๔. รูปสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๔. รูปสูตร
๔ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ รูเปหิ ภิกฺขเว อรูปา สนฺตตรา อรูเปหิ นิโรโธ สนฺตตโรติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ เย จ รูปูปคา สตฺตา เย จ อรูปฏฺฐายิโน นิโรธํ อปฺปชานนฺตา อาคนฺตาโร ปุนพฺภวํ ฯ เย จ รูเป ปริญฺญาย อรูเปสุ อสณฺฐิตา นิโรเธ เย วิมุจฺจนฺติ เต ชนา มจฺจุหายิโน ฯ กาเยน อมตํ ธาตุํ ผุสฺสยิตฺวา นิรูปธิ อุปธิปฺปฏินิสฺสคฺคํ สจฺฉิกตฺวา อนาสโว เทเสติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อโสกํ วิรชํ ปทนฺติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ จตุตฺถํ ฯ
จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มี พระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย อรูปละเอียดกว่ารูป นิโรธละเอียดกว่าอรูป ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปภพ และสัตว์เหล่าใดดำรงอยู่ใน อรูปภพ สัตว์เหล่านั้นไม่รู้ชัดซึ่งนิโรธเป็นผู้ยังต้องกลับมา สู่ภพใหม่ ส่วนชนเหล่าใด กำหนดรู้รูปภพแล้ว ไม่ดำรงอยู่ ในอรูปภพชนเหล่านั้นย่อมน้อมไปในนิโรธ เป็นผู้ละมัจจุเสีย ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้หาอาสวะมิได้ ถูกต้องอมตธาตุ อันไม่มีอุปธิด้วยนามกายแล้ว กระทำให้แจ้งซึ่งการสละ คืนอุปธิ ย่อมแสดงบทอันไม่มีความโศก ปราศจากธุลี ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. สันตตรสูตร ว่าด้วยนิโรธสงบยิ่งกว่าอรูปธรรม
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย อรูปธรรม สงบยิ่งกว่ารูปธรรม นิโรธ สงบยิ่งกว่าอรูปธรรม”@เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๓ หน้า ๔๐๔ ในเล่มนี้ @ อรูปธรรม ในที่นี้หมายถึงอรูปภพ (ขุ.อิติ.อ. ๗๓/๒๕๒) @ รูปธรรม ในที่นี้หมายถึงรูปภพ (ขุ.อิติ.อ. ๗๓/๒๕๒) @ นิโรธ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.อิติ.อ. ๗๓/๒๕๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๓๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๓. ตติยวรรค ๕. ปุตตสูตร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปภพ และสัตว์เหล่าใดดำรงอยู่ในอรูปภพ สัตว์เหล่านั้นเมื่อยังไม่รู้แจ้งนิโรธ จะต้องกลับมาเกิดอีก ส่วนสัตว์เหล่าใดกำหนดรู้รูปธาตุได้แล้ว ไม่ติดอยู่ในอรูปธาตุ น้อมจิตอยู่ในนิโรธ สัตว์เหล่านั้นย่อมล่วงพ้นมัจจุราชไปได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสัมผัสอมตธาตุที่ไร้อุปธิด้วยนามกาย ทรงรู้แจ้งประจักษ์ถึงเหตุแห่งความสลัดคืนอุปธิ ผู้หาอาสวะมิได้ ทรงแสดงบทที่ไม่มีความเศร้าโศก ปราศจากธุลีไว้ แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลสันตตรสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถารูปสูตร
ในรูปสูตรที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า รูเปหิ ความว่า กว่ารูปาวจรธรรมทั้งหลาย.
บทว่า สนฺตตรา ความว่า สงบดีกว่า ด้วยว่ารูปาวจรธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าสงบแล้ว เพราะข่มกิเลสไว้ได้ เพราะละองค์ที่หยาบมีวิตกเป็นต้นได้ และเพราะมีภูมิมั่นคงแล้ว.
ส่วนอรูปธรรมทั้งหลายมีพฤติกรรมสงบดีกว่ารูปธรรมแม้เหล่านั้น เพราะมีองค์สงบ และเพราะมีอารมณ์สงบ เพราะฉะนั้น อรูปธรรมเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สนฺตตรา (สงบกว่า).
พระนิพพานชื่อว่านิโรธ เพราะว่าผลสมาบัติก็สงบกว่าอรูปฌานที่ ๔ ที่แม้ยังไม่มีความสุขุมเกิด โดยที่ยังมีสังขารเหลืออยู่ เพราะสงบความกระวนกระวายอันเกิดแต่กิเลส และเพราะมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ก็จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมเป็นที่สงบแห่งสังขารทั้งปวง คือพระนิพพาน เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อรูเปหิ นิโรโธ สนฺตตโร (นิโรธสงบกว่าอรูปทั้งหลาย).
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายดังต่อไปนี้.
บทว่า รูปฺปคา แปลว่า ผู้เข้าถึงรูปภพ. จริงอยู่ รูปภพในคาถานี้ พระองค์ตรัสเรียกว่ารูป เหมือนในประโยคมีอาทิว่า ยังมรรคให้เจริญเพื่อเข้าถึงรูป.
บทว่า อรูปฏฺฐานิโย ได้แก่ อรูปาวจรทั้งหลาย.
ด้วยบทว่า นิโรธํ อปฺปชานนฺโต อาคนฺตาโร ปุนพฺภวํ สัตว์เหล่านั้นผู้ไม่รู้ชัดซึ่งนิโรธจะมาสู่ภพใหม่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า นิโรธเป็นธรรมสงบกว่ารูปธรรมและอรูปธรรมทั้งหลายนั่นเอง.
บทว่า อรูเปสุ อสณฺหิตา มีอธิบายว่า ชนเหล่าใดไม่ดำรงอยู่ในอรูปภพทั้งหลาย ด้วยความกำหนัดในอรูป คือกำหนดรู้อยู่ แม้ซึ่งอรูปภพเหล่านั้น
บทว่า เย ในคำว่า นิโรเธ เย วิมุจฺจนฺติ เป็นเพียงนิบาต.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังทั้งนั้น.
จบอรรถกถารูปสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------