏิสนธิเป็นอามิส” ... “คติเป็นอามิส” ... “ความบังเกิดเป็นอามิส” ... “ความอุบัติเป็นอามิส” ... “ความเกิดเป็นอามิส” ... “ความแก่เป็นอามิส” ... “ความเจ็บไข้เป็นอามิส” ... “ความตายเป็นอามิส” ... “ความเศร้าโศกเป็นอามิส” ... “ความรำพันเป็นอามิส” ควรรู้ยิ่งว่า “ความคับแค้นใจเป็นอามิส” ควรรู้ยิ่งว่า “ความไม่เกิดขึ้นไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่เป็นไปไม่เป็นอามิส”... “อนิมิตไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมาไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่มีปฏิสนธิไม่เป็นอามิส” ... “อคติไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่บังเกิดไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่อุบัติไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่เกิดไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่แก่ไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่เจ็บไข้ไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่ตายไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่เศร้าโศกไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่รำพันไม่เป็นอามิส” ควรรู้ยิ่งว่า “ความไม่คับแค้นใจไม่เป็นอามิส” ควรรู้ยิ่งว่า “ความเกิดขึ้นเป็นอามิส ความไม่เกิดขึ้นไม่เป็นอามิส” ... “ความเป็นไปเป็นอามิส ความไม่เป็นไปไม่เป็นอามิส” ... “นิมิตเป็นอามิส อนิมิตไม่เป็น@เชิงอรรถ : @ เป็นอามิส ในที่นี้หมายถึงสภาวะที่ไม่พ้นไปจากการเกี่ยวข้องอยู่ในวัฏฏะและโลก (ขุ.ป.อ. ๑/๑๐/๑๐๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส อามิส” ... “กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นอามิส ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมาไม่เป็นอามิส” ... “ปฏิสนธิเป็นอามิส ความไม่มีปฏิสนธิไม่เป็นอามิส” ... “คติเป็นอามิส อคติไม่เป็นอามิส” ... “ความบังเกิดเป็นอามิส ความไม่บังเกิดไม่เป็นอามิส” ... “ความอุบัติเป็นอามิส ความไม่อุบัติไม่เป็นอามิส” ... “ความเกิดเป็นอามิส ความไม่เกิดไม่เป็นอามิส” ... “ความแก่เป็นอามิส ความไม่แก่ไม่เป็นอามิส” ... “ความเจ็บไข้เป็นอามิส ความไม่เจ็บไข้ไม่เป็นอามิส” ... “ความตายเป็นอามิส ความไม่ตายไม่เป็นอามิส” ... “ความเศร้าโศกเป็นอามิส ความไม่เศร้าโศกไม่เป็นอามิส” ... “ความรำพันเป็นอามิส ความไม่รำพันไม่เป็นอามิส” ควรรู้ยิ่งว่า“ความคับแค้นใจเป็นอามิส ความไม่คับแค้นใจไม่เป็นอามิส” ควรรู้ยิ่งว่า “ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร” ... “ความเป็นไปเป็นสังขาร” ... “นิมิตเป็นสังขาร” ... “กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นสังขาร” ... “ปฏิสนธิเป็นสังขาร” ... “คติเป็นสังขาร” ... “ความบังเกิดเป็นสังขาร” ... “ความอุบัติเป็นสังขาร” ... “ความเกิดเป็นสังขาร” ... “ความแก่เป็นสังขาร” ... “ความเจ็บไข้เป็นสังขาร” ... “ความตายเป็นสังขาร” ... “ความเศร้าโศกเป็นสังขาร” ... “ความรำพันเป็นสังขาร”ควรรู้ยิ่งว่า “ความคับแค้นใจเป็นสังขาร” ควรรู้ยิ่งว่า “ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน” ... “ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน” ... “อนิมิตเป็นนิพพาน” ... “ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นนิพพาน” ... “ความไม่มีปฏิสนธิเป็นนิพพาน” ... “อคติเป็นนิพพาน” ... “ความไม่บังเกิดเป็นนิพพาน” ... “ความไม่อุบัติเป็นนิพพาน” ... “ความไม่เกิดเป็นนิพพาน” ... “ความไม่แก่เป็นนิพพาน” ... “ความไม่เจ็บไข้เป็นนิพพาน” ... “ความไม่ตายเป็นนิพพาน” ... “ความไม่เศร้าโศกเป็นนิพพาน” ... “ความไม่รำพันเป็นนิพพาน” ควรรู้ยิ่งว่า“ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน” ควรรู้ยิ่งว่า “ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน” ... “ความเป็นไปเป็นสังขาร ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน” ... “นิมิตเป็นสังขาร อนิมิตเป็นนิพพาน” ... “กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นสังขาร ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นนิพพาน” ... “ปฏิสนธิเป็นสังขาร ความไม่มีปฏิสนธิเป็นนิพพาน” ... “คติเป็นสังขาร อคติเป็นนิพพาน” ... “ความบังเกิดเป็นสังขาร ความไม่บังเกิดเป็น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๒๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส นิพพาน” ... “ความอุบัติเป็นสังขาร ความไม่อุบัติเป็นนิพพาน” ... “ความเกิดเป็นสังขาร ความไม่เกิดเป็นนิพพาน” ... “ความแก่เป็นสังขาร ความไม่แก่เป็นนิพพาน”... “ความเจ็บไข้เป็นสังขาร ความไม่เจ็บไข้เป็นนิพพาน” ... “ความตายเป็นสังขารความไม่ตายเป็นนิพพาน” ... “ความเศร้าโศกเป็นสังขาร ความไม่เศร้าโศกเป็นนิพพาน” ... “ความรำพันเป็นสังขาร ความไม่รำพันเป็นนิพพาน” ควรรู้ยิ่งว่า“ความคับแค้นใจเป็นสังขาร ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน” ปฐมภาณวาร จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาทุกขสัจเป็นต้น

