๘. เหมกปัญหา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนิปาเต ปญฺจมสฺส ปารายนวคฺคสฺส อฏฺฐมา เหมกปญฺหา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต เหมกปัญหาที่ ๘
|๔๓๒.๑๕๑๒| ๘ เยเม ปุพฺเพ วิยากํสุ (อิจฺจายสฺมา เหมโก) (หุรํ โคตมสาสนา) อิจฺจาสิ อิติ ภวิสฺสติ สพฺพนฺตํ อิติหีติหํ สพฺพนฺตํ ตกฺกวฑฺฒนํ (นาหํ ตตฺถ อภิรมึ) |๔๓๒.๑๕๑๓| ตฺวญฺจ เม ธมฺมมกฺขาหิ ตณฺหานิคฺฆาตนํ มุนิ ยํ วิทิตฺวา สโต จรํ ตเร โลเก วิสตฺติกํ ฯ |๔๓๒.๑๕๑๔| อิธ ทิฏฺฐสุตมุตํ (วิญฺญาเตสุ) ปิยรูเปสุ เหมก ฉนฺทราควิโนทนํ นิพฺพานปทมจฺจุตํ |๔๓๒.๑๕๑๕| เอตทญฺญาย เย สตา ทิฏฺฐธมฺมาภินิพฺพุตา อุปสนฺตา จ เต สตา ติณฺณา โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ เหมกมาณวกปญฺหา อฏฺฐมา ฯ ---------
เหมกมาณพทูลถามปัญหาว่า (ก่อนแต่ศาสนาของพระโคดม) อาจารย์เหล่าใดได้พยากรณ์ ลัทธิของตนแก่ข้าพระองค์ ในกาลก่อนว่า เหตุนี้ได้ เป็นมาแล้วอย่างนี้ๆ จักเป็นอย่างนี้ๆ คำพยากรณ์ทั้งหมด ของอาจารย์เหล่านั้น ไม่ประจักษ์แก่ตน คำพยากรณ์ ทั้งหมดนั้น เป็นเครื่องทำความตรึกให้ทวีมากขึ้น (ข้าพระ องค์ไม่ยินดีในคำพยากรณ์นั้น) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมุนี ขอ พระองค์จงตรัสบอกธรรมเป็นเครื่องกำจัดตัณหา อันซ่าน ไปในอารมณ์ต่างๆ ในโลกแก่ข้าพระองค์เถิด ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสพยากรณ์ว่า ดูกรเหมกะ ชนเหล่าใดได้รู้ทั่วถึงบท คือ นิพพาน อันไม่แปรผัน เป็นที่บรรเทาฉันทราคะในรูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ฟัง และ สิ่งที่ได้ทราบ อันน่ารัก ณ ที่นี้ เป็นผู้มีสติ มีธรรมอันเห็น แล้ว ดับกิเลสได้แล้ว ชนเหล่านั้นสงบระงับแล้ว มีสติ ข้ามตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ ในโลกได้แล้ว ฯ จบเหมกมาณวกปัญหาที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. เหมกมาณวกปัญหา ว่าด้วยปัญหาของเหมกมาณพ
(เหมกมาณพทูลถามดังนี้) ก่อนแต่ศาสนาของพระโคดม อาจารย์เจ้าลัทธิเหล่าใดเคยตอบแก่ข้าพระองค์ว่า เหตุนี้ได้เป็นมาแล้วอย่างนี้ จักเป็นอย่างนี้ คำตอบทั้งหมด เป็นคำที่เชื่อสืบต่อกันมา คำตอบทั้งหมดนั้น มีแต่จะทำให้ตรึกไปต่างๆ ข้าพระองค์จึงไม่ยินดีในคำตอบนั้น @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๐๙-๑๑๒/๒๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๖๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๙. โตเทยยมาณวกปัญหา
ข้าแต่พระมุนี บุคคลรู้ชัดธรรมใดแล้ว มีสติ เที่ยวไปอยู่ พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่า วิสัตติกา ในโลกได้ ขอพระองค์โปรดตรัสบอกธรรม(นั้น)ที่เป็นเครื่องกำจัดตัณหา แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เหมกะ นิพพานบทอันไม่แปรผัน เครื่องบรรเทาฉันทราคะ ในปิยรูปทั้งหลายที่เห็น ที่ได้ยิน และที่ได้รับรู้ในโลกนี้
ชนเหล่าใดมีสติ รู้นิพพานนั้นแล้ว เห็นธรรม ดับกิเลสได้แล้ว ชนเหล่านั้นเป็นผู้สงบทุกเมื่อ เป็นผู้ข้ามตัณหาที่ชื่อว่า วิสัตติกา ในโลกได้แล้วเหมกมาณวกปัญหาที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาเหมกสูตร ที่ ๘
____________________________
บาลีเป็น เหมกปัญหา.
เหมกสูตรที่ ๘ มีคำเริ่มต้นว่า เย เม ปุพฺเพ ดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เย เม ปุพฺเพ วิยากํสุ ความว่า อาจารย์เหล่าใดมีพาวรีพราหมณ์เป็นต้น ได้พยากรณ์ลัทธิของตนแก่ข้าพระองค์ในกาลก่อน. บทว่า หุรํ โคตมสาสนา คือ ก่อนศาสนาของพระโคดม. บทว่า สพฺพนฺตํ ตกฺกวฑฺฒนํ คือ คำพยากรณ์นั้นทั้งหมดเป็นเครื่องทำความตรึกให้ทวีมากขึ้น. บทว่า ตณฺหานิคฺฆาตนํ ธรรมเป็นเครื่องกำจัดตัณหา คือทำตัณหาให้พินาศ.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะตรัสบอกธรรมนั้นแก่เหมกมาณพนั้น จึงตรัสสองคาถาว่า อิธ ดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เอตทญฺญาย เย สตา ชนเหล่าใดได้รู้ทั่วถึงบทคือนิพพาน เป็นผู้มีสติ. ความว่า ชนเหล่าใดรู้แจ้งถึงบท คือนิพพานอันไม่ตายนั้นโดยนัยมีอาทิว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง ดังนี้รู้โดยลำดับ เป็นผู้มีสติด้วยสติในกายานุปัสสนาเป็นต้น.
บทว่า ทิฏฺฐธมฺมาภินิพฺพุตา เห็นธรรมแล้วดับกิเลสได้แล้ว คือเห็นธรรมเพราะรู้แจ้งธรรม และดับกิเลสเพราะดับกิเลสมีราคะเป็นต้น.
บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดดีแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตนั่นแหละ. เมื่อจบเทศนา ก็ได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นเดียวกับที่กล่าวไว้แล้วในสูตรก่อนนั่นแล.
จบอรรถกถาเหมกสูตรที่ ๘ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย ชื่อปรมัตถโชติกา --------------------