๙. สีหสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๙. สีหสูตร
สีโห ภิกฺขเว มิคราชา สายณฺหสมยํ อาสยา นิกฺขมติ อาสยา นิกฺขมิตฺวา วิชมฺภติ วิชมฺภิตฺวา สมนฺตา จตุทฺทิสา อนุวิโลเกติ สมนฺตา จตุทฺทิสา อนุวิโลเกตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทติ ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ โส หตฺถิสฺส เจปิ ปหารํ เทติ สกฺกจฺจญฺเญว ปหารํ เทติ โน อสกฺกจฺจํ มหีสสฺส เจปิ ปหารํ เทติ สกฺกจฺจญฺเญว ปหารํ เทติ โน อสกฺกจฺจํ ควสฺส เจปิ ปหารํ เทติ สกฺกจฺจญฺเญว ปหารํ เทติ โน อสกฺกจฺจํ ทิปิสฺส เจปิ ปหารํ เทติ สกฺกจฺจญฺเญว ปหารํ เทติ โน อสกฺกจฺจํ ขุทฺทกานญฺเจปิ ปาณานํ ปหารํ เทติ อนฺตมโส สสวิฬารานํปิ สกฺกจฺจญฺเญว ปหารํ เทติ โน อสกฺกจฺจํ ตํ กิสฺส เหตุ มา เม โยคฺคปโถ นสฺสาติ ฯ สีโหติ โข ภิกฺขเว ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ยํ โข ภิกฺขเว ตถาคโต ปริสาย ธมฺมํ เทเสติ อิทมสฺส โหติ สีหนาทสฺมึ ภิกฺขูนญฺเจปิ ภิกฺขเว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ สกฺกจฺจญฺเญว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ โน อสกฺกจฺจํ ภิกฺขุนีนญฺเจปิ ภิกฺขเว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ สกฺกจฺจญฺเญว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ โน อสกฺกจฺจํ อุปาสกากญฺเจปิ ภิกฺขเว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ สกฺกจฺจญฺเญว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ โน อสกฺกจฺจํ อุปาสิกานญฺเจปิ ภิกฺขเว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ สกฺกจฺจญฺเญว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ โน อสกฺกจฺจํ ปุถุชฺชนานญฺเจปิ ภิกฺขเว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ อนฺตมโส อนฺนภารเนสาทานํปิ สกฺกจฺจญฺเญว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ โน อสกฺกจฺจํ ตํ กิสฺส เหตุ ธมฺมครุ ภิกฺขเว ตถาคโต ธมฺมคารโวติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สีหมฤคราชออกจากที่อยู่ในเวลาเย็น แล้วย่อมเยื้องกราย เหลียวดูทิศทั้ง ๔ โดยรอบ บันลือสีหนาท ๓ ครั้ง แล้วออกเที่ยวไปหากิน สีหมฤคราชนั้น ถ้าแม้จะจับช้าง ย่อมจับโดยแม่นยำ ไม่พลาดถ้าแม้จะจับกระบือ ย่อมจับโดยแม่นยำ ไม่พลาด ถ้าแม้จะจับโค ย่อมจับโดยแม่นยำ ไม่พลาด ถ้าแม้จะจับเสือเหลือง ย่อมจับโดยแม่นยำ ไม่พลาด ถ้าแม้จะจับเหล่าสัตว์เล็กๆ โดยที่สุดกระต่ายและแมว ย่อมจับโดยแม่นยำ ไม่พลาด ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะสีหมฤคราชนั้นคิดว่า ทางหากินของเราอย่าพินาศเสียเลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่าสีหะนั้นแล เป็นชื่อแห่งตถาคตอรหันต-*สัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ที่ตถาคตแสดงธรรมแก่บริษัทนี้แล เป็นสีหนาทของตถาคตดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้ตถาคตจะแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ถ้าแม้จะแสดงธรรมแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ถ้าแม้จะแสดงธรรมแก่อุบาสกทั้งหลายย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ถ้าแม้จะแสดงธรรมแก่อุบาสิกาทั้งหลาย ย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ถ้าแม้จะแสดงธรรมแก่ปุถุชนทั้งหลาย ย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ โดยที่สุดแม้แก่คนขอทานและพรานนก ย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะตถาคตเป็นผู้หนักในธรรม เคารพในธรรม ฯ จบสูตรที่ ๙
