อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๙๒

๔. โมหสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๒1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๔. โมหสูตร

ข้อ ๑๙๒

๔ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกนีวรณมฺปิ สมนุปสฺสามิ เยน นีวรเณน นิวุตา ปชา ทีฆรตฺตํ สนฺธาวนฺติ สํสรนฺติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อวิชฺชานีวรณํ อวิชฺชานีวรเณน หิ ภิกฺขเว นิวุตา ปชา ทีฆรตฺตํ สนฺธาวนฺติ สํสรนฺตีติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ นตฺถญฺโญ เอกธมฺโมปิ เยเนวํ นิวุตา ปชา สํสรนฺติ อโหรตฺตํ ยถา โมเหน อาวุฏา เย จ โมหํ ปหนฺตฺวาน ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยุํ น เต ปุน สํสรนฺติ เหตุ เตสํ น วิชฺชตีติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ จตุตฺถํ ฯ

จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้ มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่พิจารณาเห็นแม้นิวรณ์อันหนึ่งอย่างอื่น ซึ่งเป็นเหตุให้หมู่สัตว์ถูกนิวรณ์หุ้มห่อแล้วแล่นไป ท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนาน เหมือนนิวรณ์คือ อวิชชานี้เลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย หมู่สัตว์ผู้ถูกนิวรณ์ คือ อวิชชาหุ้มห่อแล้วย่อมแล่นไป ท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนาน ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้หมู่สัตว์ถูกธรรมนั้น หุ้มห่อแล้ว ท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนาน เหมือนหมู่สัตว์ผู้ ถูกโมหะหุ้มห่อแล้ว ไม่มีเลย ส่วนพระอริยสาวกเหล่าใดละ โมหะแล้ว ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว พระอริยสาวก เหล่านั้นย่อมไม่ท่องเที่ยวไปอีก เพราะอวิชชาอันเป็นต้นเหตุ (แห่งสงสาร) ย่อมไม่มีแก่พระอริยสาวกเหล่านั้น ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๔

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๑. เอกกนิบาต] ๒. ทุติยวรรค ๔. อวิชชานีวรณสูตร ๔. อวิชชานีวรณสูตร ว่าด้วยธรรมเครื่องกางกั้นคืออวิชชา

ข้อ ๑๔

แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นธรรมเครื่องกางกั้นอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เป็นเหตุให้หมู่สัตว์ซึ่งถูกธรรมเครื่องกางกั้นปิดบังแล้ว ต้องแล่นไป ท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนานเหมือนธรรมเครื่องกางกั้นคืออวิชชานี้เลย ภิกษุทั้งหลาย หมู่สัตว์ที่ถูกธรรมเครื่องกางกั้นคืออวิชชาปิดบังแล้ว ต้องแล่นไป ท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนาน” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ไม่มีธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้หมู่สัตว์ ซึ่งถูกปิดบังแล้ว ต้องแล่นไป ท่องเที่ยวไปตลอดวันและคืน เหมือนถูกโมหะปิดกั้นเลย ส่วนอริยสาวกทั้งหลาย ละโมหะได้ ทำลายกองแห่งความมืด ได้ ย่อมไม่ท่องเที่ยวไปอีก เพราะท่านเหล่านั้นไม่มีอวิชชาเป็นเหตุ แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลอวิชชานีวรณสูตรที่ ๔ จบ @เชิงอรรถ : @ กองแห่งความมืด ในที่นี้หมายถึงโมหะ (ความหลง) (ขุ.อิติ.อ. ๑๔/๖๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๕๘}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาโมหสูตร

ในโมหสูตรที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

น อักษรในบทเป็นต้นว่า นาหํ ภิกฺขเว มีอรรถปฏิเสธ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอ้างถึงพระองค์ว่า อหํ.

บทว่า อญฺญํ ได้แก่ ธรรมอื่นจากนิวรณ์ คืออวิชชาที่จะต้องกล่าวในบัดนี้.

บทว่า เอกนีวรณมฺปิ ได้แก่ ธรรมป้องกันไม่ให้บรรลุความดีอย่างหนึ่ง.

บทว่า สมนุปสฺสามิ ได้แก่ สมนุปัสสนา (การพิจารณาเห็น) ๒ อย่าง คือทิฏฐิสมนุปัสสนา (การพิจารณาเห็นด้วยทิฏฐิ) ๑ ญาณสมนุปัสสนา (การพิจารณาเห็นด้วยญาณ) ๑.

