经典 · พระสุตตันตปิฎก · 本册其他条目เล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๓. จตุโปสถชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
巴利文与译文
印本前页文字
๓ จตุโปสถชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. จตุโปสถชาดก ว่าด้วยสมณะ
โย โกปเนยฺเย น กโรติ โกปํ น กุชฺฌติ สปฺปุริโส กทาจิ กุทฺโธปิ โส นาวิกโรติ โกปํ ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
ผู้ใด ไม่ทำความโกรธในบุคคลผู้ควรโกรธ ผู้นั้นเป็นสัตบุรุษ ย่อมไม่ โกรธ ณ ในกาลไหนๆ บุคคลนั้นแม้จะโกรธ ก็ไม่ทำความโกรธให้ ปรากฏ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.
โอโนทโร โย สหเต ชิฆจฺฉํ ทนฺโต ตปสฺสี มิตปานโภชโน อาหารเหตุ น กโรติ ปาปํ ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
นรชนใดมีท้องพร่อง ย่อมทนความหิวได้ นรชนนั้นเป็นผู้ฝึกตน แล้ว มีตบะ มีข้าวและน้ำพอประมาณ ย่อมไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่ง อาหาร นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวนรชนนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.
ขิฑฺฑํ รตึ วิปฺปชหิตฺวาน สพฺพํ น จาลิกํ ภาสติ กิญฺจิ โลเก วิภูสนฏฺฐานา วิรโต เมถุนสฺมา ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
บุคคลละการเล่นและความยินดีทั้งปวงได้เด็ดขาด ไม่กล่าวคำเหลาะแหละ นิดหน่อยในโลก เว้นจากการแต่งเนื้อแต่งตัว และเว้นจากเมถุนธรรม นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.
ปริคฺคหํ โลภธมฺมญฺจ สพฺพํ โย เว ปริญฺญาย ปริจฺจเชติ ทนฺตํ ฐิตตฺตํ อมมํ นิราสํ ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
บุคคลใด ละสิ่งที่เขาหวงแหน และโลภธรรมทั้งปวงเสีย ด้วยปัญญา เครื่องกำหนดรู้ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ผู้ฝึกตนแล้ว มีจิตตั้งมั่น ไม่มีตัณหา ไม่มีความหวังว่า เป็นสมณะในโลก.
ปุจฺฉาม กตฺตารมโนมปญฺญ กถาสุ โน วิคฺคโห อตฺถิ ชาโต ฉินฺทชฺช กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ ตทชฺช กงฺขํ วิตเรมุ สพฺเพ ฯ
ดูกรท่านผู้มีปัญญาสามารถจะรู้เหตุและมิใช่เหตุที่ควรทำ เราขอถามท่าน ความทุ่มเถียงกันในถ้อยคำทั้งหลาย บังเกิดมีแก่เราทั้งหลาย ขอท่าน โปรดช่วยตัดเสียซึ่งความสงสัยความเคลือบแคลงในวันนี้ ขอได้โปรด ช่วยเราทั้งหมดให้ข้ามพ้นความสงสัยนั้นในวันนี้?
เย ปณฺฑิตา อตฺถทสา ภวนฺติ ภาสนฺติ เต โยนิโส ตตฺถ กาเล กถนฺนุ กถานํ อภาสิตานํ อตฺถํ นเยยฺยุํ กุสลา ชนินฺทา ฯ
บัณฑิตเหล่าใดเป็นผู้สามารถเห็นเนื้อความ บัณฑิตเหล่านั้นจึงจะกล่าวได้ โดยแยบคายในกาลนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้จอมประชานิกร ท่านผู้ฉลาด ทั้งหลาย จะพึงวินิจฉัยเนื้อความแห่งถ้อยคำทั้งหลาย ที่ยังไม่ได้กล่าว แล้วได้อย่างไรหนอ?
กถํ หเว ภาสติ นาคราชา ครุโฬ ปน เวนเตยฺโย กิมาห คนฺธพฺพราชา ปน กึ วเทสิ กถํ ปน กุรูนํ ราชเสฏฺโฐ ฯ
พญานาคกล่าวอย่างไร พญาครุฑกล่าวอย่างไร ท้าวสักกะผู้เป็นพระราชา ของคนธรรพ์ตรัสอย่างไร และพระราชาผู้ประเสริฐของชาวกุรุรัฐตรัส อย่างไร?