[๑๐] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๘๐๘ ข้อมีทุกข์เป็นต้นโดยประกอบเข้ากับอริยสัจ ๔.

พระสารีบุตรกล่าวประมวลการวิสัชนา ๒๔ อย่างด้วยจตุกกะ ๖ ไว้ในบทมีอาทิว่า ทุกฺขํ อภิญฺเญยฺยํ ทุกข์ ควรรู้ยิ่ง ด้วยการวิสัชนา ๑๙๕ มีอาทิว่า จกฺขํ อภิญฺเญยฺยํ โสตํ อภิญฺเญยฺยํ จักขุ.. โสตะ ควรรู้ยิ่ง ในไปยาล (ละคำ) ว่า จกฺขํ ฯเปฯ ชรามรณํ - จักขุ ฯลฯ ชรามรณะ เป็นอันได้ ๑๙๕ จตุกกะ ด้วยอำนาจของจตุกกะเหล่านั้นจึงเป็นการวิสัชนา ๗๘๐.

ในจตุกกะมีอาทิว่า ชรามรณํ อภิญฺเญยฺยํ - ชรามรณะควรรู้ยิ่ง ทั้งหมดจึงเป็นการวิสัชนา ๘๐๘ ข้อ โดยประการฉะนี้ว่า จตฺตาริ วิสชฺชนานิ - การวิสัชนา ๔ ข้อ.

อนึ่ง ในการวิสัชนานี้ พึงทราบว่า ปัจจัยอันเป็นประธานของธรรมนั้นๆ เป็นสมุทัย, นิพพานว่างจากสังขารทั้งปวง เป็นนิโรธ.

ในอธิการนี้ บทมีอาทิว่า อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยนิโรโธ การดับอินทรีย์ คืออัธยาศัยที่มุ่งบรรลุมรรคผลของผู้ปฏิบัติ หมายถึงความไม่มีอินทรีย์อันเป็นโลกุตระ ๓ ประการมีอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์เป็นต้น ถูกต้อง.

บทว่า นิโรธคามินีปฏิปทา ในทุกแห่งเป็นอริยมรรคทั้งนั้น. แม้เมื่อท่านกล่าวถึงผลอย่างนี้ไว้ แม้อัญญินทรีย์ (อินทรีย์คือการตรัสรู้สัจธรรมด้วยมรรค) อัญญาตาวินทรีย์ (อินทรีย์ของพระอรหันต์ผู้ตรัสรู้สัจธรรมแล้ว) ย่อมถูกต้อง เพราะมีชื่อเรียกว่ามรรค.

พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๘๐๘ ข้อด้วยสภาพที่ควรกำหนดรู้ทุกข์เป็นต้นต่อไป. ท่านได้ชี้แจงการวิสัชนา ๘๐๘ ข้อด้วยสภาพที่แทงตลอดด้วยการกำหนดรู้ทุกข์เป็นต้นอีก. การกำหนดรู้และการแทงตลอดด้วยสภาพที่ควรแทงตลอด ชื่อว่าปริญญาปฏิเวธะ. อรรถคือปริญญาปฏิเวธะนั้นแล ชื่อว่า ปริญฺญาปฏิเวธฏฺโฐ - สภาพที่แทงตลอดด้วยการกำหนดรู้.

[๑๑-๑๔] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๑,๖๑๖ ข้อมีทุกข์เป็นต้น มีชรามรณะเป็นที่สุดต่อไปด้วย ๒๐๒ อัฏฐกะ ประกอบด้วยบทอย่างละ ๗ บทมีสมุทัยเป็นต้น.

ในอธิการนั้น ปัจจัยอันเป็นประธานคือสมุทัย, การดับสมุทัยนั้นคือสมุทยนิโรธ. ความกำหนัดคือความพอใจ คือฉันทราคะ, ความกำหนัดคือความพอใจทุกข์ ด้วยสำคัญในทุกข์ว่าเป็นสุข, ความดับฉันทราคะนั้น คือฉันทราคนิโรธ. สุขโสมนัสเกิดขึ้นเพราะอาศัยทุกข์ คือความยินดีในทุกข์. ความไม่เที่ยงแห่งทุกข์ ความแปรปรวนเป็นธรรมดาแห่งทุกข์ คือโทษแห่งทุกข์. การนำออกซึ่งฉันทราคะ การละฉันทราคะในทุกข์ คืออุบายเครื่องสลัดออกแห่งทุกข์.

นิพพานนั่นแล คืออุบายเครื่องสลัดออกแห่งทุกข์ เพราะบาลีว่า ยํ โข ปน กิญฺจิ ภูตํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ นิโรโธ ตสฺส นิสฺสรณํ - นิโรธเป็นเครื่องสลัดออกแห่งสังขตธรรมที่เกิดขึ้นแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งอาศัยกันและกันเกิดขึ้น.

พึงทราบว่า ท่านกล่าวถึงนิพพานในฐานะ ๔ อย่างด้วยคำอันมีปริยายต่างๆ โดยตรงกันข้ามกับสังขตธรรมต่างๆ ว่าการดับทุกข์, การดับสมุทัย, การดับฉันทราคะ, อุบายเครื่องสลัดออกแห่งทุกข์ ๑.

ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า เพราะอาหารเป็นต้นเหตุ ทุกข์จึงเกิด เพราะดับอาหารทุกข์จึงดับ การดับสมุทัยด้วยอำนาจความเป็นไปกับด้วยกิจ - กิจรส. อีกอย่างหนึ่ง การดับสมุทัยด้วยการเห็นความเกิดและความดับ มรรคพร้อมด้วยวิปัสสนาเป็นการดับฉันทราคะ.

เมื่อท่านกล่าวไว้อย่างนี้พึงถือเอานัยที่กล่าวไว้ตอนแรกว่า ยังไม่เป็นสรรพสาธารณะเพราะอินทรีย์อันเป็นโลกุตระ ยังไม่เข้าถึงวิปัสสนา.

นัยที่ท่านกล่าวว่า การดับฉันทราคะเพราะไม่มีฉันทราคะในอินทรีย์อันเป็นโลกุตระนั่นแลจึงถูกต้อง. เป็นอันกระทำฉันทราคะแม้ในผมเป็นต้นอันเป็นส่วนหนึ่งของสรีระ ด้วยความกำหนัดคือความพอใจในสรีระนั่นแล. เป็นอันกระทำฉันทราคะแม้ในชราและมรณะ ด้วยความกำหนัดคือความพอใจในการมีชราและมรณะโดยแท้.