ในสมนุปัสสนา ๒ อย่างนั้น การพิจารณาเห็นที่มาโดยบาลี มีอาทิว่า รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ พิจารณาเห็นรูปโดยความเป็นตัวตน นี้ชื่อทิฏฐิสมนุปัสสนา. ส่วนสมนุปัสสนาที่มาโดยบาลี มีอาทิว่า อนิจฺจโต สมนุปสฺสติ โน นิจฺจโตพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่พิจารณาเห็นโดยความเป็นของเที่ยง นี้ชื่อว่าญาณสมนุปัสสนา. ในพระสูตรท่านประสงค์เอาญาณสมนุปัสสนาอย่างเดียว.

____________________________

องฺ. จตุกฺก. เล่ม ๒๑/ข้อ ๒๐๐ ขุ. ปฏิ. เล่ม ๓๑/ข้อ ๓๑๒

ขุ. ปฏิ. เล่ม ๓๑/ข้อ ๑๑๒

บทว่า สมนุปสฺสามิ เชื่อมด้วย น อักษร ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราแม้ตรวจตราดูธรรมทั้งปวง ด้วยสมันตจักษุ (จักษุรอบคอบ) อันได้แก่สัพพัญญุตญาณ ดุจมะขามป้อมในมือ ก็ยังไม่เห็นแม้นิวรณ์อันหนึ่งอย่างอื่น.

บทว่า เยน นีวรเณน นิวุตา ปชา ทีฆรตฺตํ สนฺธาวนฺติ สํสรนฺติ แปลว่า หมู่สัตว์ถูกนิวรณ์หุ้มห่อแล้วแล่นไป ท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนาน. ความว่า สัตว์ทั้งหลายถูกนิวรณ์ครอบงำ ปกคลุมหุ้มห่อให้มืดมัว ไม่ให้เพื่อจะรู้ เพื่อจะเห็น เพื่อแทงตลอดสภาวธรรมทั้งหลาย เพราะสภาวธรรมถูกปกปิด ย่อมแล่นไปย่อมท่องเที่ยวไปในสงสารอันหาเบื้องต้นมิได้ และในภพใหญ่น้อยตลอดกัปอันกำหนดไม่ได้ โดยประการทั้งปวงด้วยการเกิดแล้วเกิดอีก. การแล่นไป คือการก้าวไปในระหว่างอารมณ์ การแล่นไป คือการก้าวไปในระหว่างภพ. หรือว่า การแล่นไปด้วยกิเลสมีกำลังแรง การแล่นไปด้วยกิเลสมีกำลังอ่อน หรือว่าการแล่นไปในชาติหนึ่ง คือตายไปชั่วขณะ การแล่นไปในหลายๆ ชาติ คือตายตามคำพูด หรือการแล่นไปด้วยจิต ดังที่ท่านกล่าวว่า จิตของเขาย่อมแล่นไป การท่องเที่ยวไปด้วยกรรม พึงทราบความต่างกันของการแล่นไปและการท่องเที่ยวไป ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า ยถยิทํ ตัดบทเป็น ยถาอิทํ ย อักษรเป็นบทสนธิ ทำเป็นรัสสะ ด้วยวิธีสนธิ.

ในบทว่า อวิชฺชานีวรณํ นี้ พึงทราบความดังต่อไปนี้

กายทุจริตเป็นต้น ชื่อว่าไม่ควรรู้ โดยอรรถว่าไม่ควรบำเพ็ญ. อธิบายว่า ไม่ควรได้. ชื่อว่าอวิชฺชา เพราะอรรถว่ารู้สิ่งไม่ควรรู้นั้น โดยตรงกันข้าม กายสุจริตเป็นต้น ชื่อว่าเป็นสิ่งควรรู้ ชื่อว่าอวิชชา เพราะอรรถว่าไม่รู้สิ่งควรรู้นั้น

