This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

Other items in this volume

๑. อปัณณกชาดก๒. วัณณุปถชาดก๓. เสรีววาณิชชาดก๔. จุลลกเศรษฐีชาดก๕. ตัณฑุลนาฬิชาดก๖. เทวธรรมชาดก๗. กัฏฐหาริชาดก๘. คามนิชาดก๙. มฆเทวชาดก๑๐. สุขวิหาริชาดก๑. ลักขณชาดก๒. นิโครธมิคชาดก๓. กัณฑินชาดก๔. วาตมิคชาดก๕. ขราทิยชาดก๖. ติปัลลัตถมิคชาดก๗. มาลุตชาดก๘. มตกภัตตชาดก๙. อายาจิตภัตตชาดก๑๐. นฬปานชาดก๑. กุรุงคมิคชาดก๒. กุกกุรชาดก๓. โภชาชานียชาดก๔. อาชัญญชาดก๕. ติตถชาดก๖. มหิฬามุขชาดก๗. อภิณหชาดก๘. นันทิวิสาลชาดก๙. กัณหชาดก๑๐. มุณิกชาดก๑. กุลาวกชาดก๒. นัจจชาดก๓. สัมโมทมานชาดก๔. มัจฉชาดก๕. วัฏฏกชาดก๖. สกุณชาดก๗. ติตติรชาดก๘. พกชาดก๙. นันทชาดก๑๐. ขทิรังคารชาดก๑. โลสกชาดก๒. กโปตกชาดก๓. เวฬุกชาดก๔. มกสชาดก๕. โรหิณีชาดก๖. อารามทูสกชาดก๗. วารุณิทูสกชาดก๘. เวทัพพชาดก๙. นักขัตตชาดก๑๐. ทุมเมธชาดก๑. มหาสีลวชาดก๒. จูฬชนกชาดก๓. ปุณณปาติชาดก๔. ผลชาดก๕. ปัญจาวุธชาดก๖. กัญจนขันธชาดก๗. วานรินทชาดก๘. ตโยธรรมชาดก๙. เภริวาทชาดก๑๐. สังขธมนชาดก๑. อาสาตมันตชาดก๒. อัณฑภูตชาดก๓. ตักกชาดก๔. ทุราชานชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. มุทุลักขณชาดก๗. อุจฉังคชาดก๘. สาเกตชาดก๙. วิสวันตชาดก๑๐. กุททาลชาดก๑. วรุณชาดก๒. สีลวนาคชาดก๓. สัจจังกิรชาดก๔. รุกขธรรมชาดก๕. มัจฉชาดก๖. อสังกิยชาดก๗. มหาสุบินชาดก๘. อิลลีสชาดก๙. ขรัสสรชาดก๑๐. ภีมเสนชาดก๑. สุราปานชาดก๒. มิตตวินทชาดก๓. กาฬกัณณิชาดก๔. อัตถัสสทวารชาดก๕. กิมปักกชาดก๖. สีลวีมังสนชาดก๗. มังคลชาดก๘. สรัมภชาดก๙. กุหกชาดก๑๐. อกตัญญูชาดก๑. ลิตตชาดก๒. มหาสารชาดก๓. วิสสาสโภชนชาดก๔. โลมหังสชาดก๕. มหาสุทัสสนชาดก๖. เตลปัตตชาดก๗. นามสิทธิชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ปโรสหัสสชาดก๑๐. อสาตรูปชาดก๑. ปโรสตชาดก๒. ปัณณิกชาดก๓. เวริชาดก๔. มิตตวินทชาดก๕. ทุพพลกัฏฐชาดก๖. อุทัญจนีชาดก๗. สาลิตตกชาดก๘. พาหิยชาดก๙. กุณฑกปูวชาดก๑๐. สัพพสังหารกปัญหา๑. คัทรภปัญหา๒. อมราเทวีปัญหา๓. สิคาลชาดก๔. มิตจินติชาดก๕. อนุสาสิกชาดก๖. ทุพพจชาดก๗. ติตติรชาดก๘. วัฏฏกชาดก๙. อกาลราวิชาดก๑๐. พันธนโมกขชาดก๑. กุสนาฬิชาดก๒. ทุมเมธชาดก๓. นังคลีสชาดก๔. อัมพชาดก๕. กฏาหกชาดก๖. อสิลักขณชาดก๗. กลัณฑุกชาดก๘. มูสิกชาดก๙. อัคคิกชาดก๑๐. โกสิยชาดก๑. อสัมปทานชาดก๒. ปัญจภีรุกชาดก๓. ฆตาสนชาดก๔. ฌานโสธนชาดก๕. จันทาภชาดก๖. สุวรรณหังสชาดก๗. พัพพุชาดก๘. โคธชาดก๙. อุภโตภัฏฐชาดก๑๐. กากชาดก๑. โคธชาดก๒. สิคาลชาดก๓. วิโรจนชาดก๔. นังคุฏฐชาดก๕. ราธชาดก๖. กากชาดก๗. บุปผรัตตชาดก๘. สิคาลชาดก๙. เอกปัณณชาดก๑๐. สัญชีวชาดก๑. ราโชวาทชาดก๒. สิคาลชาดก๓. สูกรชาดก๔. อุรคชาดก๕. ภัคคชาดก๖. อลีนจิตตชาดก๗. คุณชาดก๘. สุหนุชาดก๙. โมรชาดก๑๐. วินีลกชาดก๑. อินทสมานโคตตชาดก๒. สันถวชาดก๓. สุสีมชาดก๔. คิชฌชาดก๕. นกุลชาดก๖. อุปสาฬหกชาดก๗. สมิทธิชาดก๘. สกุณัคฆิชาดก๙. อรกชาดก๑๐. กกัณฏกชาดก๑. กัลยาณธรรมชาดก๒. ทัททรชาดก๓. มักกฏชาดก๔. ทุพภิยมักกฏชาดก๕. อาทิจจุปัฏฐานชาดก๖. กฬายมุฏฐิชาดก๗. ตินทุกชาดก๘. กัจฉปชาดก๙. สตธรรมชาดก๑๐. ทุทททชาดก๑. อสทิสชาดก๒. สังคามาวจรชาดก๓. วาโลทกชาดก๔. คิริทัตตชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. ทธิวาหนชาดก๗. จตุมัฏฐชาดก๘. สีหโกตถุกชาดก๙. สีหจัมมชาดก๑๐. สีลานิสังสชาดก๑. รุหกชาดก๒. สิริกาฬกัณณิชาดก๓. จุลลปทุมชาดก๔. มณิโจรชาดก๕. ปัพพตูปัตถรชาดก๖. วลาหกัสสชาดก๗. มิตตามิตตชาดก๘. ราธชาดก๙. คหปติชาดก๑๐. สาธุสีลชาดก๑. พันธนาคารชาดก๒. เกฬิสีลชาดก๓. ขันธปริตตชาดก๔. วีรกชาดก๕. คังเคยยชาดก๖. กุรุงคมิคชาดก๗. อัสสกชาดก๘. สุงสุมารชาดก๙. กักกรชาดก๑๐. กันทคลกชาดก๑. โสมทัตตชาดก๒. อุจฉิฏฐภัตตชาดก๓. ภรุราชชาดก๔. ปุณณนทีชาดก๕. กัจฉปชาดก๖. มัจฉชาดก๗. เสคคุชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ครหิตชาดก๑๐. ธัมมัทธชชาดก๑. กาสาวชาดก๒. จุลลนันทิยชาดก๓. ปุฏภัตตชาดก๔. กุมภีลชาดก๕. ขันติวรรณนชาดก๖. โกสิยชาดก๗. คูถปาณกชาดก๘. กามนีตชาดก๙. ปลายิชาดก๑๐. ทุติยปลายิชาดก๑. อุปาหนชาดก๒. วีณาถูณชาดก๓. วิกัณณกชาดก๔. อสิตาภุชาดก๕. วัจฉนขชาดก๖. พกชาดก๗. สาเกตชาดก๘. เอกปทชาดก๙. หริตมาตชาดก๑๐. มหาปิงคลชาดก๑. สัพพทาฐิชาดก๒. สุนขชาดก๓. คุตติลชาดก๔. วิคติจฉชาดก๕. มูลปริยายชาดก๖. พาโลวาทชาดก๗. ปาทัญชลิชาดก๘. กิงสุโกปมชาดก๙. สาลกชาดก๑๐. กปิชาดก๑. สังกัปปราคชาดก๒. ติลมุฏฐิชาดก๓. มณิกัณฐชาดก๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก๕. สุกชาดก๖. ชรูทปานชาดก๗. คามณิจันทชาดก๘. มันธาตุราชชาดก๙. ติรีติวัจฉชาดก๑๐. ทูตชาดก๑. ปทุมชาดก๒. มุทุปาณิชาดก๓. จุลลปโลภนชาดก๔. มหาปนาทชาดก๕. ขุรัปปชาดก๖. วาตัคคสินธวชาดก๗. สุวรรณกักกฏกชาดก๘. อารามทูสกชาดก๙. สุชาตาชาดก๑๐. อุลูกชาดก๑. อุทปานทูสกชาดก๒. พยัคฆชาดก๓. กัจฉปชาดก๔. โลลชาดก๕. รุจิรชาดก๖. กุรุธรรมชาดก๗. โรมชาดก๘. มหิสชาดก๙. สตปัตตชาดก๑๐. ปูฏทูสกชาดก๑. อัพภันตรชาดก๒. เสยยชาดก๓. วัฑฒกีสูกรชาดก๔. สิริชาดก๕. มณิสูกรชาดก๖. สาลุกชาดก๗. ลาภครหิกชาดก๘. มัจฉทานชาดก๙. นานาฉันทชาดก๑๐. สีลวีมังสชาดก๑. ภัทรฆฏเภทกชาดก๒. สุปัตตชาดก๓. กายนิพพินทชาดก๔. ชัมพุขาทกชาดก๕. อันตชาดก๖. สมุททชาดก๗. กามวิลาปชาดก๘. อุทุมพรชาดก๙. โกมาริยปุตตชาดก๑๐. พกชาดก๑. จุลลกาลิงคชาดก๒. มหาอัสสาโรหชาดก๓. เอกราชชาดก๔. ทัททรชาดก๕. สีลวีมังสชาดก๖. สุชาตาชาดก๗. ปลาสชาดก๘. ชวสกุณชาดก๙. ฉวชาดก๑๐. สัยหชาดก๑. ปุจิมันทชาดก๒. กัสสปมันทิยชาดก๓. ขันติวาทิชาดก๔. โลหกุมภิชาดก๕. มังสชาดก๖. สสปัณฑิตชาดก๗. มตโรทนชาดก๘. กณเวรชาดก๙. ติตติรชาดก๑๐. สุจจชชาดก๑. กุฏิทูสกชาดก๒. ทุททุภายชาดก๓. พรหมทัตตชาดก๔. จัมมสาฏกชาดก๕. โคธชาดก๖. กักการุชาดก๗. กากาติชาดก๘. อนนุโสจิยชาดก๙. กาฬพาหุชาดก๑๐. สีลวีมังสชาดก๑. โกกาลิกชาดก๒. รถลัฏฐิชาดก๓. โคธชาดก๔. ราโชวาทชาดก๕. ชัมพุกชาดก๖. พรหาฉัตตชาดก๗. ปีฐชาดก๘. ถุสชาดก๙. พาเวรุชาดก๑๐. วิสัยหชาดก๑. กุณฑลิกชาดก๒. วานรชาดก๓. กุนตินีชาดก๔. อัมพชาดก๕. คชกุมภชาดก๖. เกสวชาดก๗. อยกูฏชาดก๘. อรัญญชาดก๙. สันธิเภทชาดก๑๐. เทวตาปัญหาชาดก๑. มณิกุณฑลชาดก๒. สุชาตชาดก๓. เวนสาขชาดก๔. อุรคชาดก๕. ธังกชาดก๖. การันทิยชาดก๗. ลฏุกิกชาดก๘. จุลลธรรมปาลชาดก๙. สุวรรณมิคชาดก๑๐. สุสันธีชาดก๑. วรรณาโรหชาดก๒. สีลวีมังสชาดก๓. หิริชาดก๔. ขัชโชปนกชาดก๕. อหิตุณฑิกชาดก๖. คุมพิยชาดก๗. สาลิยชาดก๘. ตจสารชาดก๙. มิตตวินทุกชาดก๑๐. ปลาสชาดก๑. ทีฆีติโกสลชาดก๒. มิคโปตกชาดก๓. มูสิกชาดก๔. จุลลธนุคคหชาดก๕. กโปตกชาดก๑. อาวาริยชาดก๒. เสตเกตุชาดก๓. ทรีมุขชาดก๔. เนรุชาดก๕. อาสังกชาดก๖. มิคาโลปชาดก๗. สิริกาฬกัณณิชาดก๘. กุกกุฏชาดก๙. ธัมมัทธชชาดก๑๐. นันทิยมิคราชชาดก๑. ขุรปุตตชาดก๒. สูจิชาดก๓. ตุณฑิลชาดก๔. สุวรรณกักกฏกชาดก๕. มัยหสกุณชาดก๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก๗. อุปสิงฆปุปผกชาดก๘. วิฆาสาทชาดก๙. วัฏฏกชาดก๑๐. มณิชาดก๑. กุกกุชาดก๒. มโนชชาดก๓. สุตนชาดก๔. มาตุโปสกคิชฌชาดก๕. ทัพพปุปผกชาดก๖. ทสรรณกชาดก๗. เสนกชาดก๘. อัฏฐิเสนชาดก๙. กปิชาดก๑๐. พกพรหมชาดก๑. คันธารชาดก๒. มหากปิชาดก๓. กุมภการชาดก๔. ทัฬหธรรมชาดก๕. โสมทัตตชาดก๖. สุสีมชาดก๗. โกฏสิมพลิชาดก๘. ธูมการีชาดก๙. ชาครชาดก๑๐. กุมมาสปิณฑชาดก๑๑. ปรันตปชาดก๑. กัจจานิชาดก๒. อัฏฐสัททชาดก๓. สุลสาชาดก๔. สุมังคลชาดก๕. คังคมาลชาดก๖. เจติยราชชาดก๗. อินทริยชาดก๘. อาทิตตชาดก๙. อัฏฐานชาดก๑๐. ทีปิชาดก๑. คิชฌชาดก๒. โกสัมพิยชาดก๓. มหาสุวราชชาดก๔. จุลลสุวกราชชาดก๕. หริตจชาดก๖. ปทกุศลมาณวชาดก๗. โลมสกัสสปชาดก๘. จักกวากชาดก๙. หลิททราคชาดก๑๐. สมุคคชาดก๑๑. ปูติมังสชาดก๑๒. ทัททรชาดก๑. จตุทวารชาดก๒. กัณหชาดก๓. จตุโปสถชาดก๔. สังขชาดก๕. จุลลโพธิชาดก๖. มัณฑัพยชาดก๗. นิโครธชาดก๘. ตักกลชาดก๙. มหาธรรมปาลชาดก๑๐. กุกกุฏชาดก๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก๑๒. พิลารโกสิยชาดก๑๓. จักกวากชาดก๑๔. ภูริปัญหาชาดก๑๕. มหามังคลชาดก๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก๑. มาตุโปสกชาดก๒. ชุณหชาดก๓. ธรรมเทวปุตตชาดก๔. อุทยชาดก๕. ปานียชาดก๖. ยุธัญชยชาดก๗. ทสรถชาดก๘. สังวรชาดก๙. สุปปารกชาดก๑. จุลลกุณาลชาดก๒. ภัททสาลชาดก๓. สมุททวาณิชชาดก๔. กามชาดก๕. ชนสันธชาดก๖. มหากัณหชาดก๗. โกสิยชาดก๘. เมณฑกปัญหาชาดก๙. มหาปทุมชาดก๑๐. มิตตามิตตชาดก๑. อัมพชาดก๒. ผันทนชาดก๓. ชวนหังสชาดก๔. จุลลนารทกัสสปชาดก๕. ทูตชาดก๖. กาลิงคโพธิชาดก๗. อกิตติชาดก๘. ตักการิยชาดก๙. รุรุมิคชาดก๑๐. สรภชาดก๑. สาลิเกทารชาดก๒. จันทกินนรชาดก๓. มหาอุกกุสชาดก๔. อุททาลกชาดก๕. ภิสชาดก๖. สุรุจิชาดก๗. ปัญจุโปสถิกชาดก๘. มหาโมรชาดก๙. ตัจฉกสูกรชาดก๑๐. มหาวาณิชชาดก๑๑. สาธินราชชาดก๑๒. ทสพราหมณชาดก๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก๑. มาตังคชาดก๒. จิตตสัมภูตชาดก๓. สีวิราชชาดก๔. ศิริมันทชาดก๕. โรหนมิคชาดก๖. หังสชาดก๗. สัตติคุมพชาดก๘. ภัลลาติยชาดก๙. โสมนัสสชาดก๑๐. จัมเปยยชาดก๑๑. มหาปโลภนชาดก๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก๑๓. หัตถิปาลชาดก๑๔. อโยฆรชาดก๑. กิงฉันทชาดก๒. กุมภชาดก๓. ชัยทิศชาดก๔. ฉัททันตชาดก๕. สัมภวชาดก๖. มหากปิชาดก๗. ทกรักขสชาดก๘. ปัณฑรกชาดก๙. สัมพุลาชาดก๑๐. ภัณฑุติณฑุกชาดก๑. เตสกุณชาดก๒. สรภังคชาดก๓. อลัมพุสาชาดก๔. สังขปาลชาดก๕. จุลลสุตโสมชาดก

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๙. สัมพุลาชาดก

ข้อ ๒๔๐๖–๒๔๑๘พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑13 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

๙ สมฺพุลาชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. สัมพุลาชาดก ว่าด้วยความซื่อสัตย์ของนางสัมพุลา

Item ๒๔๐๖

กา เวธมานา คิริกนฺทรายํ เอกา ตุวํ ติฏฺฐสิ สญฺจิตูรุ ปุฏฺฐาสิ เม ปาณิปเมยฺยมชฺเฌ อกฺขาหิ เม นามญฺจ พนฺธเว จ ฯ โอภาสยํ วนํ รมฺมํ สีหพฺยคฺฆนิเสวิตํ กา วา ตฺวมสิ กลฺยาณี กสฺส วา ตฺวํ สุมชฺฌิเม อภิวาเทมิ ตํ ภทฺเท ทานวาหํ นมตฺถุ เต ฯ

ดูกรนางผู้มีลำขาอันอวบอิ่ม เธอเป็นใครมายืนสั่นอยู่ผู้เดียวที่ลำธารเขา ดูกรนางผู้มีกลางตัวอันน่าลูบคลำด้วยฝ่ามือ เราถามท่านแล้ว จงบอกชื่อ และเผ่าพันธุ์แก่เรา. ดูกรนางผู้มีเอวอันกลมกลึง ท่านเป็นใคร หรือว่า เป็นลูกเมียของใคร เป็นผู้งดงามทำให้ป่าน่ารื่นรมย์ เป็นที่อยู่อาศัยแห่ง สีหะและเสือโคร่ง สว่างไสวอยู่ ดูกรนางผู้เจริญ เราคืออสูรตนหนึ่ง ขอไหว้ท่าน ขอความนอบน้อมจงมีแก่ท่าน.

Item ๒๔๐๗

โย ปุตฺโต กาสิราชสฺส โสตฺถิเสโนติ ตํ วิทู ตสฺสาหํ สมฺพุลา ภริยา เอวํ ชานาหิ ทานว อภิวาเทมิ ภทฺทนฺเต สมฺพุลาหํ นมตฺถุ เต ฯ เวเทหปุตฺโต ภทฺทนฺเต วเน วสติ อาตุโร ตมหํ โรคสมฺมตฺตํ เอกา เอกํ อุปฏฺฐหํ ฯ อหญฺจ วนมุญฺฉาย มธุมํสํ มิคาพิลํ ยทาหรามิ ตํภกฺโข ตสฺส นูนชฺช นาธติ ฯ

คนทั้งหลายรู้จักโอรสของพระเจ้ากาสีว่า มีนามโสตถิเสนกุมาร เราชื่อ สัมพุลาเป็นชายาของโสตถิเสนกุมารนั้น ข้าแต่อสูร ท่านจงรู้อย่างนี้ ดูกรท่านผู้เจริญ เราชื่อสัมพุลาขอไหว้ท่าน ขอความนอบน้อมจงมีแก่ท่าน ดูกรท่านผู้เจริญ พระโอรสของพระเจ้าวิเทหราชเดือดร้อนอยู่ในป่า เรามา พยาบาลเธอผู้ถูกโรคเบียดเบียนอยู่ตัวต่อตัว เราเที่ยวแสวงหารวงผึ้งและ เนื้อมฤค เราหาอาหารอย่างใดไป พระสวามีของเราก็ได้เสวยอาหาร อย่างนั้น วันนี้ เธอคงจะหิวเป็นแน่.

Item ๒๔๐๘

กึ วเน ราชปุตฺเตน อาตุเรน กริสฺสสิ สมฺพุเล ปริจิณฺเณน อหํ ภตฺตา ภวามิ เต ฯ โสกฏฺฏาย ทุรตฺตาย กึ รูปํ วิชฺชเต มม อญฺญํ ปริเยส ภทฺทนฺเต อภิรูปตรํ มยา ฯ เอหิมํ คิริมารุยฺห ภริยา มยฺหํ จตุสฺสตา ตาสํ ตฺวํ ปวรา โหติ สพฺพกามสมิทฺธินี ฯ นนุ ตารกวณฺณาเภ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ สพฺพนฺตํ ปจุรํ มยฺหํ รมสฺสุชฺช มยา สห ฯ โน เจ ตุวํ มเหเสยฺยํ สมฺพุเล การยิสฺสสิ อลํ ตฺวํ ปาตราสาย ปเญฺห ภกฺขา ภวิสฺสสิ ฯ ตญฺจ สตฺตชโฏ ลุทฺโท กฬาโร ปุริสาทโก วเน นาถํ อปสฺสนฺตึ สมฺพุลํ อคฺคหี ภุเช ฯ อธิปนฺนา ปิสาเจน ลุทฺเทนามิสจกฺขุนา สา จ สตฺตุวสมฺปตฺตา ปติเมวานุโสจติ ฯ น เม อิทํ ตถา ทุกฺขํ ยํ มํ ขาเทยฺย รกฺขโส ยญฺจ เม อยฺยปุตฺตสฺส มโน เหสฺสติ อญฺญถา ฯ น สนฺติ เทวา ปวสนฺติ นูน น หิ นูน สนฺติ อิธ โลกปาลา สหสา กโรนฺตานมสญฺญตานํ น หิ นูน สนฺติ ปฏิเสธิตาโร ฯ

