๑๐. อุฏฐานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๐. อุฏฐานสูตร ๑๐. อุฏฐานสูตร ว่าด้วยการลุกขึ้นนั่งสมาธิ (พระผู้มีพระภาคตรัสเตือนภิกษุทั้งหลายดังนี้)
เธอทั้งหลายจงลุกขึ้นเถิด จงนั่งเถิด ความหลับจะมีประโยชน์อะไรแก่เธอทั้งหลาย ผู้เร่าร้อนด้วยโรคคือกิเลสมีประการต่างๆ ถูกลูกศรคือราคะเป็นต้นทิ่มแทงจนย่อยยับอยู่
เธอทั้งหลายจงลุกขึ้นเถิด จงนั่งเถิด จงบากบั่นขยันศึกษาปฏิบัติเพื่อบรรลุสันติธรรม กันเถิด อย่าให้มัจจุราชรู้ว่า เธอทั้งหลายมัวแต่ประมาทลุ่มหลง แล้วบังคับให้หลงใหลอยู่ในอำนาจเลย
เธอทั้งหลายจงข้ามตัณหาที่ชื่อว่า วิสัตติกา ซึ่งเป็นเหตุให้เทวดาและมนุษย์ ผู้ยังมีความต้องการยึดติดอยู่ ขณะอย่าได้ล่วงเลยเธอทั้งหลายไปเสีย เพราะเหล่าชนที่ปล่อยให้ขณะล่วงเลยไป ย่อมแออัดกันในนรก เศร้าโศกอยู่ @เชิงอรรถ : @ จงลุกขึ้น หมายถึงลุกจากอาสนะ จงเพียรพยายามอย่าเกียจคร้าน (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๔/๑๕๓)@ จงนั่ง หมายถึงนั่งคู้บัลลังก์ เพื่อปฏิบัติกัมมัฏฐาน (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๔/๑๕๓)@ สันติธรรม มี ๓ ประการ คือ (๑) อัจจันตสันติ(ความสงบอย่างสิ้นเชิง) (๒) ตทังคสันติ(ความสงบ@ด้วยองค์นั้นๆ) (๓) สัมมุติสันติ(ความสงบโดยสมมติ) แต่ในที่นี้หมายถึงอัจจันตสันติ กล่าวคือนิพพาน@(ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๕/๑๕๔) @ ขณะอย่าได้ล่วงเลยเธอทั้งหลายไปเสีย ในที่นี้หมายถึงอย่าปล่อยให้โอกาสหรือเวลาแห่งการบำเพ็ญ@สมณธรรมผ่านไป (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๖/๑๕๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๗๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๑. ราหุลสูตร
ความประมาทเป็นดุจธุลี ความประมาทที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็จัดเป็นดุจธุลี กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิตควรถอนลูกศรคือกิเลสของตน ด้วยความไม่ประมาทและด้วยวิชชาอุฏฐานสูตรที่ ๑๐ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส ทสมํ อุฏฺฐานสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต อุฏฐานสูตรที่ ๑๐
|๓๒๗.๗๕๗| ๑๐ อุฏฺฐหถ นิสีทถ โก อตฺโถ สุปิเตน โว อาตุรานํ หิ กา นิทฺทา สลฺลวิทฺธาน รุปฺปตํ ฯ |๓๒๗.๗๕๘| อุฏฺฐหถ นิสีทถ ทฬฺหํ สิกฺขถ สนฺติยา มา โว ปมตฺเต วิญฺญาย (มจฺจุราชา) อโมหยิตฺถ วสานุเค ฯ |๓๒๗.๗๕๙| ยาย เทวา มนุสฺสา จ สิตา ติฏฺฐนฺติ อตฺถิกา ตรเถตํ วิสตฺติกํ ขโณ โว มา อุปจฺจคา ขณาตีตา หิ โสจนฺติ นิรยมฺหิ สมปฺปิตา ฯ |๓๒๗.๗๖๐| ปมาโท รโช ปมาทา ปมาทานุปติโต รโช อปฺปมาเทน วิชฺชาย อพฺพูเฬฺห สลฺลมตฺตโนติ ฯ อุฏฺฐานสุตฺตํ ทสมํ ฯ --------
เธอทั้งหลายจงลุกขึ้นเถิด จงนั่งเถิด เธอทั้งหลายจะได้ ประโยชน์อะไรด้วยความหลับ เพราะความหลับจะเป็น ประโยชน์อะไรแก่เธอทั้งหลาย ผู้เร่าร้อนเพราะโรค คือ กิเลสมีประการต่างๆ ถูกลูกศร คือ ราคะเป็นต้นแทงแล้ว ย่อยยับอยู่ เธอทั้งหลายจงลุกขึ้นเถิด จงนั่งเถิด จงหมั่น ศึกษาเพื่อสันติเถิด มัจจุราชอย่ารู้ว่าเธอทั้งหลายประมาท แล้ว ยังเธอทั้งหลายผู้ตกอยู่ในอำนาจให้ลุ่มหลงเลย เธอ ทั้งหลายจงข้ามตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุ ให้เทวดาและมนุษย์ผู้มีความต้องการอาศัยรูป เป็นต้น ดำรงอยู่ ขณะอย่าได้ล่วงเธอทั้งหลายไปเสีย เพราะว่าผู้ล่วงขณะเสีย แล้ว เป็นผู้ยัดเยียดกันในนรกเศร้าโศกอยู่ ความประมาท เป็นดุจธุลี ตกต้องแล้วเพราะความมัวเมาในปฐมวัยนอกนี้ ความประมาทเป็นดุจธุลี ตกต้องแล้วเพราะความมัวเมาใน วัย เพราะฉะนั้น กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิต พึงถอนลูกศร คือ กิเลสมีราคะเป็นต้นของตนเสีย ด้วยความไม่ประมาทและ ด้วยวิชชา ฯ จบอุฏฐานสูตรที่ ๑๐