๑. สัทธรรมนิยามสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๑. สัทธรรมนิยามสูตรที่ ๑
๑๕๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ แม้ ฟังสัทธรรมอยู่ ก็เป็นผู้ไม่ควรเพื่อหยั่งลงสู่นิยาม คือ ความถูกในกุศลธรรมธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลย่อมพูดมาก ๑ พูดคำพูดที่ผู้อื่นพูดแล้วมาก ๑ พูดปรารภตน ๑ เป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่านฟังธรรม ๑ เป็นผู้มีจิตไม่แน่วแน่มนสิการโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม๕ ประการนี้แล แม้ฟังสัทธรรมอยู่ก็เป็นผู้ไม่ควรเพื่อหยั่งลงสู่นิยาม คือ ความถูกในกุศลธรรม ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ฟังสัทธรรมอยู่เป็นผู้ควรเพื่อหยั่งลงสู่นิยาม คือ ความถูกในกุศลธรรม ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ บุคคลย่อมไม่พูดมาก ๑ ไม่พูดคำพูดที่ผู้อื่นพูดแล้วมาก ๑ ไม่พูดปรารภตน ๑เป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่านฟังธรรม ๑ เป็นผู้มีจิตแน่วแน่มนสิการโดยอุบายแยบคาย ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ฟังสัทธรรมอยู่ก็เป็นผู้ควรหยั่งลงสู่นิยาม คือ ความถูกในกุศลธรรม ฯ จบสูตรที่ ๑
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๑. สัทธัมมวรรค ๑. ปฐมสัมมัตตนิยามสูตร ๔. จตุตถปัณณาสก์ ๑. สัทธัมมวรรค หมวดว่าด้วยพระสัทธรรม ๑. ปฐมสัมมัตตนิยามสูตร ว่าด้วยสัมมัตตนิยาม สูตรที่ ๑
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ แม้ฟังสัทธรรมอยู่ ก็ไม่อาจหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. วิพากษ์วิจารณ์คำพูด ๒. วิพากษ์วิจารณ์ผู้พูด ๓. วิพากษ์วิจารณ์ตน ๔. เป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน คือมีจิตไม่แน่วแน่ฟังธรรม ๕. มนสิการโดยไม่แยบคาย ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล แม้ฟังสัทธรรมอยู่ ก็ไม่อาจหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย ส่วนบุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ฟังสัทธรรมอยู่ เป็นผู้อาจหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย @เชิงอรรถ : @ สัมมัตตนิยาม ในที่นี้หมายถึงอริยมรรคมีองค์ ๘ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๕๑/๕๙, สํ.ข.อ. ๒/๓๐๒-๓๑๑/๓๗๘)@และดู สํ.ข. ๑๗/๓๐๒-๓๑๑/๑๘๗-๑๙๑ ประกอบ @ วิพากษ์วิจารณ์คำพูด หมายถึงพูดว่า “นั่นเรื่องอะไร” (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๕๑/๕๙)@ วิพากษ์วิจารณ์ผู้พูด หมายถึงพูดว่า “ผู้นั้นพูดเรื่องอะไร ผู้นี้จะรู้อะไร” (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๕๑/๕๙)@ วิพากษ์วิจารณ์ตน หมายถึงพูดว่า “เรารู้หรือว่า คำพูดนั้นของเรามีน้ำหนักที่น่าเชื่อถือได้แค่ไหนกัน”@(องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๕๑/๕๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๒๔๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๑. สัทธัมมวรรค ๒. ทุติยสัมมัตตนิยามสูตร ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ไม่วิพากษ์วิจารณ์คำพูด ๒. ไม่วิพากษ์วิจารณ์ผู้พูด ๓. ไม่วิพากษ์วิจารณ์ตน ๔. เป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน คือมีจิตแน่วแน่ฟังธรรม ๕. มนสิการโดยแยบคาย ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ฟังสัทธรรมอยู่ เป็นผู้อาจหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย ปฐมสัมมัตตนิยามสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตถปัณณาสก์ สัทธัมมวรรควรรณนาที่ ๑ อรรถกถาปฐมสัทธัมมนิยามสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมสัทธัมมนิยามสูตรที่ ๑ แห่งปัณณาสก์ที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ ความว่า ภิกษุไม่ควรเพื่อก้าวลงสู่มรรคนิยามอันถูกต้อง ในกุศลธรรมทั้งหลาย.
ในบทว่า กถํ ปริโภติ เป็นต้น
เมื่อกล่าวว่า เรื่องนี้ชื่อเรื่องอะไรดังนี้ ชื่อว่าดูหมิ่นเรื่องที่แสดง.
เมื่อกล่าวว่า ผู้นั้นพูดเรื่องอะไร ผู้นี้จะรู้อะไรดังนี้ ชื่อว่าดูหมิ่นผู้แสดง.
เมื่อกล่าวว่า เราจะรู้กำลังที่จะฟังเรื่องนี้ของเราได้แต่ไหนดังนี้ ชื่อว่าดูหมิ่นตน.
พึงทราบธรรมฝ่ายขาวโดยตรงกันข้าม.
จบอรรถกถาปฐมสัทธัมมนิยามสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------