ดูกรนางสัมพุลา เธอจักทำประโยชน์อะไรด้วยราชบุตรผู้เดือดร้อนที่เธอ บำเรออยู่ในป่า เราจะเป็นผัวของเธอ. ดูกรท่านผู้เจริญ รูปของเราผู้อาดูรด้วยความโศก เป็นอัตภาพยากไร้ จะงดงามอะไร ขอท่านจงแสวงหาหญิงอื่นที่มีรูปร่างงามกว่าเราเถิด. มาเถิดเธอ เชิญขึ้นยังภูเขานี้ เธอจงเป็นใหญ่กว่าภรรยา ๔๐๐ คนของเรา จะสำเร็จความประสงค์ทุกอย่าง ดูกรนางผู้มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดังดวงดาว เธอปรารถนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งในใจมิใช่หรือ สิ่งนั้นของเรามีทุกอย่างมากมาย เชิญมารื่นรมย์กับเราในวันนี้เถิด ดูกรนางสัมพุลา ถ้าเธอจักไม่ยอมเป็น ภรรยาเรา เธอก็จักต้องเป็นภักษาหารของเราในเวลาเช้าพรุ่งนี้เป็น แม่นมั่น ครั้นอสูรผู้มีชฎา ๗ ชั้น หยาบช้า เขี้ยวออกนอกปาก กินคนเป็นอาหาร ได้จับแขนนางสัมพุลาผู้มองไม่เห็นที่พึ่งในป่า. นางสัมพุลาถูกปีศาจ ผู้หยาบช้ามุ่งอามิสครอบงำแล้ว ต้องตกอยู่ในอำนาจของศัตรู เศร้าโศก ถึงพระสวามีเท่านั้น. รำพันว่า แม้ยักษ์จะพึงกินเราเสีย เราก็ไม่มีความ- ทุกข์ ทุกข์อยู่แต่ว่าพระหฤทัยของทูลกระหม่อม ของเราจักทรงเคลือบ- แคลงเป็นอย่างอื่นไป. เทพเจ้าทั้งหลายคงจะไม่มีอยู่แน่นอน ท้าวโลกบาล ก็คงไม่มีในโลกนี้เป็นแน่ เมื่อยักษ์ผู้ไม่สำรวมทำด้วยอาการหยาบช้า จะหาผู้ช่วยห้ามกันไม่มีเลย.

Item ๒๔๐๙

อิตฺถีนเมสา ปวรา ยสสฺสินี สนฺตา สมา อคฺคิริวุคฺคเตชา ตญฺเจ ตุวํ รกฺขสาเทสิ กญฺญํ มุทฺธา จ หิ สตฺตธา เต ผเลยฺย มา ตฺวํ ทหิ มุญฺจ ปติพฺพตาย ฯ

หญิงนี้ประเสริฐกว่าหญิงทั้งหลาย สงบเสงี่ยมเรียบร้อยมีเดชฟุ้งเฟื่อง ดุจไฟ แน่ะรากษส ถ้าเจ้าจะกินนางนี้ ศีรษะของเจ้าจะแตกออก ๗ เสี่ยง เจ้าอย่าทำให้นางเดือดร้อน จงปล่อยไปเสีย เพราะนางเป็นหญิงปฏิบัติ สามี.

Item ๒๔๑๐

สา จ อสฺสมมาคจฺฉิ ปมุตฺตา ปุริสาทกา นิฑฺฑํ ผลีนสกุณีว คตสิงฺคํว อาลยํ สา ตตฺถ ปริเทเวสิ ราชปุตฺตี ยสสฺสินี สมฺพุลา อุตุมตฺตกฺขา วเน นาถํ อปสฺสนฺตี ฯ สมเณ พฺราหฺมเณ วนฺเท สมฺปนฺนจรเณ อิเส ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ วนฺเท สีเห จ พฺยคฺเฆ จ เย จ อญฺเญ วเน มิคา ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ ติณาลตานิ โอสโธฺย ปพฺพตานิ วนานิ จ ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ วนฺเท อินฺทิวรีสามํ รตฺตินกฺขตฺตมาลินึ ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ วนฺเท ภาคีรถึ คงฺคํ สวนฺตีนํ ปฏิคฺคหํ ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ วนฺเท อหํ ปพฺพตราช (เสฏฺฐํ) หิมวนฺตํ สิลุจฺจยํ ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ

พระนางสัมพุลานั้นหลุดพ้นแล้วจากยักษ์กินคน กลับมาสู่อาศรม ดุจแม่ นกซึ่งมีลูกอ่อนเป็นอันตรายบินมายังรัง หรือดังแม่โคนมมายังที่อยู่อันว่าง เปล่าจากลูกน้อย ฉะนั้นพระนางสัมพุลาราชบุตรผู้มียศ เมื่อไม่เห็นพระ สวามีผู้เป็นที่พึ่งในป่า ก็มีพระเนตรพร่าเพราะความร้อน ร่ำไห้อยู่ ณ ที่นั้น เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้สมณพราหมณ์และฤาษี ทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยจรณะว่า ดิฉันขอถึงท่านทั้งหลายเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่ พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้ราชสีห์ เสือโคร่ง และหมู่มฤค เหล่าอื่นในป่าว่า ดิฉันขอถึงท่านทั้งหลายว่าเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราช สวามี พระนางก็วอนไหว้เทพเจ้า อันเนาสถิตอยู่ที่กอหญ้าลดาชาติและที่ เนาอยู่ ณ ภูเขาราวไพร ตลอดถึงดวงดาวในอากาศว่า ดิฉันขอถึงท่าน ทั้งหลายเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้เทพเจ้าผู้มี วรรณะเสมอดอกราชพฤกษ์ ผู้ยังดวงดาวให้รุ่งเรืองงามในราตรีว่า ดิฉัน ขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้เทพเจ้าอันเนาสถิตอยู่ ณ แม่- น้ำคงคาชื่อภคีรสี อันเป็นที่รับรองแม่น้ำอื่นว่า ดิฉันขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี ดิฉันขอวอนไหว้เทพเจ้าซึ่งสถิตอยู่ ณ ขุนเขา หิมวันต์ อันล้วนแล้วไปด้วยหินว่า ดิฉันขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง.

Item ๒๔๑๑

อติสายํ วตาคจฺฉิ ราชปุตฺตี ยสสฺสินี เกน นุชฺช สมาคจฺฉิ โก เต ปิยตโร มยา ฯ

ดูกรพระราชบุตรีผู้มียศ เธอมาเสียจนค่ำทีเดียวหนอ วันนี้เธอมากับใคร เล่า ใครเป็นที่รักของเจ้ายิ่งกว่าเรา.

Item ๒๔๑๒

อิทํ โขหํ ตทาโวจํ คหิตา เตน สตฺตุนา น เม อิทํ ตถา ทุกฺขํ ยํ มํ ขาเทยฺย รกฺขโส ยญฺจ เม อยฺยปุตฺตสฺส มโน เหสฺสติ อญฺญถา ฯ

หม่อมฉันถูกศัตรูมันจับไว้ ได้กล่าวคำนี้ว่า ถึงยักษ์จะกินเราเสีย เราก็ ไม่มีความทุกข์ ทุกข์แต่ว่าพระหฤทัยของทูลกระหม่อมของเราจะเคลือบ แคลงเป็นอย่างอื่นไป.

Item ๒๔๑๓

โจรีนํ พหุพุทฺธีนํ ยาสุ สจฺจํ สุทุลฺลภํ ถีนํ ภาโว ทุราชาโน มจฺฉสฺเสโวทเก คตํ ฯ

ความสัตย์ยากที่จะหาได้ในหญิงโจรผู้มีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ความเป็นไป ของหญิงทั้งหลายรู้ได้ยาก เหมือนความเป็นไปของปลาในน้ำฉะนั้น.

Item ๒๔๑๔

ตถา มํ สจฺจํ ปาเลตุ ปาลยิสฺสติ เจ มมํ ยถาหํ นาภิชานามิ อญฺญํ ปิยตรํ ตยา เอเตน สจฺจวชฺเชน พฺยาธิ เต วูปสมฺมตุ ฯ

ถ้าความสัตย์ที่หม่อมฉันไม่รู้สึกว่า รักชายอื่นยิ่งกว่าทูลกระหม่อม เป็น ความจริง ขอจงช่วยพิทักษ์รักษาหม่อมฉัน ด้วยสัจวาจานี้ ขอพยาธิของ ทูลกระหม่อมจงระงับหาย.

Item ๒๔๑๕

เย กุญฺชรา สตฺตสตา อุฬารา รกฺขนฺติ รตฺตินฺทิวมุยฺยุตาวุธา ธนุคฺคหานญฺจ สตานิ โสฬส กถํวิเธ ปสฺสสิ ภทฺเท สตฺตโว ฯ

แน่ะนางผู้เจริญ กุญชรสูงใหญ่มีมากมายถึง ๗๐๐ มีพลโยธาถืออาวุธขี่ ประจำ คอยพิทักษ์รักษาอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน และพลโยธาที่ถือ ธนูก็มีถึง ๑,๖๐๐ พิทักษ์รักษาอยู่ เธอเห็นศัตรูชนิดไหน?

Item ๒๔๑๖

อลงฺกตาโย ปทุมุตฺตรตฺตจา วิราคิตา ปสฺสติ หํสคคฺครา ตาสํ สุณิตฺวา มิตคีตวาทิตํ นทานิ เม ตาต ตถา ยถา ปุเร ฯ สุวณฺณสงฺกจฺจธรา สุวิคฺคหา อลงฺกตา มานุสิยจฺฉรูปมา เสโนปิยา ตาต อนินฺทิตงฺคิโย ขตฺติยกญฺญา ปฏิโลภยนฺติ นํ ฯ สเจ อหํ ตาต ตถา ยถา ปุเร ปตึ ตมุญฺฉาย ปุนา วเน ภเร สมฺมานเย มํ น จ มํ วิมานเย อิโตปิ เม ตาต ตโต วรํ สิยา ฯ ยมนฺนปาเน วิปุลสฺมิ โอหิเต นารี วิมฏฺฐาภรณา อลงฺกตา สพฺพงฺคุเปตา ปติโน จ อปฺปิยา อวชฺฌ ตสฺสา มรณํ ตโต วรํ ฯ อปิ เจ ทลิทฺทา กปณา อนาฬิยา กฏาทุติยา ปติโน จ สา ปิยา สพฺพงฺคุเปตายปิ อปฺปิยาย อยเมว เสยฺโย กปณาปิ ยา ปิยา ฯ

ข้าแต่พระราชบิดา เมื่อก่อนพระลูกเจ้าทรงประพฤติแก่หม่อมฉันอย่างไร เดี๋ยวนี้หาเป็นอย่างนั้นไม่ เพราะได้ทรงเห็นสนมนารีผู้ประดับตบแต่งมี ผิวพรรณดุจเกสรบัว มีร่างกายอันอ้อนแอ้น เสียงเพราะดังหงส์ และ เพราะได้ทรงฟังเสียงแย้มหัวและขับกล่อมประโคมของสนมนารีเหล่านั้น. ข้าแต่พระราชบิดา สนมนารีเหล่านั้น ทรงเครื่องประดับล้วนทองคำ มีร่างกายเฉิดโฉม ประดับด้วยเครื่องอลังการนานาชนิดดังสาวสวรรค์ใน มนุษย์ เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าโสตถิเสนะ มีทรวดทรงหาที่ติมิได้ ล้วนเป็นขัตติยกัญญา มาประเล้าประโลมพระเจ้าโสตถิเสนะนั้นอยู่. ข้าแต่พระราชบิดา ถ้าพระเจ้าโสตถิเสนะยกย่องหม่อมฉัน ดังที่หม่อม- ฉันเคยเที่ยวแสวงหาผลาผลในป่า มาเลี้ยงดูพระราชสวามีในกาลก่อนอีก ไม่ทรงดูหมิ่นหม่อมฉันไซร้ จะประเสริฐกว่าราชสมบัติในพระนคร พาราณสีนี้. หญิงใดอยู่ในเรือนอันมีข้าวน้ำไพบูลย์ ตกแต่งไว้เรียบร้อย มีเครื่องอาภรณ์อันวิจิตรประดับประดา แม้จะเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติ ทุกอย่าง แต่ไม่เป็นที่รักของสามี คอยแต่ประหัตประหาร ความตาย ของหญิงนั้นประเสริฐกว่าการอยู่ครองเรือน. ถ้าแม้หญิงใดเป็นหญิง เข็ญใจไร้เครื่องประดับ มีเสื่อลำแพนเป็นที่นอน แต่เป็นที่รักของสามี หญิงนั้นประเสริฐเสียกว่าหญิงผู้เพรียบพร้อมด้วยคุณสมบัติทุกอย่าง แต่ ไม่เป็นที่รักของสามี.

Item ๒๔๑๗

สุทุลฺลภิตฺถี ปุริสสฺส ยา หิตา ภตฺติตฺถิยา ทุลฺลโภ โย หิโต จ หิตา จ เต สีลวตี ภริยา ชนินฺท ธมฺมํ จร สมฺพุลาย ฯ

ภรรยาผู้เกื้อกูลต่อสามี เป็นหญิงหาได้แสนยาก สามีผู้เกื้อกูลต่อภรรยา ก็หาได้แสนยาก ดูกรเจ้าผู้จอมชน มเหสีของเจ้าเป็นผู้เกื้อกูลเจ้าด้วย มีศีลด้วย เพราะฉะนั้น เจ้าจงประพฤติธรรมต่อนางสัมพุลา.

Item ๒๔๑๘

สเจ ตุวํ วิปุเล ลทฺธโภเค อิสฺสาวติณฺณา มรณํ อุเปสิ อหญฺจ เต ภทฺเท อิมา ราชกญฺญา สพฺเพว เต วจนกรา ภวามาติ ฯ สมฺพุลาชาตกํ นวมํ ฯ ---------

ดูกรแม่สัมพุลาผู้เจริญ ถ้าเจ้าได้โภคสมบัติอันไพบูลย์แล้ว แต่มีความหึง หวงครอบงำจนจะถึงมรณะไซร้ พี่และนางราชกัญญาทั้งหมดนี้ จะทำตาม คำของเจ้า. จบ สัมพุลาชาดกที่ ๙.

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย