๑. สามกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อนุตฺตริยวคฺโค ตติโย
๒๙๒๒๑- เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ สามคามเก โปกฺขรณิยายํ ฯ อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ โปกฺขรณิยํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ ตโย เม ภนฺเต ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม ตโย กมฺมารามตา ภสฺสารามตา นิทฺทารามตา อิเม โข ภนฺเต ตโย ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ อิทมโวจ สา เทวตา ฯ สมนุญฺโญ สตฺถา อโหสิ ฯ อถโข สา เทวตา สมนุญฺโญ เม สตฺถาติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ ฯ อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ อิมํ ภิกฺขเว รตฺตึ อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ โปกฺขรณิยํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว สา เทวตา มํ เอตทโวจ ตโย เม ภนฺเต ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม ตโย กมฺมารามตา ภสฺสารามตา นิทฺทารามตา อิเม โข ภนฺเต ตโย ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ อิทมโวจ ภิกฺขเว สา เทวตา อิทํ วตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ ฯ เตสํ โว ภิกฺขเว อลาภา เตสํ ทุลฺลทฺธํ เย โว เทวตาปิ ชานนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ ปริหายมาเน ฯ {๒๙๒.๑} อปเรปิ ภิกฺขเว ตโย ปริหานิเย ธมฺเม เทเสสฺสามิ ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ กตเม จ ภิกฺขเว ตโย ปริหานิยา ธมฺมา สงฺคณิการามตา โทวจสฺสตา ปาปมิตฺตตา อิเม โข ภิกฺขเว ตโย ปริหานิยา ธมฺมา เย หิ เกจิ ภิกฺขเว อตีตมทฺธานํ ปริหายึสุ กุสเลหิ ธมฺเมหิ สพฺเพ เต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายึสุ กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย หิ เกจิ ภิกฺขเว อนาคตมทฺธานํ ปริหายิสฺสนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ สพฺเพ เต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายิสฺสนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย หิ เกจิ ภิกฺขเว เอตรหิ ปริหายนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ สพฺเพ เต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค ๑. สามกสูตร ๓. อนุตตริยวรรค หมวดว่าด้วยอนุตตริยะ ๑. สามกสูตร ว่าด้วยหมู่บ้านสามะ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่วิหารชื่อโปกขรณีย์ ใกล้หมู่บ้าน สามะ แคว้นสักกะ ครั้งนั้น เมื่อราตรีผ่านไป เทวดาตนหนึ่งมีวรรณะงดงามยิ่งนักเปล่งรัศมีให้สว่างทั่วโปกขรณีย์วิหาร เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๓ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุ ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความเป็นผู้ชอบการงาน ๒. ความเป็นผู้ชอบการพูดคุย ๓. ความเป็นผู้ชอบการนอนหลับ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๓ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุ” เมื่อเทวดานั้นได้กราบทูลดังนี้แล้ว พระศาสดาทรงพอพระทัย ครั้นเทวดานั้นรู้ว่า ‘พระศาสดาทรงพอพระทัยเรา’ จึงถวายอภิวาททำประทักษิณแล้วหายไป ณที่นั้นแล @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ฉักกนิบาต ข้อ ๘ หน้า ๔๑๙ ในเล่มนี้ @ เมื่อราตรีผ่านไป หมายถึงเมื่อปฐมยามผ่านไป มัชฌิมยามย่างเข้ามา (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๑-๒๒/๑๐๘)@ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ปัญจกนิบาต ข้อ ๘๙ (ปฐมเสขสูตร) หน้า ๑๕๙ ในเล่มนี้@ ชอบการพูดคุย ในที่นี้หมายถึงชอบสนทนาเกี่ยวกับบุรุษและสตรีเป็นต้น ให้วันและคืนผ่านไปโดยเปล่า@ประโยชน์ (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๒๔/๑๗๗) @ ชอบการนอนหลับ ในที่นี้หมายถึงภิกษุแม้จะยืนก็ตาม เดินก็ตาม นั่งก็ตาม ก็ถูกถีนมิทธะ (ความหดหู่@และเซื่องซึม) ครอบงำ เอาแต่หลับถ่ายเดียว (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๒๔/๑๗๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๕๐}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค ๑. สามกสูตร ครั้นคืนนั้นผ่านไป พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ เมื่อราตรีผ่านไป เทวดาตนหนึ่งมีวรรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วโปกขรณีย์วิหาร เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ ไหว้แล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควรได้กล่าวกับเราดังนี้ว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๓ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุ ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความเป็นผู้ชอบการงาน ๒. ความเป็นผู้ชอบการพูดคุย ๓. ความเป็นผู้ชอบการนอนหลับ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๓ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุ’เทวดานั้นครั้นได้กล่าวดังนี้แล้ว จึงไหว้เราทำประทักษิณแล้วหายไป ณ ที่นั้นแล ภิกษุทั้งหลาย ไม่ใช่ลาภของเธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายได้ชั่วแล้วหนอ ที่เธอทั้งหลายเสื่อมจากกุศลธรรม แม้พวกเทวดาก็รู้ ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงปริหานิยธรรม (ธรรมที่เป็นเหตุแห่งความเสื่อม)๓ ประการข้ออื่นอีก เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ปริหานิยธรรม ๓ ประการ ปริหานิยธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความเป็นผู้ชอบการคลุกคลีด้วยหมู่ ๒. ความเป็นผู้ว่ายาก ๓. ความเป็นผู้มีปาปมิตร(มิตรชั่ว) ภิกษุทั้งหลาย ปริหานิยธรรม ๓ ประการนี้แล @เชิงอรรถ : @ ชอบการคลุกคลีด้วยหมู่ ในที่นี้หมายถึงชอบอยู่คลุกคลีกับเพื่อน ๑ คนบ้าง ๒ คนบ้าง ๓ คนบ้าง@เมื่ออยู่คนเดียวก็หาความสบายใจไม่ได้ (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๒๔/๑๗๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๕๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค ๒. อปริหานิยสูตร ภิกษุทั้งหลาย ชนทั้งหลายบางพวกในอดีตเสื่อมแล้วจากกุศลธรรมทั้งหลายชนเหล่านั้นทั้งหมดก็เสื่อมเพราะธรรม ๖ ประการนี้แล ชนทั้งหลายบางพวกในอนาคตจักเสื่อมจากกุศลธรรมทั้งหลาย ชนเหล่านั้นทั้งหมดก็จักเสื่อมเพราะธรรม ๖ ประการนี้แล ชนทั้งหลายบางพวกในปัจจุบันกำลังเสื่อมจากกุศลธรรมทั้งหลาย ชนเหล่านั้นทั้งหมดก็เสื่อมเพราะธรรม ๖ ประการนี้แล สามกสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อนุตตริยวรรควรรณนาที่ ๓ อรรถกถาปฐมสามกสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสามกสูตรที่ ๑ แห่งอนุตตริยวรรคที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สามคามเก ความว่า ในหมู่บ้านที่ได้นามอย่างนี้ เพราะมีหินลับมีดหนาแน่น.
บทว่า โปกฺขรณิยายํ ได้แก่ ในวิหารมีนามว่า โปกขรณิย์.
บทว่า อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา ความว่า เมื่อผ่านปฐมยามแห่งรัตติกาล ย่างเข้ามัชฌิมยาม.
บทว่า อภิกฺกนิตวณฺณา ได้แก่ มีวรรณะงดงามน่าพอใจยิ่ง.
บทว่า เกวลกปฺปํ ได้แก่ ทั่วทั้งหมด.
บทว่า โปกฺขรณิยํ โอภาเสตฺวา ความว่า แผ่รัศมี (โอภาส) ของตนไปตลอดมหาวิหาร ที่ได้นามว่าโปกขรณิย์.
บทว่า สมนุญฺโญ ความว่า ทรงพอพระทัย คือมีจิตสม่ำเสมอ.
บทว่า โทวจสฺสตา ได้แก่ ความเป็นผู้ว่ายาก.
บทว่า ปาปมิตฺตตา ได้แก่ ความเป็นผู้มีคนชั่วเป็นมิตร.
ในพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสปริหานิยธรรม (ธรรมที่เป็นไปเพื่อความเสื่อม) ไว้อย่างเดียว.
จบอรรถกถาปฐมสามกสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------