พึงประกอบแม้ความพอใจและโทษไว้อย่างนี้ด้วย.

พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๑,๔๑๔ นัย มี ๒๐๒ บทมีทุกข์เป็นต้น มีชรามรณะเป็นที่สุดต่อไปด้วย ๒๐๒ สัตตกะประกอบด้วยบทอย่างละ ๖ มีสมุทัยเป็นต้น.

[๑๕] บัดนี้ เพื่อแสดงประกอบบท ๒๐๑ บทมีรูปเป็นต้น มีชรามรณะเป็นที่สุดด้วยอนุปัสสนา ๗ พระสารีบุตรจึงชี้แจงอนุปัสสนา ๗ มีอนิจจานุปัสสนาเป็นต้นก่อน.

ทั้งหมดเหล่านั้นเป็นการวิสัชนา ๑,๔๑๔ นัย พร้อมด้วยการวิสัชนาอนุปัสสนาล้วน ๗ ประการ. การพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง คืออนิจจานุปัสสนา. อนิจจานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อนิจสัญญา ความสำคัญว่าเที่ยง. การพิจารณาเห็นว่าเป็นทุกข์ คือทุกขานุปัสสนา. ทุกขานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อสุขสัญญา - ความสำคัญว่าเป็นสุข. การพิจารณาเห็นว่าเป็นอนัตตา คืออนัตตานุปัสสนา. อนัตตานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่ออัตตสัญญา - ความสำคัญว่าเป็นอัตตา.

พระโยคาวจรย่อมเบื่อหน่าย เพราะอนุปัสนา ๓ บริบูรณ์ ฉะนั้นจึงชื่อว่านิพพิทา, นิพพิทานั้นด้วย อนุปัสสนาด้วย ชื่อว่านิพพิทานุปัสสนา. นิพพิทานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อความเพลิดเพลิน.

พระโยคาวจรย่อมคลายกำหนัด เพราะอนุปัสสนา ๔ บริบูรณ์ จึงชื่อว่า วิราโค, วิราคะนั้นด้วย อนุปัสสนาด้วย ชื่อว่าวิราคานุปัสสนา. วิราคานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อราคะ.

พระโยคาวจรย่อมดับราคะเสียได้ เพราะอนุปัสนา ๕ บริบูรณ์ จึงชื่อว่า นิโรโธ. นิโรธนั้นด้วย อนุปัสสนาด้วย ชื่อว่านิโรธานุปัสสนา. นิโรธานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อสมุทัย.

พระโยคาวจรย่อมสละคืนเสียได้ เพราะอนุปัสนา๖ บริบูรณ์ จึงชื่อว่า ปฏินิสฺสคฺโค. ปฏินิสสัคคะนั้นด้วย อนุปัสสนาด้วย ชื่อว่าปฏินิสสัคคานุปัสสนา. ปฏินิสสัคคานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อการยึดมั่น.

เมื่ออินทรีย์อันเป็นโลกุตระเข้าถึงวิปัสสนายังไม่มี พึงทราบว่า ท่านประกอบอนุปัสสนา ๗ ไว้ด้วยธรรมแม้เหล่านั้น โดยพิจารณาเห็นว่า ชื่อว่ามีนิโรธ เพราะไม่มีความเพลิดเพลินและความกำหนัดในสิ่งที่สำคัญว่าเที่ยง เป็นสุข เป็นตัวตน เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

ดังบาลีว่า สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา, สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา, สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา

สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง, สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์, ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา

และเพราะมีการสละด้วยการบริจาค การสละด้วยการแล่นไป.

เมื่อผู้มีชรามรณะที่ตนเห็นแล้ว โดยเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น เป็นอันชื่อว่าเห็นแม้ชรามรณะ โดยเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น,เมื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัดในชรามรณะที่มีอยู่ เป็นอันเบื่อหน่ายและคลายกำหนัดในชรามรณะ, เมื่อมีชรามรณะที่เห็นแล้วโดยนิโรธ เป็นอันชื่อว่า เห็นแม้ชรามรณะโดยนิโรธ เมื่อสละในชรามรณะที่มีอยู่ ย่อมเป็นอันสละชรามรณะโดยแท้.