ท่านกล่าวถึงกองขันธ์ทั้งหลาย เครื่องติดต่ออายตนะทั้งหลาย ความสูญของธาตุทั้งหลาย ความเป็นใหญ่ของอินทรีย์ทั้งหลาย ความเป็นจริงของสัจจะทั้งหลาย ด้วยการบีบคั้นของทุกข์เป็นต้น ชื่อว่าอวิชชา เพราะอรรถว่าไม่รู้เนื้อความ ๔ อย่างนั้น. หรือว่า ชื่อว่าอวิชชา เพราะอรรถว่ายังเหล่าสัตว์ให้แล่นไปในสงสารอันไม่มีที่สุด. หรือว่าโดยปรมัตถ์ชื่อว่าอวิชชา เพราะอรรถว่าย่อมแล่นไป คือย่อมเป็นไปในอวิชชมานบัญญัติทั้งหลายมีสตรีและบุรุษเป็นต้น ย่อมไม่แล่นไป คือย่อมไม่เป็นไปในวิชชมานบัญญัติทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้น อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอวิชชา เพราะปกปิดวัตถุและอารมณ์มีจักขุวิญญาณเป็นต้น และธรรมคือปฏิจจสมุปบาท นิวรณ์คืออวิชชา ชื่อว่าอวิชชานิวรณ์

บทว่า อวิชฺชานีวรเณน หิ ภิกฺขเว นิวุตา ปชา ทีฆรตฺตํ สนฺธาวนฺติ สํสรนฺติ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเพื่อทำความในก่อนให้หนักแน่นนั่นเอง หรือบทก่อนว่า ยถยิทํ ภิกฺขเว อวิชฺชานีวรณํ แปลว่า เหมือนนิวรณ์คืออวิชชา นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเพื่อให้แสดงข้ออุปมาอย่างนี้ บทนี้ตรัสเพื่อแสดงอานุภาพของนิวรณ์.

ถามว่า ก็เพราะเหตุไร ในสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอวิชชาเท่านั้น ไม่ตรัสถึงธรรมเหล่าอื่นด้วย.

ตอบว่า เพราะอวิชชาเป็นวิเสสปัจจัยแห่งกามฉันทะเป็นต้น ด้วยการปกปิดโทษ. จริงดังนั้น กามฉันทะเป็นต้น ย่อมเป็นไปในอาการของโทษที่ถูกอวิชชานั้นปกปิดไว้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคาถามีอาทิว่า นตฺถญฺโญ ดังนี้ ด้วยรวบรวมความที่ตรัสแล้วและที่ยังไม่ได้ตรัส ในบทเหล่านั้น บทว่า นิวุตา ได้แก่ ปกคลุม หุ้มห่อ ปิดบังไว้.

บทว่า อโหรตฺตํ แปลว่า ทั้งกลางวันกลางคืน. อธิบายว่า ตลอดเวลา.

บทว่า ยถา โมเหน อาวุตา ความว่า โดยประการที่หมู่สัตว์ถูกโมหะคืออวิชชานิวรณ์หุ้มห่อปกปิดไว้ ไม่รู้แม้ธรรมที่ควรรู้ด้วยดี ย่อมท่องเที่ยวไปในสงสาร.

พึงประกอบเนื้อความว่า ธรรมอย่างหนึ่งอื่น เห็นปานนั้นก็ดี นิวรณ์อย่างหนึ่งก็ดี ย่อมไม่มี.

บทว่า เย จ โมหํ ปหนฺตฺวาน ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยุํ แปลว่า พระอริยสาวกเหล่าใดละโมหะแล้ว ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว ความว่า ก็พระอริยสาวกเหล่าใดละโมหะ อันมรรคนั้นๆ พึงฆ่า ด้วยมรรคเบื้องต่ำ ด้วยตทังคปหานเป็นต้น ในส่วนเบื้องต้น แล้วทำลายกองแห่งความมืด อันได้แก่โมหะนั่นเอง ด้วยญาณเปรียบด้วยเพชร อันเป็นญาณชั้นเลิศ คือตัดขาดโดยไม่ให้มีส่วนเหลือ.

บทว่า น เต ปุน สํสรนฺติ ความว่า พระอริยสาวกคือพระอรหันต์เหล่านั้น ย่อมไม่ท่องเที่ยวไป คือไม่หันกลับไปในสงสารนี้ ที่ท่านกล่าวว่า

ขนฺธานํ ปฏิปาฏิ ธาตุ อายตนา น จ อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา สํสาโรติ ปวุจฺจติ ลำดับแห่งขันธ์ ธาตุ อายตนะ ยังเป็นไป ไม่ขาดสาย ท่านเรียกว่าสงสาร ถามว่า เพราะเหตุไร

ตอบว่า เพราะอวิชชาอันเป็นต้นเหตุ คือเป็นมูลเหตุแห่งสงสาร ย่อมไม่มีแก่พระอริยสาวกเหล่านั้น เพราะตัดขาดแล้วโดยประการทั้งปวง ดังนี้.

จบอรรถกถาโมหสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา