๓. วัฑฒิสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๖๓ปญฺจหิ ภิกฺขเว วฑฺฒีหิ วฑฺฒมาโน อริยสาวโก อริยาย วฑฺฒิยา วฑฺฒติ สาราทายี จ โหติ วราทายี จ กายสฺส กตมาหิ ปญฺจหิ สทฺธาย วฑฺฒติ สีเลน วฑฺฒติ สุเตน วฑฺฒติ จาเคน วฑฺฒติ ปญฺญาย วฑฺฒติ อิมาหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒมาโน อริยสาวโก อริยาย วฑฺฒิยา วฑฺฒติ สาราทายี จ โหติ วราทายี จ กายสฺสาติ ฯ สทฺธาย สีเลน จ โย ปวฑฺฒติ ปญฺญาย จาเคน สุเตน จูภยํ โส ตาทิโส สปฺปุริโส วิจกฺขโณ อาทียติ สารมิเธว อตฺตโนติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ปฐมวัฑฒิสูตร ว่าด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ สูตรที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกเมื่อเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ ชื่อว่าย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่าเป็นผู้ถือเอาสิ่งที่เป็นสาระ และถือเอาสิ่งที่ประเสริฐแห่งกาย ธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ศรัทธา (ความเชื่อ) ๒. ศีล (การรักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย) ๓. สุตะ (การสดับฟังหาความรู้) ๔. จาคะ (การเสียสละ) ๕. ปัญญา (ความรอบรู้)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑๑๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. สัญญาวรรค ๔. ทุติยวัฑฒิสูตร ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกเมื่อเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการนี้แลชื่อว่าย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่าเป็นผู้ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นสาระ และถือเอาสิ่งที่ประเสริฐแห่งกาย อริยสาวกใด เจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา อริยสาวกนั้น เป็นสัตบุรุษ มีปัญญาเห็นประจักษ์ ชื่อว่าถือเอาแต่สิ่งที่เป็นสาระสำหรับตนไว้ได้ ในโลกนี้ทีเดียว ปฐมวัฑฒิสูตรที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมสัญญาสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมวัฑฒิสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า วราทายี คือเป็นผู้ยึดเอาไว้ได้ซึ่งสาระอันสูงสุด.
คำที่เหลือในสูตรนี้และสูตรที่ ๔ ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปฐมสัญญาสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------