๔. มหาจุนทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๑๗๔๖ เอกํ สมยํ อายสฺมา มหาจุนฺโท เจตีสุ วิหรติ สญฺชาติยํ ฯ ตตฺร โข อายสฺมา มหาจุนฺโท ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโส ภิกฺขโวติ ฯ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต มหาจุนฺทสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา มหาจุนฺโท เอตทโวจ อิธ อาวุโส ธมฺมโยคา ภิกฺขู ฌายี ภิกฺขู อปสาเทนฺติ อิเม ปน ฌายิโนมฺหา ฌายิโนมฺหาติ ฌายนฺติ ปชฺฌายนฺติ กิญฺหิเม ฌายนฺติ กินฺติเม ฌายนฺติ กถญฺหิเม ฌายนฺตีติ ตตฺถ ธมฺมโยคา จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ ฌายี จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ น จ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา โหนฺติ พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ {๓๑๗.๑} อิธ ปนาวุโส ฌายี ภิกฺขู ธมฺมโยเค ภิกฺขู อปสาเทนฺติ อิเม ปน ธมฺมโยคมฺหา ธมฺมโยคมฺหาติ อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา มุฏฺฐสฺสติโน อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ปากฏินฺทฺริยา กิญฺหิเม ธมฺมโยคา กินฺติเม ธมฺมโยคา กถญฺหิเม ธมฺมโยคาติ ตตฺถ ฌายี จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ ธมฺมโยคา จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ น จ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา โหนฺติ พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ {๓๑๗.๒} อิธ ปนาวุโส ธมฺมโยคา ภิกฺขู ธมฺมโยคานญฺเญว ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสนฺติ โน ฌายีนํ ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสนฺติ ตตฺถ ธมฺมโยคา จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ ฌายี จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ น จ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา โหนฺติ พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ {๓๑๗.๓} อิธ ปนาวุโส ฌายี ภิกฺขู ฌายีนญฺเญว ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสนฺติ โน ธมฺมโยคานํ ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสนฺติ ตตฺถ ฌายี จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ ธมฺมโยคา จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ น จ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา โหนฺติ พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ {๓๑๗.๔} ตสฺมา ติหาวุโส เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ธมฺมโยคา สมานา ฌายีนํ ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสิสฺสามาติ เอวญฺหิ โว อาวุโส สิกฺขิตพฺพํ ตํ กิสฺส เหตุ อจฺฉริยา เหเต อาวุโส ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ เย อมตํ ธาตุํ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรนฺติ ตสฺมา ติหาวุโส เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ฌายี สมานา ธมฺมโยคานํ ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสิสฺสามาติ เอวญฺหิ โว อาวุโส สิกฺขิตพฺพํ ตํ กิสฺส เหตุ อจฺฉริยา เหเต อาวุโส ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ เย คมฺภีรอตฺถปทํ ปญฺญาย อติวิชฺฌปสฺสนฺตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. ธัมมิกวรรค ๔. มหาจุนทสูตร ๔. มหาจุนทสูตร ว่าด้วยพระมหาจุนทะ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง ท่านพระมหาจุนทะอยู่ ณ นิคมชื่อว่าสัญชาติ ในแคว้นเจตี สมัยนั้นแล ท่านพระมหาจุนทะเรียกภิกษุทั้งหลายมากล่าวว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคำแล้ว ท่านพระมหาจุนทะจึงได้กล่าวเรื่องนี้ว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย ในพระธรรมวินัยนี้ พวกภิกษุผู้ประกอบธรรม รุกรานพวกภิกษุผู้เพ่งฌานว่า “ภิกษุเหล่านี้ เพ่ง พินิจ ยึด หน่วงฌานอยู่ว่า ‘พวกเราเป็นผู้เพ่งฌาน พวกเราเป็นผู้เพ่งฌาน’ ภิกษุเหล่านี้เพ่งฌานทำไม เพ่งฌานเพื่ออะไรเพ่งฌานเพราะเหตุไร” พวกภิกษุผู้ประกอบธรรม ไม่เลื่อมใสในพวกภิกษุผู้เพ่งฌานนั้น และพวกภิกษุผู้เพ่งฌานก็ไม่เลื่อมใสในพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมนั้น ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ผู้มีอายุทั้งหลาย พวกภิกษุผู้เพ่งฌานรุกรานพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมว่า “ภิกษุเหล่านี้คิดว่า ‘พวกเราเป็นผู้ประกอบธรรม พวกเราเป็นผู้ประกอบธรรม’ เป็นผู้ฟุ้งซ่าน ถือตัว โลเล ปากกล้า พูดพร่ำเพรื่อ หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่น มีจิตกวัดแกว่ง ไม่สำรวมอินทรีย์ ภิกษุเหล่านี้ประกอบธรรมทำไม ประกอบธรรมเพื่ออะไร ประกอบธรรมเพราะเหตุไร” พวกภิกษุผู้เพ่งฌานไม่เลื่อมใสในพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมนั้น และพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมก็ไม่เลื่อมใสในพวกภิกษุผู้เพ่งฌานนั้น ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่คน@เชิงอรรถ : @ หมายถึงพระมหาจุนทะผู้เป็นน้องชายของพระธรรมเสนาบดี (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๔๖/๑๒๘)@ ภิกษุผู้ประกอบธรรม ในที่นี้หมายถึงพระธรรมกถึก (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๔๖/๑๒๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๑๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. ธัมมิกวรรค ๔. มหาจุนทสูตร หมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พวกภิกษุผู้ประกอบธรรมสรรเสริญพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมเท่านั้น ไม่สรรเสริญพวกภิกษุผู้เพ่งฌาน พวกภิกษุผู้ประกอบธรรมไม่เลื่อมใสในพวกภิกษุผู้เพ่งฌานนั้นและพวกภิกษุผู้เพ่งฌานก็ไม่เลื่อมใสในพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมนั้น ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อเกื้อกูลเพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พวกภิกษุผู้เพ่งฌานสรรเสริญพวกภิกษุผู้เพ่งฌานเท่านั้น ไม่สรรเสริญพวกภิกษุผู้ประกอบธรรม และพวกภิกษุผู้เพ่งฌานไม่เลื่อมใสในพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมนั้นและพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมก็ไม่เลื่อมใสในพวกภิกษุผู้เพ่งฌานนั้น ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่อประโยชน์แก่คน หมู่มาก เพื่อเกื้อกูลเพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ผู้มีอายุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘พวกเราทั้งหลายเมื่อเป็นผู้ประกอบธรรม จักสรรเสริญพวกภิกษุผู้เพ่งฌาน’ ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะบุคคลผู้ถูกต้องอมตธาตุด้วยกาย เป็นอัจฉริยบุคคล หาได้ยากในโลก เพราะเหตุนั้นแล ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายเมื่อเป็นผู้เพ่งฌาน จักสรรเสริญพวกภิกษุผู้ประกอบธรรม’ ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะบุคคลผู้รู้แจ้ง เห็นอัตถบทอันลึกซึ้ง ด้วยปัญญานั้น เป็นอัจฉริยบุคคล หาได้ยากในโลก มหาจุนทสูตรที่ ๔ จบ @เชิงอรรถ : @ อัตถบทอันลึกซึ้ง หมายถึงข้อความที่มีขันธ์ ธาตุ และอายตนะ เป็นต้น (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๔๖/๑๒๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๑๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามหาจุนทสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในมหาจุนทสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า เจตีสุ ได้แก่ ในเจติรัฐ.
บทว่า สญฺชาติยํ ได้แก่ ในนิคมที่มีชื่ออย่างนี้.
บทว่า มหาจุนฺโท ได้แก่ พระน้องชายคนเล็กของพระธรรมเสนาบดี.
ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าธัมมโยคะ เพราะมีการประกอบคือการทำเนืองๆ ในธรรม.
คำว่า ธมฺมโยคา นั่นเป็นชื่อของพระธรรมกถึกทั้งหลาย.
ภิกษุชื่อว่า ฌายี เพราะเพ่ง.
บทว่า อปสาเทนฺติ ได้แก่ กระทบกระทั่ง คือรุกราน.
บทว่า ฌายนฺติ ได้แก่ คิด.
บทว่า ปชฺฌายนฺติ เป็นต้น ขยาย (รูป) ออกไปด้วยอำนาจอุปสรรค.
บทว่า กิญหิเม ฌายนฺติ ความว่า ภิกษุธรรมกถึกเหล่านี้เพ่งอยู่อย่างไร.
บทว่า กินฺติเม ฌายนฺติ ความว่า ภิกษุธรรมกถึกเหล่านี้เข้าฌานเพื่ออะไร?
บทว่า กถญฺหิเม ฌายนฺติ ความว่า ภิกษุธรรมกถึกเหล่านี้เข้าฌาน เพราะเหตุไร?
บทว่า อมตํ ธาตุํ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรนฺติ เป็นต้นมีความว่า ภิกษุทั้งหลายกำหนดกรรมฐานมุ่งถึงนิพพานธาตุที่เว้นจากมรณะอยู่ คือถูกต้องนิพพานธาตุนั้นด้วยนามกายตามลำดับอยู่.
บทว่า คมฺภีรอตฺถปทํ ได้แก่ ความหมายของขันธ์ ธาตุ อายตนะเป็นต้นที่ลี้ลับ คือถูก (อวิชชา) ปกปิดไว้.
บทว่า ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสนฺติ ความว่า เห็นโดยแทงตลอดด้วยมรรคปัญญาพร้อมทั้งวิปัสสนาปัญญา.
แต่ในที่นี้ ย่อมควรทั้งปัญญาเครื่องแทงตลอดด้วยการพิจารณา ทั้งปัญญาในการเรียนและการสอบถาม.
จบอรรถกถามหาจุนทสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------