พึงทราบว่า ท่านประกอบอนุปัสสนา ๗ ด้วยชรามรณะด้วยประการฉะนี้.

[๑๖-๒๙] บัดนี้ พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๑๕ ข้ออันเป็นไวพจน์ของธรรมเหล่านั้น มี อุปฺปาโท - ความเกิดขึ้นเป็นต้นและด้วยอารมณ์ ๕ มี อุปฺปาโท เป็นต้นอันเป็นวัตถุแห่งอาทีนวญาณ - ความรู้ว่าเป็นโทษ, ชี้แจงการวิสัชนา ๑๕ ข้อ มี อนุปฺปาโท เป็นต้นด้วยอารมณ์อันเป็นปฏิปักษ์แห่งธรรมนั้นแห่ง สนฺติปทญาณ - ความรู้ทางแห่งสันติ, ชี้แจงการวิสัชนา ๓๐ ประกอบบทมีอุปปาทะและอนุปปาทะเป็นต้นเหล่านั้นต่อไปด้วยเป็นคู่กัน ด้วยประการฉะนี้ จึงเป็นการวิสัชนา ๖๐ ในนัยนี้นั่นแล.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปาโท - การเกิดขึ้น ได้แก่ การเกิดในภพนี้ เพราะกรรมก่อนเป็นปัจจัย.

บทว่า ปวตฺตํ - ความเป็นไป ได้แก่ ความเป็นไปแห่งการเกิดอย่างนั้น.

บทว่า นิมิตฺตํ - เครื่องหมาย ได้แก่ เครื่องหมายสังขารทั้งหมด. เพราะสังขารของพระโยคาวจรย่อมปรากฏดุจมีทรวดทรง ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า นิมิตฺตํ.

บทว่า อายูหนา - ความประมวลมา ได้แก่ กรรมอันเป็นเหตุแห่งปฏิสนธิต่อไป เพราะว่า กรรมนั้นท่านเรียกว่าอายูหนา เพราะอรรถว่าปรุงแต่งปฏิสนธิ.

บทว่า ปฏิสนฺธิ ได้แก่ เกิดต่อไป. การเกิดนั้น ท่านเรียกว่าปฏิสนธิ เพราะสืบต่อกันในระหว่างภพ.

บทว่า คติ - การไป ได้แก่ ปฏิสนธิ ที่ท่านเรียกว่า คติ เพราะสัตว์ต้องไป.

บทว่า นิพฺพตฺติ - ความบังเกิด ได้แก่ ความเกิดแห่งขันธ์ทั้งหลาย.

บทว่า อุปฺปตฺติ - อุบัติ ได้แก่ ความเป็นไปแห่งวิบากที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า สมาปนฺนสฺส วา อุปปนฺนสฺส วา - ธรรมคือจิตและเจตสิกของผู้เข้าถึงแล้วหรือผู้อุบัติแล้ว.

บทว่า ชาติ - การเกิด ได้แก่ ความปรากฏครั้งแรกแห่งขันธ์ของสัตว์ทั้งหลายผู้เกิดในภพนั้นๆ.

บทว่า ชรา - ความเสื่อมโทรม.

อธิบายว่า ชรานั้นมี ๒ อย่าง คือสังขตลักษณะอันได้แก่ลักษณะที่ตั้งอยู่และเป็นอย่างอื่น ๑ ภพเก่าแห่งขันธ์อันเนื่องในภพหนึ่งในสันตติ เป็นที่รู้กันว่ามีฟันหักเป็นต้น ๑.

ในที่นี้ ท่านประสงค์เอาชรานั้น.

บทว่า พฺยาธิ - ความเจ็บป่วย ได้แก่ อาพาธ ๘ อย่าง อันตั้งขึ้นเพราะธาตุกำเริบเป็นปัจจัย คือ น้ำดี ๑ เสมหะ ๑ ลม ๑ ไข้สันนิบาต ๑ การเปลี่ยนฤดู ๑ การบริหารร่างกายไม่สม่ำเสมอ ๑ เพียรเกินไป ๑ วิบากของกรรม ๑. ชื่อว่า พฺยาธิ เพราะทุกข์หลายอย่าง แผดเผา กลุ้มรุม หรือเพราะทุกข์เบียดเบียนให้เดือดร้อนหวั่นไหว.

