Scripture · พระสุตตันตปิฎก · Other items in this volumeเล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
Front matter of the printed edition
๑๑ มฏฺฐกุณฺฑลิชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก คนร้องไห้ถึงคนตายเป็นคนโง่เขลา
อลงฺกโต มฏฺฐกุณฺฑลี มาลธารี หริจนฺทนุสฺสโท พาหา ปคฺคยฺห กนฺทสิ วนมชฺเฌ กึ ทุกฺขิโต ตุวํ ฯ
ท่านประดับแล้วด้วยอาภรณ์ต่างๆ มีต่างหูเกลี้ยงเกลา ทัดทรงระเบียบ ดอกไม้ ลูบไล้กระแจะจันทน์สีเหลือง ท่านมีทุกข์อะไรหรือ จึงมากอด อกคร่ำครวญอยู่ในกลางป่า?
โสวณฺณมโย ปภสฺสโร อุปฺปนฺโน รถปญฺชโร มม ตสฺส จกฺกยุคํ น วินฺทามิ เตน ทุกฺเขน ชหามิ ชีวิตํ ฯ
เรือนรถงามแพรวพราวแล้วไปด้วยทองคำ ของเรามีอยู่แล้ว เราหาล้อ ทั้งสองของรถนั้นยังไม่ได้ ด้วยความทุกข์อันนี้ เราจะตายเป็นแน่ๆ.
โสวณฺณมยํ มณิมยํ โลหมยํ อถ รูปิยมยํ ปาวท รถํ กริสฺสามิ เต จกฺกยุคํ ปฏิลาภยามิ ตํ ฯ
ท่านต้องการรถชนิดไร รถทำด้วยทองคำ แก้วมณี โลหะ หรือรูปิยะ จงบอกรถชนิดนั้นแก่เราเถิด เราจักทำให้ท่าน จะหาล้อทั้งคู่ให้ท่าน?
อถ มาณโว ตสฺส ปาวทิ จนฺทิมสุริยา อุภยตฺถ ภาตโร โสวณฺณมโย รโถ มม เตน จกฺกยุเคน โสภติ ฯ
ลำดับนั้น มาณพจึงบอกแก่พราหมณ์นั้นว่า พระจันทร์และพระอาทิตย์ ย่อมงามผ่องใสอยู่ในวิถีทั้งสอง รถทองของเราย่อมจะงามด้วยพระจันทร์ และพระอาทิตย์นั้น อันเป็นล้อทั้งคู่.
พาโล โข ตฺวํสิ มาณว โย ตฺวํ ปตฺถยสิ อปตฺถยํ มญฺญามิ ตุวํ มริสฺสสิ น หิ ตฺวํ ลจฺฉสิ จนฺทสุริเย ฯ
ดูกรมาณพ ท่านเป็นคนพาลแท้ เพราะท่านปรารถนาสิ่งที่เขาไม่พึง ปรารถนากัน เราสำคัญว่าท่านจักตายเสียเปล่า ท่านจักไม่ได้พระจันทร์ พระอาทิตย์เลย.
คมนาคมนมฺปิ ทิสฺสติ วณฺณธาตุ อุภเยตฺถ วีถิโย เปโต ปน เนว ทิสฺสติ โก นุ โข กนฺทตํ พาลฺยตโร ฯ
แม้ความอุทัยและอัสดงของพระจันทร์และพระอาทิตย์นั้น ก็ยังปรากฏ อยู่ สีสรรวรรณะ และวิถีทางของพระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสอง ก็ ยังปรากฏอยู่ ส่วนบุคคลผู้ล่วงลับไปแล้ว ย่อมไม่ปรากฏเลย เราทั้งสอง ผู้คร่ำครวญอยู่ ใครเล่าหนอจะเป็นคนโง่เขลายิ่งกว่ากัน?
สจฺจํ โข วเทสิ มาณว อหเมว กนฺทตํ พาลฺยตโร จนฺทํ วิย ทารโก รุทํ เปตํ กาลกตํภิปตฺถเย ฯ
ดูกรมาณพ ท่านพูดจริง บรรดาเราทั้งสองผู้คร่ำครวญอยู่ เรานี่แหละ คนโง่เขลายิ่งกว่าท่าน เราปรารถนาผู้ตายไปยังปรโลกแล้ว เหมือนเด็ก ร้องไห้อยากได้พระจันทร์ฉะนั้น.
อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ วารินา วิย โอสิญฺจิ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ ฯ
ท่านมารดาเราผู้เร่าร้อนให้สงบระงับ ดับความกระวนกระวายทั้งปวงได้ เหมือนบุคคลดับไฟ ที่ติดเปรียงด้วยน้ำฉะนั้น.
อพฺพุหิ วต เม สลฺลํ ยมาสิ หทยสฺสิตํ โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ ฯ
ท่านได้ถอนลูกศรที่เสียบแทงหทัยของเรา ออกไปแล้ว ได้บรรเทาความ โศกถึงบุตรของเรา ผู้ถูกความโศกครอบงำแล้วหนอ.
โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน มาณวาติ ฯ มฏฺฐกุณฺฑลิชาตกํ เอกาทสมํ ฯ ---------
ดูกรมาณพ เราเป็นผู้ถอนลูกศรได้แล้ว ปราศจากความโศก ไม่มีความ ขุ่นมัว เราจะไม่เศร้าโศก จะไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังถ้อยคำของท่าน. จบ มัฏฐกุณฑลิชาดกที่ ๑๑.