๘. สัตถริสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๘. สัตถริสูตร
๓๖๓ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่ควรเป็นได้ ๖ ประการนี้ ๖ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ ย่อมเป็นผู้ไม่ควรเพื่อเป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในพระศาสดา ๑ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในพระธรรม ๑ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในพระสงฆ์ ๑ และเป็นผู้ไม่ควรเพื่อเป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสิกขา ๑ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเข้าถึง ๑เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเกิดในภพที่แปด ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่ควรเป็นได้๖ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ปฐมอภัพพัฏฐานสูตร ว่าด้วยฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ สูตรที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการนี้ ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ๑. เป็นผู้ไม่อาจอยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในศาสดา ๒. เป็นผู้ไม่อาจอยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในธรรม ๓. เป็นผู้ไม่อาจอยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสงฆ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๑๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๙. สีติวรรค ๙. ทุติยอภัพพัฏฐานสูตร ๔. เป็นผู้ไม่อาจอยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสิกขา ๕. เป็นผู้ไม่อาจกลับมาสู่เหตุที่ไม่ควรเข้าถึง ๖. เป็นผู้ไม่อาจให้ภพที่ ๘ เกิดขึ้นได้ ภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการนี้แล ปฐมอภัพพัฏฐานสูตรที่ ๘ จบ ๙. ทุติยอภัพพัฏฐานสูตร ว่าด้วยฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ สูตรที่ ๒
ภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการนี้ ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ๑. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือสังขารว่าเป็นของเที่ยง ๒. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือสังขารว่าเป็นสุข ๓. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือธรรมว่าเป็นอัตตา ๔. เป็นผู้ไม่อาจทำอนันตริยกรรม ๕. เป็นผู้ไม่อาจเชื่อความบริสุทธิ์โดยถือมงคลตื่นข่าว ๖. เป็นผู้ไม่อาจแสวงหาเขตบุญนอกศาสนานี้ ภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการนี้แล ทุติยอภัพพัฏฐานสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ เหตุที่ไม่ควรเข้าถึง ในที่นี้หมายถึงเวร ๕ ได้แก่ (ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ เสพของ@มึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท) และทิฏฐิ ๖๒ ประการ@(องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๙๒-๙๕/๑๕๕) ดู ที.สี. (แปล) ๙/๒๘-๑๔๖/๑๑-๔๖ ประกอบ@ ภพที่ ๘ หมายถึงปฏิสนธิที่ ๘ ในชั้นกามาวจร (ผู้ได้โสดาบันจะถือปฏิสนธิไม่เกิน ๗ ครั้ง)@(องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๙๒-๙๕/๑๕๕) @ ดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๔๑/๕๙๕, องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๘๖/๑๕๕ @ ถือมงคลตื่นข่าว หมายถึงถือว่ารูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เป็นมงคล (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๙๒-๙๕/๑๕๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๑๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘-๑๑. อภัพพัฏฐานสุตตจตุกกวัณณนา [ฉบับมหาจุฬาฯ] พรรณนาพระสูตรว่าด้วยฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๔ สูตร
[๔๒-๔๕] ในพระสูตรที่ ๘ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
คำว่า เหตุที่ไม่ควรเข้าถึง (อนาคมนียวตฺถุ) ได้แก่ เหตุที่ไม่ควรเข้าใกล้ คำนี้เป็นชื่อของเวร ๕ ประการและทิฏฐิ ๒๒ ประการ
คำว่า ภพที่ ๘ (อฏฺฐมํ ภวํ) ได้แก่ ปฏิสนธิจิตดวงที่ ๘ ในฝ่ายกามาวจร
ในพระสูตรที่ ๙ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
คำว่า โดยถือมงคลตื่นข่าว (โกตุหลมงฺคเลน) ได้แก่ โดยถือสิ่งที่ได้เห็น สิ่งที่ได้ฟังและสิ่งที่ได้ทราบเป็นมงคล
ในพระสูตรที่ ๑๑ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
คำเป็นต้นว่า ที่ตนเองกระทำไว้ (สยํ กตํ) ท่านกล่าวไว้แล้วด้วยอำนาจอัตตทิฏฐิ
คำว่า ที่เกิดขึ้นเอง (อธิจฺจสมุปฺปนฺนํ) ได้แก่ ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุ
คำที่เหลือในที่ทั้งปวงง่ายทั้งนั้นแล
๘-๑๑. อภพฺพฏฺฐานสุตฺตจตุกฺกวณฺณนา
[๙๒-๙๕] อฏฺฐเม อนาคมนียวตฺถุนฺติ อนุปคนฺตพฺพการณํ, ปญฺจนฺนํ เวรานํ
ทฺวาสฏฺฐิยา จ ทิฏฺฐิคตานเมตํ อธิวจนํ. อฏฺฐมํ ภวนฺติ กามาวจเร อฏฺฐมํ
ปฏิสนฺธึ. นวเม โกตุหลมงฺคเลนาติ ทิฏฺฐสุตมุตมงฺคเลน. ทสเม สยํ กตนฺติอาทีนิ
อตฺตทิฏฺฐิวเสน วุตฺตานิ. อธิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อเหตุนิพฺพตฺตํ. เสสํ สพฺพตฺถ
อุตฺตานเมวาติ.
____________________________
@เชิงอรรถ: สี. อนนุคนฺตพฺพํ การณํ
สีติวคฺโค นวโม. -----------------------------------------------------