ขนฺตึ หเว ภาสติ นาคราชา อปฺปาหารํ ครุโฬ เวนเตยฺโย คนฺธพฺพราชา รติวิปฺปหานํ อกิญฺจนํ กุรูนํ ราชเสฏฺโฐ ฯ
พญานาคกล่าวสรรเสริญขันติ พญาครุฑกล่าวยกย่องการไม่ประหาร ท้าว สักกะผู้เป็นพระราชาของคนธรรพ์ตรัสชมการละความยินดี พระราชา ผู้ประเสริฐของชาวกุรุรัฐ ตรัสสรรเสริญความไม่กังวล.
สพฺพานิ เอตานิ สุภาสิตานิ น เหตฺถ ทุพฺภาสิตมตฺถิ กิญฺจิ ยสฺมิญฺจ เอตานิ ปติฏฺฐิตานิ อราวนพฺภา สุสโมหิตานิ จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
คำเหล่านี้ทั้งหมดเป็นสุภาษิต ในถ้อยคำของท่านทั้ง ๔ นี้ ไม่มีคำทุพภาษิต แม้นิดหน่อยเลย คุณทั้ง ๔ มีขันติเป็นต้นนี้ ตั้งมั่นอยู่ในผู้ใด ก็เปรียบ ได้กับกำรถ หยั่งเข้าเป็นอันดีที่ดุมรถ ฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าว บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยธรรม ๔ ประการนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.
ตุวํ หิ เสฏฺโฐ ตฺวมนุตฺตโรสิ ตฺวํ ธมฺมคู ธมฺมวิทู สุเมโธ ปญฺญาย ปญฺหํ สมวิคฺคเหตฺวา อจฺเฉชฺชิ ธีโร วิจิกิจฺฉิตานิ อจฺเฉชฺชิ กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ ฉินฺเท ยถา นาคทนฺตํ ขเรน ฯ
ท่านนั้นแลเป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นผู้ถึงธรรม รู้แจ้งธรรม มีปัญญาดี พิจารณาปัญหาด้วยปัญญา เป็นนักปราชญ์ ตัดความสงสัย ความเคลือบแคลงทั้งหลายเสีย ได้ตัดความสงสัยความเคลือบแคลง ทั้งหลายสำเร็จแล้ว ดุจนายช่างงาตัดงาช้างด้วยเครื่องมืออันคมฉะนั้น
นีลุปฺปลาภํ วิมลํ อนคฺฆํ วตฺถํ อิทํ ธูมสมานวณฺณํ ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ
ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึง ขอให้ผ้าผืนนี้ซึ่งมีสีสดใสดุจสีอุบลเขียว ไม่หม่นหมองหาค่ามิได้ มีสี เสมอด้วยควันไฟ เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.
สุวณฺณมาลํ สตปตฺตผุลฺลิตํ สเกสรํ รตฺนสหสฺสมณฺฑิตํ ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ
ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึง ขอให้ดอกไม้ทองมีกลีบตั้งร้อยอันแย้มบาน มีเกสร ประดับด้วยรัตนะ จำนวนพัน เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.
มณึ อนคฺฆํ รุจิรํ ปภสฺสรํ กณฺฐาวสตฺตํ มณิภูสิตมฺเม ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ
ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึง ขอให้แก้วมณีอันหาค่ามิได้ งามผ่องใส คล้องอยู่ที่คอ เป็นแก้วมณี เครื่องประดับคอของข้าพเจ้า เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.
ควํ สหสฺสํ อุสภญฺจ นาคํ อาชญฺญยุตฺเต จ รเถ ทส อิเม ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ททามิ เต คามวรานิ โสฬส ฯ
ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึง ขอให้โคนม โคผู้ และช้าง อย่างละพัน รถเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑๐ คัน และบ้านส่วย ๑๖ ตำบลแก่ท่าน.
สารีปุตฺโต ตทา นาโค สุปณฺโณ ปน โกลิโต คนฺธพฺพราชา อนุรุทฺโธ ราชา อานนฺทปณฺฑิโต วิธุโร โพธิสตฺโตว เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ จตุโปสถชาตกํ ตติยํ ฯ ---------
พญานาคในกาลนั้น เป็นพระสารีบุตร พญาครุฑเป็นพระโมคคัลลานะ ท้าวสักกเทวราชเป็นพระอนุรุทธะ พระเจ้าโกรัพยะเป็นพระอานนท์ บัณฑิต วิธูรบัณฑิตเป็นพระโพธิสัตว์นั่นเอง ขอท่านทั้งหลายจงจำ ชาดกไว้อย่างนี้. จบ จตุโปสถชาดกที่ ๓.