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. สีหสูตร ว่าด้วยพญาราชสีห์
ภิกษุทั้งหลาย ในเวลาเย็น พญาราชสีห์ออกจากที่อาศัยแล้วบิดกาย ชำเลืองดูรอบๆ ทั้ง ๔ ทิศ บรรลือสีหนาท ๓ ครั้ง แล้วก็หลีกไปหากิน พญา- ราชสีห์นั้น ถ้าแม้จะจับช้าง ก็จับได้แม่นยำ ไม่พลาด แม้จะจับกระบือ ก็จับได้ แม่นยำ ไม่พลาด แม้จะจับโค ก็จับได้แม่นยำ ไม่พลาด แม้จะจับเสือเหลือง ก็จับได้แม่นยำ ไม่พลาด แม้จะจับพวกสัตว์เล็กๆ โดยที่สุดแม้กระต่ายและแมว ก็จับได้ แม่นยำ ไม่พลาดทีเดียว ข้อนั้น เพราะเหตุไร เพราะพญาราชสีห์นั้นคิดว่า “ช่องทางหากินของเราอย่าเสียไป”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑๖๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. กกุธวรรค ๙. สีหสูตร ภิกษุทั้งหลาย คำว่า สีหะ นี้เป็นชื่อของตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า อาการที่ตถาคตแสดงธรรมแก่บริษัท เป็นสีหนาท ของตถาคตแท้ คือ ตถาคต ๑. แม้จะแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ก็แสดงโดยเคารพ ไม่แสดง โดยไม่เคารพ ๒. แม้จะแสดงธรรมแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ก็แสดงโดยเคารพ ไม่แสดง โดยไม่เคารพ ๓. แม้จะแสดงธรรมแก่อุบาสกทั้งหลาย ก็แสดงโดยเคารพ ไม่แสดง โดยไม่เคารพ ๔. แม้จะแสดงธรรมแก่อุบาสิกาทั้งหลาย ก็แสดงโดยเคารพ ไม่แสดง โดยไม่เคารพ ๕. แม้จะแสดงธรรมแก่ปุถุชนทั้งหลาย ก็แสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดย ไม่เคารพ โดยที่สุดแม้จะแสดงแก่คนขอทานและพรานนก ก็แสดง โดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ข้อนั้นเพราะเหตุไร ภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตเป็นผู้หนักในธรรม เคารพธรรม สีหสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ สีหนาท หมายถึงคำพูดที่ตรัสด้วยท่าทีองอาจดังพญาราชสีห์ ไม่ทรงหวั่นเกรงผู้ใด เพราะทรงมั่นพระทัย@ในศีล สมาธิ และปัญญาของพระองค์ (ที.สี.ฏีกา ๔๐๓/๔๓๒) @ คำว่า โดยเคารพ แปลจากคำว่า “สกฺกจฺจํ” ในที่นี้หมายถึงความตั้งใจจริง เอาจริงเอาจังถือเป็นเรื่องสำคัญ@ดุจในประโยคว่า “วจฺฉกํ สกฺกจฺจํ อุปนิชฺฌายติ” แปลว่า “จ้องดูลูกวัวอย่างสนใจจริงจัง” (วิ.ม. ๕/๒๕๕/๑๙)@และเทียบ ที.ปา.อ. ๒๖๘/๑๔๗, องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๕๔/๕๙ @ ตามนัย องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๙๙/๔๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑๖๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสีหสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในสีหสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สกฺกจฺจญฺเญว ปหารํ เทติ โน อสกฺกจฺจํ ความว่า ให้ไม่ผิดพลาด โดยไม่ดูแคลน คือมิใช่ให้พลาดโดยดูแคลน.
บทว่า มา เม โยคฺคปโถ นสฺส ความว่า ฝีมือจับสัตว์ที่เราชำนาญแล้วของเราจงอย่าเสื่อมเสียไป. อธิบายว่า คนทั้งหลายจงอย่ากล่าวอย่างนี้ว่า สีหมฤคราชตัวหนึ่งเมื่อลุกขึ้นตะปบแมว ก็ตะปบพลาดไปดังนี้.
ในบทว่า อนฺนภารเนสาทานํ นี้ ข้าวเหนียวเรียกกันว่า อนฺน (ข้าว) ข้าวเหนียวนั้นเป็นของจำเป็นสำหรับคนเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น คนเหล่านั้นจึงชื่อว่า อนฺนภารา (มีข้าวเป็นของจำเป็น) คำนั่นเป็นชื่อของคนขอทาน. นายพรานนก เขาเรียกว่าเนสาท.
ตถาคตทรงแสดงอย่างตระหนัก แม้แก่คนขอทานหรือนายพรานนกเหล่านั้น โดยที่สุดอันมีภายหลังคนทั้งหมด ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาสีหสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------