经典 · พระสุตตันตปิฎก · 本册其他条目เล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๗. ปัญจุโปสถิกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
巴利文与译文
印本前页文字
๗ ปญฺจุโปสถิกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก ว่าด้วยนกพิราบ
อปฺโปสฺสุกฺโกทานิ ตุวํ กโปต วิหงฺคม น ตว โภชนตฺโถ ขุทฺทํ ปิปาสํ อธิวาสยนฺโต กสฺมา ภวํโปสถิโก กโปต ฯ
ดูกรนกพิราบ เพราะเหตุไร บัดนี้ เจ้าจึงมีความขวนขวายน้อย ไม่ต้อง การอาหาร อดกลั้นความหิวกระหายมารักษาอุโบสถ.
อหํ ปุเร คิทฺธิคโต กโปติยา ตสฺมึ ปเทสมฺหิ อุโภ รมาม อถคฺคหี สากุณิโก กโปตึ อกามโก ตาย วินา อโหสึ ฯ นานาภาวา วิปฺปโยเคน ตสฺสา มโนมยํ เวทน เวทยามิ ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ ราโค มมํ มา ปุนราคมาสิ ฯ
แต่ก่อนนี้ข้าพเจ้าบินไปกับนางนกพิราบ เราทั้ง ๒ ชื่นชมยินดีกันอยู่ใน ป่าประเทศนั้น ทันใดนั้น เหยี่ยวได้โฉบเอานางนกพิราบไปเสีย ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะพลัดพรากจากนางไป แต่จำต้องพลัดพรากจากนาง เพราะพลัดพรากจากนาง ข้าพเจ้าได้เสวยเวทนาทางใจ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า ความรักอย่าได้กลับมาหาเราอีกเลย.
อนุชฺชุคามิ อุรค ทุชิวฺห ทาฐาวุโธ โฆรวิโสสิ สปฺป ขุทฺทํ ปิปาสํ อธิวาสยนฺโต กสฺมา ภวํโปสถิโก นุ ทีฆ ฯ
ดูกรงูผู้ไปไม่ตรง เลื้อยไปด้วยอก มีลิ้น ๒ ลิ้น เจ้ามีเขี้ยวเป็นอาวุธ มีพิษร้ายแรง เพราะเหตุไร เจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหายมารักษา อุโบสถ.
อุสโภ อหุ พลวา คามิกสฺส จลกฺกกู วณฺณพลูปปนฺโน โส มํ อกฺกมิ ตํ กุปิโต อฑํสึ ทุกฺขาภิตุนฺโน มรณํ อุปาคา ฯ ตโต ชนา นิกฺขมิตฺวาน คามา กนฺทิตฺวา โรทิตฺวา อปกฺกมึสุ ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ โกโธ มมํ มา ปุนราคมาสิ ฯ
โคของนายอำเภอ กำลังเปลี่ยว มีหนอกกระเพื่อม มีลักษณะงาม มีกำลัง มันได้เหยียบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าโกรธจึงได้กัดมัน มันก็ถูกทุกขเวทนา ครอบงำ ถึงความตาย ณ ที่นั้นเอง ลำดับนั้น ชนทั้งหลายก็พากันออก มาจากบ้าน ร้องไห้คร่ำครวญ หาได้พากันหลบหลีกไปไม่ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า ความโกรธอย่าได้มาถึงเราอีกเลย.
มตาน มํสานิ พหู สุสาเน มนุญฺญรูปํ ตว โภชเนตํ ขุทฺทํ ปิปาสํ อธิวาสยนฺโต กสฺมา ภวํโปสถิโก สิคาล ฯ
ดูกรสุนัขจิ้งจอก เนื้อของคนที่ตายแล้ว มีอยู่ในป่าช้าเป็นอันมาก อาหารชนิดนี้เป็นที่พอใจของเจ้า เพราะเหตุไร เจ้าจึงอดกลั้นความหิว กระหายมารักษาอุโบสถ.
ปวิสฺส กุจฺฉึ มหโต คชสฺส กุณเป รโต หตฺถิมํเสสุ คิทฺโธ อุโณฺห จ วาโต ติขิณา จ รสฺมิโย เต โสสยุํ ตสฺส กรีสมคฺคํ ฯ กีโส จ ปณฺฑู จ อหํ ภทนฺเต น เม อหุ นิกฺขมนาย มคฺโค มหา จ เมโฆ สหสา ปวสฺสิ โส เตมยิ ตสฺส กรีสมคฺคํ ฯ ตโต อหํ นิกฺขมิสํ ภทนฺเต จนฺโท ยถา ราหุมุขา ปมุตฺโต ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ โลโภ มมํ มา ปุนราคมาสิ ฯ
ข้าพเจ้าได้เข้าไปสู่ท้องช้างตัวใหญ่ ยินดีในซากศพ ติดใจในเนื้อช้าง ลมร้อนและแสงแดดอันกล้า ได้แผดเผาทวารหนักของช้างนั้นให้แห้ง ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งผอม ทั้งเหลือง ไม่มีทางจะออกได้ ต่อมา มีฝนห่าใหญ่ตกลงมาโดยพลัน ชะทวารหนักของช้างตัวนั้นให้เปียกชุ่ม ดูกรท่านผู้เจริญ ทีนั้น ข้าพเจ้าจึงออกมาได้ ดังดวงจันทร์ พ้นจาก ปากแห่งราหูฉะนั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า ความโลภอย่ามาถึงเราอีกเลย.
วมฺมิกถูปสฺมึ กิปิลฺลิกานิ นิปฺโปถยนฺโต ตุวํ ปุเร จราสิ ขุทฺทํ ปิปาสํ อธิวาสยนฺโต กสฺมา ภวํโปสถิโก นุ อจฺฉ ฯ
ดูกรหมี แต่ก่อนนี้ เจ้าขย้ำกินตัวปลวกในจอมปลวก เพราะเหตุไร เจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหายมารักษาอุโบสถเล่า.
สกํ นิเกตํ อติเหฬยาโน อตฺริจฺฉตาย มลตํ อคจฺฉึ ตโต ชนา นิกฺขมิตฺวาน คามา โกทณฺฑเกน ปริโปถยึสุ มํ ฯ โส ภินฺนสีโส รุหิรมกฺขิตงฺโค ปจฺจาคมาสึ สสกํ นิเกตํ ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ อตฺริจฺฉตา มา ปุนราคมาสิ ฯ
ข้าพเจ้าดูหมิ่นถิ่นที่เคยอยู่ของตน ได้ไปยังปัจจันตคามแคว้นมลรัฐ เพราะความเป็นผู้อยากมากเกินไป ครั้งนั้น ชนทั้งหลายก็พากันออก จากบ้าน รุมตีข้าพเจ้าด้วยคันธนู ข้าพเจ้าศีรษะแตกเลือดอาบ ได้กลับ มาสู่ถิ่นที่เคยอยู่อาศัยของตน เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า ความอยากมากเกินไปอย่าได้มาถึงเราอีกเลย.
ยํ โน อปุจฺฉิตฺถ ตุวํ ภทนฺเต สพฺเพว พฺยากริมฺหา ยถาปชานํ มยมฺปิ ปุจฺฉาม ตุวํ ภทนฺเต กสฺมา ภวํโปสถิโก นุ พฺรเหฺม ฯ
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้อความอันใด ท่านก็ได้ถามพวกข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้า ทั้งหมดก็ได้พยากรณ์ข้อความอันนั้นตามที่ได้รู้เห็นมา ข้าแต่ท่านผู้เป็น วงศ์พรหมผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าจะขอถามท่านบ้างละ เพราะเหตุไร ท่าน จึงรักษาอุโบสถเล่า.
อนูปลิตฺโต มม อสฺสมมฺหิ ปจฺเจกพุทฺโธ มุหุตฺตํ นิสีทิ โส มํ อเวที คติมาคติญฺจ นามญฺจ โคตฺตํ จรณญฺจ สพฺพํ ฯ เอวมฺปิหํ วนฺทิ น ตสฺส ปาเท น จาปิหํ มานคเตน ปุจฺฉึ ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ มาโน มมํ มา ปุนราคมาสีติ ฯ ปญฺจุโปสถิกชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------
พระปัจเจกพุทธะรูปหนึ่ง ผู้ไม่แปดเปื้อนด้วยกิเลส นั่งอยู่ในอาศรมของ ฉันครู่หนึ่ง ท่านได้บอกให้ฉันทราบถึงที่ไปที่มา นามโคตรและจรณะทุก อย่าง ถึงอย่างนั้น ฉันก็มิได้กราบไหว้เท้าทั้ง ๒ ของท่าน อนึ่ง ฉันก็มิได้ ถามถึงนามและโคตรของท่านเลย เพราะเหตุนั้น ฉันจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า มานะอย่าได้มาถึงฉันอีกเลย. จบ ปัญจุโปสถิกชาดกที่ ๗.