คลังกฎหมาย

พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก2551163 มาตรา21 หมวดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)ต้นฉบับ PDF · 46 หน้า
ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๗มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่า ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ รวมเข้าเป็ฉบับเดียวกัน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา ๓๑มาตรา ๓๓มาตรา ๓๖มาตรา ๓๙มาตรา ๔๑และ มาตรา ๔๓ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๔ ข้อห้ามในการให้สิ เชื่อ5 มาตรา
  2. มาตรา ๔๘

    ภายใต้บังคับมาตรา ๕๙ห้ามมิให้สถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือ ทางอ้อม (๑) ให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่ มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่ อ หรือประกันหนี้แก่ กรรมการผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มี อำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เว้นแต่การให้สินเชื่อในรูป ของบัตรเครดิตตามอัตราขั้นสูงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดหรือการให้สินเชื่อเพื่อเป็น สวัสดิการแก่บุคคลดักล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ ประเทศไทยประกาศกำหนด (๒) รับรอง รับอาวัล หรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงินที่กรรมการ ผู้จัดการ รอง ผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัด หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่ เทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของ สถาบันการเงินหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เป็นผู้สั่งจ่าย ผู้ออกตั๋ว หรือผู้สลักหลัง (๓) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นแก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จด ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินหรือผู้ที่ เกี่ยวข้องกับบุ คลดังกล่าว เป็นค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องจากการกระทำหรือการประกอบธุรกิจ ใด ๆของสถาบันการเงินนั้น ซึ่งมิใช่บำเหน็จ เงินเดือน รางวัล และเงินเพิ่มอย่างอื่นบรรดาที่พึงจ่าย ตามปกติ (๔) ขายให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใด ๆแก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วย ผู้จัดการ ผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ถือ หุ้นรายใหญ่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์สินใด ๆจากบุคคลดังกล่าว มีมูลค่ารวมกันสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากธนาคาร แห่งประเทศไทย (๕) ให้ผลประโยชน์อื่นใดแก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ ซึ่ มีตำแหน่ เทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่ งอื่ ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบัการเงิ หรือผู้ที่ เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

  3. มาตรา ๔๙

    ภายใต้บังคับมาตรา ๕๙ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อ ภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือแก่กิจการที่มี ผลประโยชน์เกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆในแต่ละรายเกินร้อยละห้าของ เงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใดของสถาบันการเงินนั้น หรือเกินร้อยละยี่สิบห้าของหนี้สินทั้งหมดของผู้ถือ หุ้นรายใหญ่ หรือของกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องนั้น แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้ ให้นับการ ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั้ ด้วย ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดอัตราขั้นสูงใน การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัหรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้ิ เชื่อแก่ผู้ถือหุ้นราย - - ใหญ่หรือแก่กิจการที่ มีผลประโยชน์เกี่ ยวข้องให้สูงกว่าอัตราที่ กำหนดในวรรคหนึ่ งได้ ทั้ นี้ ตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลัษณะคล้ ยการให้สินเชื่อ ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่งและวรรคสองหมายความว่ บริษัท ที่สถาบันการเงิน กรรมการของสถาบันการเงิน ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้ที่ เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ บริษัทนั้น

  4. มาตรา ๕๐

    ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สิ นเชื่อ ลงทุนก่อภาระผูกพันหรือทำ ธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันใน โครงการหนึ่งโครงการใด หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ ๆเกินร้อยละยี่สิบ ห้าของเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด การกำหนดตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเป็นจำนวนเงินหรือ อัตราส่วนต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ก็ได้ ในกรณีที่สถาบันการเงินใดควบรวมกิจการ ปรับปรุงโครงสร้ งหนี้ หรือจำหน่าย จ่ายโอนสินทรัพย์ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือกรณีมีเหตุอันสมควรอื่นใด ธนาคารแห่งประเทศ ไทยอาจผ่อนผัให้สถาบันการเงินนั้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่งเป็นการชั่วคราวได้ ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นบริษัท จำนวนเงินที่ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระ ผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ต้องไม่เกินอัตราส่วนกับทุน หรือเงินกองทุน ของบริษัทนั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเว้นแต่ได้รับผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศ ไทย ในกรณีที่มีการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพันหรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้าย การให้สินเชื่อแก่นิติบุคคลใด ให้นับรวมการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มี ลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริัทร่วม เป็นของนิติบุคคลนั้นด้วย ในกรณีที่มีการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้าย การให้สินเชื่อแก่บุคคลใด ให้นับรวมการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุ กรรมที่มีลักษณะ คล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น เป็นของบุคคลนั้นด้วย การให้สินเชื่อโดยรับซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นการ ให้สินเชื่อแก่ผู้ทรงซึ่งขายตั๋วเงินและบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามตั๋วเงินทุกทอดด้วย เว้นแต่เป็นตั๋วเงินตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ในกรณีที่สถาบันการเงินใดได้รับการประกันความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อ ภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือบริษัทอื่นตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดให้ถือว่าสถาบันการเงินนั้นให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อ ภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินหรือบริษัทผู้ประกัน ความเสี่ยงดังกล่ วตามวรรคหนึ่งด้วย - -

  5. มาตรา ๕๑

    ห้ามมิให้ ถาบัการเงินให้สิ เชื่อ ลงทุนก่อภาระผูกพัหรือทำ ธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจแต่ละประเภทเกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนหรือ สินทรัพย์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

  6. มาตรา ๕๒

    มิให้าความในมาตรา ๕๐และมาตรา ๕๑มาใช้บังคับกับสถาบัน การเงินในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ให้สินเชื่อหรือก่อภาระผูกพันที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เกินจำนวนที่ได้รับการค้ำประกัน (๒) ให้สินเชื่อหรือก่อภาระผูกพันแก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงินหรือธนาคารแห่งประเทศไทย (๓) ลงทุนโดยการซื้อหลักทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หลักทรัพย์ องทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิ หรือหลักทรัพย์ ถาบันคุ้มครองเงิน ฝากหลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันต้นเงิน และดอกเบี้ยโดยกระทรวงการคลัธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงินหรือสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เกินราคาที่ตราไว้ (๔) ให้สินเชื่อโดยมีเงิ ฝากของสถาบัการเงินนั้น หลัทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือหลักทรัพย์ ถาบันคุ้มครองเงินฝาก หลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นประกัน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เกินจำนวนเงินฝากที่เป็นประกันหรือราคาหลักทรัพย์ที่ตราไว้ (๕) ค้ำประกันการขายหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนด (๖) ให้กู้ยืมระหว่างสถาบันการเงินตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด (๗) ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ที่มีความเสี่ยงน้อยหรือมีความเสี่ยงเทียบเท่าหลักทรัพย์รัฐบาล ทั้งนี้ ตามหลัเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศกำหนด (๘) ออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการค้า

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Financial-Institutions-and-Financial-Benefits-Prot/704/CNT0008963-1.pdf.aspx46 pp.
checksum ของไฟล์
sha256:07bde558bd0dadacdb75b1da0cd100fdbe248f7d6c055448b389d44da5da470cดึงเมื่อ 2026-08-24T07:53:27.641Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551