บทว่า มรณํ คือ พยาธิเป็นเหตุให้ตาย.

มรณะนั้นมี ๒ อย่าง คือ สังขตลักษณะอันมีความเสื่อมเป็นลักษณะ ๑ การตัดขาดการเกี่ยวเนื่องกันแห่งชีวิตินทรีย์อันนับเนื่องในภพหนึ่ง ๑.

ในที่นี้ ท่านประสงค์เอามรณะนั้น.

บทว่า โสโก คือ ความเหี่ยวแห้งใจ ได้แก่ ความเดือดร้อนใจของผู้ที่ถูกความเสื่อมจากญาติ สมบัติ โรค ศีลและทิฏฐิ กระทบ.

บทว่า ปริเทโว คือ ร้องไห้คร่ำครวญ ได้แก่ การพร่ำเพ้อของผู้ที่ถูกความเสื่อมจากญาติเป็นต้น กระทบ.

บทว่า อุปายาโส - แค้นใจมาก ได้แก่ โทสะอันเกิดจากทุกข์ใจหนักของผู้ที่ถูกความเสื่อมจากญาติเป็นต้น กระทบ.

ในนิทเทสนี้ ท่านกล่าวอภิญไญยธรรม ๕ มี อุปฺปาโท เป็นต้นด้วยสามารถเป็นวัตถุแห่งอาทีนวญาณ,

ที่เหลือ ท่านกล่าวด้วยสามารถเป็นไวพจน์ของอภิญไญยธรรมเหล่านั้น,

บทว่า นิพฺพตฺติ เป็นไวพจน์ของ อุปฺปาโท.

บทว่า ชาติ เป็นไวพจน์ของปฏิสนธิ,

สองบทว่า คติ อุปปตฺติ เป็นไวพจน์ของ ปวตฺตํ,

ชรา เป็นต้นเป็นไวพจน์ของ นิมิตฺตํ.

ท่านกล่าวนิพพานเท่านั้นด้วยคำมี อนุปฺปาโท - ความไม่เกิดขึ้นเป็นต้น.

พระสารีบุตรชี้แจงบท ๖๐ มีอุปปาทะและอนุปปาทะเป็นต้น

การวิสัชนา ๖๐ ประกอบด้วยบทว่าด้วยทุกข์และสุข,

การวิสัชนา ๖๐ ประกอบด้วยบทว่าด้วยภัยและความปลอดภัย,

การวิสัชนา ๖๐ ประกอบด้วยบทว่าด้วยสามิส (มีเครื่องล่อ) และนิรามิส (ไม่มีเครื่องล่อ),

การวิสัชนา ๖๐ ประกอบด้วยบทแห่งสังขารและนิพพาน.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ทุกฺขํ - เป็นทุกข์.

อธิบายว่า ชื่อว่าทุกข์ เพราะเป็นของไม่เที่ยง. ชื่อว่าสุข เพราะตรงกันข้ามกับทุกข์. สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นภัย. ชื่อว่าเขมะ - ความปลอดภัย เพราะตรงกันข้ามกับภัย. สิ่งใดเป็นภัยสิ่งนั้นชื่อว่าเป็นสามิส (มีเครื่องล่อ) เพราะไม่พ้นไปจากวัฏฏามิสและโลกามิส ชื่อว่านิรามิส (ไม่มีเครื่องล่อ) เพราะตรงกันข้ามกับสามิส. สิ่งใดเป็นสามิส สิ่งนั้นเป็นเพียงสังขารเท่านั้น.

ชื่อว่านิพพาน เพราะสงบจากสิ่งตรงกันข้ามกับสังขาร. เพราะสังขารเป็นของร้อน นิพพานเป็นของสงบ.

พึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้อย่างนั้นหมายถึงความเป็นไปโดยอาการนั้นๆ อย่างนี้ว่า โดยอาการที่เป็นทุกข์ โดยอาการที่เป็นภัย โดยอาการที่เป็นสามิส โดยอาการที่เป็นสังขาร ด้วยประการฉะนี้.

จบอรรถกถาปฐมภาณวาร -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา