This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

Other items in this volume

๑. อปัณณกชาดก๒. วัณณุปถชาดก๓. เสรีววาณิชชาดก๔. จุลลกเศรษฐีชาดก๕. ตัณฑุลนาฬิชาดก๖. เทวธรรมชาดก๗. กัฏฐหาริชาดก๘. คามนิชาดก๙. มฆเทวชาดก๑๐. สุขวิหาริชาดก๑. ลักขณชาดก๒. นิโครธมิคชาดก๓. กัณฑินชาดก๔. วาตมิคชาดก๕. ขราทิยชาดก๖. ติปัลลัตถมิคชาดก๗. มาลุตชาดก๘. มตกภัตตชาดก๙. อายาจิตภัตตชาดก๑๐. นฬปานชาดก๑. กุรุงคมิคชาดก๒. กุกกุรชาดก๓. โภชาชานียชาดก๔. อาชัญญชาดก๕. ติตถชาดก๖. มหิฬามุขชาดก๗. อภิณหชาดก๘. นันทิวิสาลชาดก๙. กัณหชาดก๑๐. มุณิกชาดก๑. กุลาวกชาดก๒. นัจจชาดก๓. สัมโมทมานชาดก๔. มัจฉชาดก๕. วัฏฏกชาดก๖. สกุณชาดก๗. ติตติรชาดก๘. พกชาดก๙. นันทชาดก๑๐. ขทิรังคารชาดก๑. โลสกชาดก๒. กโปตกชาดก๓. เวฬุกชาดก๔. มกสชาดก๕. โรหิณีชาดก๖. อารามทูสกชาดก๗. วารุณิทูสกชาดก๘. เวทัพพชาดก๙. นักขัตตชาดก๑๐. ทุมเมธชาดก๑. มหาสีลวชาดก๒. จูฬชนกชาดก๓. ปุณณปาติชาดก๔. ผลชาดก๕. ปัญจาวุธชาดก๖. กัญจนขันธชาดก๗. วานรินทชาดก๘. ตโยธรรมชาดก๙. เภริวาทชาดก๑๐. สังขธมนชาดก๑. อาสาตมันตชาดก๒. อัณฑภูตชาดก๓. ตักกชาดก๔. ทุราชานชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. มุทุลักขณชาดก๗. อุจฉังคชาดก๘. สาเกตชาดก๙. วิสวันตชาดก๑๐. กุททาลชาดก๑. วรุณชาดก๒. สีลวนาคชาดก๓. สัจจังกิรชาดก๔. รุกขธรรมชาดก๕. มัจฉชาดก๖. อสังกิยชาดก๗. มหาสุบินชาดก๘. อิลลีสชาดก๙. ขรัสสรชาดก๑๐. ภีมเสนชาดก๑. สุราปานชาดก๒. มิตตวินทชาดก๓. กาฬกัณณิชาดก๔. อัตถัสสทวารชาดก๕. กิมปักกชาดก๖. สีลวีมังสนชาดก๗. มังคลชาดก๘. สรัมภชาดก๙. กุหกชาดก๑๐. อกตัญญูชาดก๑. ลิตตชาดก๒. มหาสารชาดก๓. วิสสาสโภชนชาดก๔. โลมหังสชาดก๕. มหาสุทัสสนชาดก๖. เตลปัตตชาดก๗. นามสิทธิชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ปโรสหัสสชาดก๑๐. อสาตรูปชาดก๑. ปโรสตชาดก๒. ปัณณิกชาดก๓. เวริชาดก๔. มิตตวินทชาดก๕. ทุพพลกัฏฐชาดก๖. อุทัญจนีชาดก๗. สาลิตตกชาดก๘. พาหิยชาดก๙. กุณฑกปูวชาดก๑๐. สัพพสังหารกปัญหา๑. คัทรภปัญหา๒. อมราเทวีปัญหา๓. สิคาลชาดก๔. มิตจินติชาดก๕. อนุสาสิกชาดก๖. ทุพพจชาดก๗. ติตติรชาดก๘. วัฏฏกชาดก๙. อกาลราวิชาดก๑๐. พันธนโมกขชาดก๑. กุสนาฬิชาดก๒. ทุมเมธชาดก๓. นังคลีสชาดก๔. อัมพชาดก๕. กฏาหกชาดก๖. อสิลักขณชาดก๗. กลัณฑุกชาดก๘. มูสิกชาดก๙. อัคคิกชาดก๑๐. โกสิยชาดก๑. อสัมปทานชาดก๒. ปัญจภีรุกชาดก๓. ฆตาสนชาดก๔. ฌานโสธนชาดก๕. จันทาภชาดก๖. สุวรรณหังสชาดก๗. พัพพุชาดก๘. โคธชาดก๙. อุภโตภัฏฐชาดก๑๐. กากชาดก๑. โคธชาดก๒. สิคาลชาดก๓. วิโรจนชาดก๔. นังคุฏฐชาดก๕. ราธชาดก๖. กากชาดก๗. บุปผรัตตชาดก๘. สิคาลชาดก๙. เอกปัณณชาดก๑๐. สัญชีวชาดก๑. ราโชวาทชาดก๒. สิคาลชาดก๓. สูกรชาดก๔. อุรคชาดก๕. ภัคคชาดก๖. อลีนจิตตชาดก๗. คุณชาดก๘. สุหนุชาดก๙. โมรชาดก๑๐. วินีลกชาดก๑. อินทสมานโคตตชาดก๒. สันถวชาดก๓. สุสีมชาดก๔. คิชฌชาดก๕. นกุลชาดก๖. อุปสาฬหกชาดก๗. สมิทธิชาดก๘. สกุณัคฆิชาดก๙. อรกชาดก๑๐. กกัณฏกชาดก๑. กัลยาณธรรมชาดก๒. ทัททรชาดก๓. มักกฏชาดก๔. ทุพภิยมักกฏชาดก๕. อาทิจจุปัฏฐานชาดก๖. กฬายมุฏฐิชาดก๗. ตินทุกชาดก๘. กัจฉปชาดก๙. สตธรรมชาดก๑๐. ทุทททชาดก๑. อสทิสชาดก๒. สังคามาวจรชาดก๓. วาโลทกชาดก๔. คิริทัตตชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. ทธิวาหนชาดก๗. จตุมัฏฐชาดก๘. สีหโกตถุกชาดก๙. สีหจัมมชาดก๑๐. สีลานิสังสชาดก๑. รุหกชาดก๒. สิริกาฬกัณณิชาดก๓. จุลลปทุมชาดก๔. มณิโจรชาดก๕. ปัพพตูปัตถรชาดก๖. วลาหกัสสชาดก๗. มิตตามิตตชาดก๘. ราธชาดก๙. คหปติชาดก๑๐. สาธุสีลชาดก๑. พันธนาคารชาดก๒. เกฬิสีลชาดก๓. ขันธปริตตชาดก๔. วีรกชาดก๕. คังเคยยชาดก๖. กุรุงคมิคชาดก๗. อัสสกชาดก๘. สุงสุมารชาดก๙. กักกรชาดก๑๐. กันทคลกชาดก๑. โสมทัตตชาดก๒. อุจฉิฏฐภัตตชาดก๓. ภรุราชชาดก๔. ปุณณนทีชาดก๕. กัจฉปชาดก๖. มัจฉชาดก๗. เสคคุชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ครหิตชาดก๑๐. ธัมมัทธชชาดก๑. กาสาวชาดก๒. จุลลนันทิยชาดก๓. ปุฏภัตตชาดก๔. กุมภีลชาดก๕. ขันติวรรณนชาดก๖. โกสิยชาดก๗. คูถปาณกชาดก๘. กามนีตชาดก๙. ปลายิชาดก๑๐. ทุติยปลายิชาดก๑. อุปาหนชาดก๒. วีณาถูณชาดก๓. วิกัณณกชาดก๔. อสิตาภุชาดก๕. วัจฉนขชาดก๖. พกชาดก๗. สาเกตชาดก๘. เอกปทชาดก๙. หริตมาตชาดก๑๐. มหาปิงคลชาดก๑. สัพพทาฐิชาดก๒. สุนขชาดก๓. คุตติลชาดก๔. วิคติจฉชาดก๕. มูลปริยายชาดก๖. พาโลวาทชาดก๗. ปาทัญชลิชาดก๘. กิงสุโกปมชาดก๙. สาลกชาดก๑๐. กปิชาดก๑. สังกัปปราคชาดก๒. ติลมุฏฐิชาดก๓. มณิกัณฐชาดก๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก๕. สุกชาดก๖. ชรูทปานชาดก๗. คามณิจันทชาดก๘. มันธาตุราชชาดก๙. ติรีติวัจฉชาดก๑๐. ทูตชาดก๑. ปทุมชาดก๒. มุทุปาณิชาดก๓. จุลลปโลภนชาดก๔. มหาปนาทชาดก๕. ขุรัปปชาดก๖. วาตัคคสินธวชาดก๗. สุวรรณกักกฏกชาดก๘. อารามทูสกชาดก๙. สุชาตาชาดก๑๐. อุลูกชาดก๑. อุทปานทูสกชาดก๒. พยัคฆชาดก๓. กัจฉปชาดก๔. โลลชาดก๕. รุจิรชาดก๖. กุรุธรรมชาดก๗. โรมชาดก๘. มหิสชาดก๙. สตปัตตชาดก๑๐. ปูฏทูสกชาดก๑. อัพภันตรชาดก๒. เสยยชาดก๓. วัฑฒกีสูกรชาดก๔. สิริชาดก๕. มณิสูกรชาดก๖. สาลุกชาดก๗. ลาภครหิกชาดก๘. มัจฉทานชาดก๙. นานาฉันทชาดก๑๐. สีลวีมังสชาดก๑. ภัทรฆฏเภทกชาดก๒. สุปัตตชาดก๓. กายนิพพินทชาดก๔. ชัมพุขาทกชาดก๕. อันตชาดก๖. สมุททชาดก๗. กามวิลาปชาดก๘. อุทุมพรชาดก๙. โกมาริยปุตตชาดก๑๐. พกชาดก๑. จุลลกาลิงคชาดก๒. มหาอัสสาโรหชาดก๓. เอกราชชาดก๔. ทัททรชาดก๕. สีลวีมังสชาดก๖. สุชาตาชาดก๗. ปลาสชาดก๘. ชวสกุณชาดก๙. ฉวชาดก๑๐. สัยหชาดก๑. ปุจิมันทชาดก๒. กัสสปมันทิยชาดก๓. ขันติวาทิชาดก๔. โลหกุมภิชาดก๕. มังสชาดก๖. สสปัณฑิตชาดก๗. มตโรทนชาดก๘. กณเวรชาดก๙. ติตติรชาดก๑๐. สุจจชชาดก๑. กุฏิทูสกชาดก๒. ทุททุภายชาดก๓. พรหมทัตตชาดก๔. จัมมสาฏกชาดก๕. โคธชาดก๖. กักการุชาดก๗. กากาติชาดก๘. อนนุโสจิยชาดก๙. กาฬพาหุชาดก๑๐. สีลวีมังสชาดก๑. โกกาลิกชาดก๒. รถลัฏฐิชาดก๓. โคธชาดก๔. ราโชวาทชาดก๕. ชัมพุกชาดก๖. พรหาฉัตตชาดก๗. ปีฐชาดก๘. ถุสชาดก๙. พาเวรุชาดก๑๐. วิสัยหชาดก๑. กุณฑลิกชาดก๒. วานรชาดก๓. กุนตินีชาดก๔. อัมพชาดก๕. คชกุมภชาดก๖. เกสวชาดก๗. อยกูฏชาดก๘. อรัญญชาดก๙. สันธิเภทชาดก๑๐. เทวตาปัญหาชาดก๑. มณิกุณฑลชาดก๒. สุชาตชาดก๓. เวนสาขชาดก๔. อุรคชาดก๕. ธังกชาดก๖. การันทิยชาดก๗. ลฏุกิกชาดก๘. จุลลธรรมปาลชาดก๙. สุวรรณมิคชาดก๑๐. สุสันธีชาดก๑. วรรณาโรหชาดก๒. สีลวีมังสชาดก๓. หิริชาดก๔. ขัชโชปนกชาดก๕. อหิตุณฑิกชาดก๖. คุมพิยชาดก๗. สาลิยชาดก๘. ตจสารชาดก๙. มิตตวินทุกชาดก๑๐. ปลาสชาดก๑. ทีฆีติโกสลชาดก๒. มิคโปตกชาดก๓. มูสิกชาดก๔. จุลลธนุคคหชาดก๕. กโปตกชาดก๑. อาวาริยชาดก๒. เสตเกตุชาดก๓. ทรีมุขชาดก๔. เนรุชาดก๕. อาสังกชาดก๖. มิคาโลปชาดก๗. สิริกาฬกัณณิชาดก๘. กุกกุฏชาดก๙. ธัมมัทธชชาดก๑๐. นันทิยมิคราชชาดก๑. ขุรปุตตชาดก๒. สูจิชาดก๓. ตุณฑิลชาดก๔. สุวรรณกักกฏกชาดก๕. มัยหสกุณชาดก๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก๗. อุปสิงฆปุปผกชาดก๘. วิฆาสาทชาดก๙. วัฏฏกชาดก๑๐. มณิชาดก๑. กุกกุชาดก๒. มโนชชาดก๓. สุตนชาดก๔. มาตุโปสกคิชฌชาดก๕. ทัพพปุปผกชาดก๖. ทสรรณกชาดก๗. เสนกชาดก๘. อัฏฐิเสนชาดก๙. กปิชาดก๑๐. พกพรหมชาดก๑. คันธารชาดก๒. มหากปิชาดก๓. กุมภการชาดก๔. ทัฬหธรรมชาดก๕. โสมทัตตชาดก๖. สุสีมชาดก๗. โกฏสิมพลิชาดก๘. ธูมการีชาดก๙. ชาครชาดก๑๐. กุมมาสปิณฑชาดก๑๑. ปรันตปชาดก๑. กัจจานิชาดก๒. อัฏฐสัททชาดก๓. สุลสาชาดก๔. สุมังคลชาดก๕. คังคมาลชาดก๖. เจติยราชชาดก๗. อินทริยชาดก๘. อาทิตตชาดก๙. อัฏฐานชาดก๑๐. ทีปิชาดก๑. คิชฌชาดก๒. โกสัมพิยชาดก๓. มหาสุวราชชาดก๔. จุลลสุวกราชชาดก๕. หริตจชาดก๖. ปทกุศลมาณวชาดก๗. โลมสกัสสปชาดก๘. จักกวากชาดก๙. หลิททราคชาดก๑๐. สมุคคชาดก๑๑. ปูติมังสชาดก๑๒. ทัททรชาดก๑. จตุทวารชาดก๒. กัณหชาดก๓. จตุโปสถชาดก๔. สังขชาดก๕. จุลลโพธิชาดก๖. มัณฑัพยชาดก๗. นิโครธชาดก๘. ตักกลชาดก๙. มหาธรรมปาลชาดก๑๐. กุกกุฏชาดก๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก๑๒. พิลารโกสิยชาดก๑๓. จักกวากชาดก๑๔. ภูริปัญหาชาดก๑๕. มหามังคลชาดก๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก๑. มาตุโปสกชาดก๒. ชุณหชาดก๓. ธรรมเทวปุตตชาดก๔. อุทยชาดก๕. ปานียชาดก๖. ยุธัญชยชาดก๗. ทสรถชาดก๘. สังวรชาดก๙. สุปปารกชาดก๑. จุลลกุณาลชาดก๒. ภัททสาลชาดก๓. สมุททวาณิชชาดก๔. กามชาดก๕. ชนสันธชาดก๖. มหากัณหชาดก๗. โกสิยชาดก๘. เมณฑกปัญหาชาดก๙. มหาปทุมชาดก๑๐. มิตตามิตตชาดก๑. อัมพชาดก๒. ผันทนชาดก๓. ชวนหังสชาดก๔. จุลลนารทกัสสปชาดก๕. ทูตชาดก๖. กาลิงคโพธิชาดก๗. อกิตติชาดก๘. ตักการิยชาดก๙. รุรุมิคชาดก๑๐. สรภชาดก๑. สาลิเกทารชาดก๒. จันทกินนรชาดก๓. มหาอุกกุสชาดก๔. อุททาลกชาดก๕. ภิสชาดก๖. สุรุจิชาดก๗. ปัญจุโปสถิกชาดก๘. มหาโมรชาดก๙. ตัจฉกสูกรชาดก๑๐. มหาวาณิชชาดก๑๑. สาธินราชชาดก๑๒. ทสพราหมณชาดก๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก๑. มาตังคชาดก๒. จิตตสัมภูตชาดก๓. สีวิราชชาดก๔. ศิริมันทชาดก๕. โรหนมิคชาดก๖. หังสชาดก๗. สัตติคุมพชาดก๘. ภัลลาติยชาดก๙. โสมนัสสชาดก๑๐. จัมเปยยชาดก๑๑. มหาปโลภนชาดก๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก๑๓. หัตถิปาลชาดก๑๔. อโยฆรชาดก๑. กิงฉันทชาดก๒. กุมภชาดก๓. ชัยทิศชาดก๔. ฉัททันตชาดก๕. สัมภวชาดก๖. มหากปิชาดก๗. ทกรักขสชาดก๘. ปัณฑรกชาดก๙. สัมพุลาชาดก๑๐. ภัณฑุติณฑุกชาดก๑. เตสกุณชาดก๒. สรภังคชาดก๓. อลัมพุสาชาดก๔. สังขปาลชาดก๕. จุลลสุตโสมชาดก

Commentary

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๔. ฉัททันตชาดก

ข้อ ๒๓๒๗–๒๓๕๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑25 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

๔ ฉทฺทนฺตชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. ฉัททันตชาดก ว่าด้วยพญาช้างฉัททันต์

Item ๒๓๒๗

กินฺนุ โสจสินุจฺจงฺคี ปณฺฑุสี วรวณฺณินี มิลายสิ วิสาลกฺขี มาลาว ปริมทฺทิตา ฯ

ดูกรพระน้องนาง ผู้มีอวัยวะงามอร่ามดังทอง มีผิวพรรณเหลืองงามเลิศ พระเนตรทั้งสองแจ่มใส เหตุไรหนอ พระน้องจึงเศร้าโศกซูบไป ดุจ ดอกไม้ที่ถูกขยี้ ฉะนั้น?

Item ๒๓๒๘

โทหโฬ เม มหาราช สุปินนฺเตนุปจฺจคา น โส สุลภรูโปว ยาทิโส มม โทหโฬ ฯ

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า หม่อมฉันแพ้พระครรภ์ โดยการแพ้พระครรภ์เป็น เหตุให้หม่อมฉันฝันเห็นสิ่งที่หาไม่ได้ง่าย.

Item ๒๓๒๙

เยเกจิ มานุสา กามา อิธ โลกสฺมิ นนฺทเน สพฺเพ เต ปจุรา มยฺหํ อหนฺเต ทมฺมิ โทหฬํ ฯ

กามสมบัติของมนุษย์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกนี้ และในสวนนันทนวัน กามสมบัติทั้งหมดนั้น เป็นของฉันทั้งสิ้น ฉันจะให้แก่เธอได้ทั้งนั้น.

Item ๒๓๓๐

ลุทฺทา เทว สมายนฺตุ เยเกจิ วิชิเต ตว เอเตสํ อหมกฺขิสฺสํ ยาทิโส มม โทหโฬ ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ นายพรานป่าเหล่าใดเหล่าหนึ่งในแว่นแคว้น ของพระองค์จงมาประชุมพร้อมกัน หม่อมฉันจะแจ้งเหตุที่แพ้พระครรภ์ ของหม่อมฉันให้นายพรานป่าเหล่านั้นทราบ.

Item ๒๓๓๑

อิเม เต ลุทฺทกา เทวิ กตหตฺถา วิสารทา วนญฺญู จ มิคญฺญู จ มมตฺเถ จตฺตชีวิตา ฯ

ดูกรพระเทวี นายพรานป่าเหล่านี้ ล้วนแต่มีฝีมือ เป็นคนแกล้วกล้า ชำนาญป่า รู้จักชนิดของเนื้อ ย่อมสละชีวิตเพื่อประโยชน์ของเราได้.

Item ๒๓๓๒

ลุทฺทปุตฺตา นิสาเมถ ยาวนฺเตตฺถ สมาคคา ฉพฺพิสาณํ คชํ เสตํ อทฺทสํ สุปิเน อหํ ฯ ตสฺส ทนฺเตหิ เม อตฺโถ อลาเภ นตฺถิ ชีวิตํ ฯ

ท่านทั้งหลายผู้เป็นเชื้อแถวของนายพราน ที่มาพร้อมกันอยู่ ณ ที่นี้ จงฟัง ฉัน ฉันฝันเห็นช้างเผือกผ่องงามีรัศมี ๖ ประการ ฉันต้องการงาช้างคู่นั้น เมื่อไม่ได้ชีวิตก็หาไม่.

Item ๒๓๓๓

น โน ปิตูนํ น ปิตามหานํ ทิฏฺโฐ สุโต กุญฺชโร ฉพฺพิสาโณ ยมทฺทส สุปิเน ราชปุตฺตี อกฺขาหิ โน ยาทิโส หตฺถินาโค ฯ

บิดาหรือปู่ทวด ของข้าพระองค์ทั้งหลายก็ยังไม่เคยได้ เห็นทั้งยังไม่เคย ได้ยินว่า พญาช้างที่มีงา มีรัศมี ๖ ประการ พระนางเจ้าทรงนิมิตเห็น พญาช้างมีลักษะเช่นไร ขอได้ตรัสบอกพญาช้างที่มีลักษณะเช่นนั้น แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด พระเจ้าข้า.

Item ๒๓๓๔

ทิสา จตสฺโส วิทิสา จตสฺโส อุทฺธํ อโธ ทส ทิสา อิมาโย กตมํ ทิสํ ติฏฺฐติ นาคราชา ยมทฺทส สุปิเน ฉพฺพิสาณํ ฯ

ทิศใหญ่ ๔ ทิศน้อย ๔ เบื้องบน ๑ เบื้องล่าง ๑ ทิศทั้ง ๑๐ นี้ พระองค์ ทรงฝันเห็นพญาช้าง ซึ่งมีงามีรัศมี ๖ ประการอยู่ทิศไหน พระเจ้าข้า.?

Item ๒๓๓๕

อิโต อุชุํ อุตฺตรายํ ทิสายํ อติกฺกมฺม โส สตฺต คิรี พฺรหนฺเต สุวณฺณปสฺโส นาม คิริ อุฬาโร สํปุปฺผิโต กึปุริสานุจิณฺโณ ฯ อารุยฺห เสลํ ภวนํ กินฺนรานํ โอโลกย ปพฺพตปาทมูลํ อถ ทกฺขสี เมฆสมานวณฺณํ นิโคฺรธราชํ อฏฺฐสหสฺสปาทํ ฯ ตตฺถจฺฉติ กุญฺชโร ฉพฺพิสาโณ สพฺพเสโต ทุปฺปสโห ปเรภิ รกฺขนฺติ นํ อฏฺฐสหสฺสนาคา อีสาทนฺตา วาตชวปฺปหาริโน ฯ ติฏฺฐนฺติ เต ตุมูลมสฺสสนฺตา กุปฺปนฺติ วาตสฺสปิ เอริตสฺส มนุสฺสภูตํ ปน ตตฺถ ทิสฺวา ภสฺมํ กเรยฺยุํ นาสฺส รโชปิ ตสฺส ฯ

จากที่นี้ตรงไปทิศอุดร ข้ามภูเขาสูงใหญ่ ๗ ลูก ภูเขาใหญ่ชื่อสุวรรณปัส มีพรรณไม้ผลิดอกอยู่ไสว มีฝูงกินนรเที่ยววิ่งเล่นอยู่ ท่านจงขึ้นไปบน ภูเขาอันเป็นที่อยู่แห่งหมู่กินนรทั้งหลายแล้วมองลงมาตามเชิงเขา ทันใด นั้น จะได้เห็นต้นไทรใหญ่ที่มีสีเทียมเมฆ มีย่านไทร ๘,๐๐๐ ห้อยย้อยอยู่. ที่โคนต้นไทรนั้น มีพญาช้างเผือกผ่องงามีรัศมี ๖ ประการอาศัยอยู่ ยากที่คนอื่นจะจับได้ มีช้างประมาณ ๘,๐๐๐ เชือกล้วนมีงางอนงาม วิ่ง ไล่ประหารเร็วดังลมพัด รักษาพญาช้างนั้นอยู่. ช้างเหล่านั้นย่อมบันลือ เสียงน่าหวาดกลัว ย่อมโกรธแม้ต่อลมที่พัดถูกตัว ถ้าเห็นมนุษย์ ณ ที่นั้น เป็นต้องขยี้เสียให้เป็นภัสมธุลี แม้แต่ละอองก็ไม่ถูกต้องพญาช้างได้เลย.

Item ๒๓๓๖

พหู หิ เม ราชกุลมฺหิ สนฺติ ปิลนฺธนา ชาตรูปสฺส เทวิ มุตฺตา มณี เวฬุริยามยา จ กึ กาหสิ ทนฺตปิลนฺธเนน มาเรตุกามา กุญฺชรํ ฉพฺพิสาณํ อุทาหุ ฆาเตสฺสสิ ลุทฺทปุตฺเต ฯ

ข้าแต่พระราชเทวี เครื่องอาภรณ์ที่แล้วไปด้วยเงิน แก้วมุกดา แก้วมณี และแก้วไพฑูรย์มีอยู่ในราชสกุลมากมาย เหตุไร พระแม่เจ้าจึงทรง ประสงค์เอางาช้างมาทำเป็นเครื่องประดับเล่า พระแม่เจ้าทรงปรารถนา จะให้ฆ่าพญาช้าง ซึ่งมีงามีรัศมี ๖ ประการเสีย หรือว่าจะให้พญาช้างฆ่า พวกเชื้อแถวของนายพรานเสียกระมัง?

Item ๒๓๓๗

สา อิสฺสิตา ทุกฺขิตา จสฺมิ ลุทฺท อุทฺธญฺจ สุสฺสามิ อนุสฺสรนฺตี กโรหิ เม ลุทฺทก เอตมตฺถํ ทสฺสามิ เต คามวรานิ ปญฺจ ฯ

ดูกรนายพราน ฉันริษยาด้วย เสียใจด้วย เพราะนึกถึงความหลังก็ ตรอมใจ ขอท่านจงทำตามความประสงค์ของฉัน ฉันจักให้บ้านส่วยแก่ ท่าน ๕ ตำบล.

Item ๒๓๓๘

กตฺถจฺฉติ กตฺถมุเปติ ฐานํ วีถิสฺส กา นฺหานคตสฺส โหติ กถญฺหิ โส นฺหายติ นาคราชา กถํ วิชาเนมุ คตึ คชสฺส ฯ

พญาช้างนั้นอยู่ที่ไหน ยืนที่ไหน ทางไหนที่พญาช้างไปอาบน้ำ พญาช้าง อาบน้ำด้วยประการอย่างไร ข้าพระองค์จะรู้จักคติแห่งพญาช้างได้อย่างไร?

Item ๒๓๓๙

ตตฺเถว สา โปกฺขรณี อวิทูเร รมฺมา สุติตฺถา จ มโหทกา จ สํปุปฺผิตา ภมรคณานุจิณฺณา เอตฺถ หิ โส นฺหายติ นาคราชา ฯ สีสํ นหาโต อุปฺปลมาลธารี สพฺพเสโต ปุณฺฑริกตจงฺคี อาโมทมาโน คจฺฉติ สนฺนิเกตํ ปุรกฺขตฺวา มเหสึ สพฺพภทฺทํ ฯ

ในที่ๆ พญาช้างอยู่นั้น มีสระอยู่ใกล้ๆ น่ารื่นรมย์ มีท่าราบเรียบ น้ำมากมาย สะพรั่งไปด้วยพรรณไม้ดอก มีหมู่ภมรมาคลึงเคล้า พญาช้าง นั้น ลงอาบที่สระนั้นแหละ ชำระศีรษะแล้วห้อยพวงดอกอุบล มีร่างกาย เผือกผ่องดังดอกบัวขาบ บันเทิงใจให้มเหสีชื่อว่าสรรพภัททา เดินหน้า กลับไปยังที่อยู่ของตน.

Item ๒๓๔๐

ตตฺเถว โส อุคฺคเหตฺวาน วากฺยํ อาทาย ตูณิญฺจ ธนุญฺจ ลุทฺโท วิตุริยติ สตฺต คีรี พฺรหนฺเต สุวณฺณปสฺสนฺนาม คิรึ อุฬารํ ฯ อารุยฺห เสลํ ภวนํ กินฺนรานํ โอโลกยิ ปพฺพตปาทมูลํ ตตฺถทฺทสา เมฆสมานวณฺณํ นิโคฺรธราชํ อฏฺฐสหสฺสปาทํ ฯ ตตฺถทฺทสา กุญฺชรํ ฉพฺพิสาณํ สพฺพเสตํ ทุปฺปสหํ ปเรภิ รกฺขนฺติ นํ อฏฺฐสหสฺสนาคา อีสาทนฺตา วาตชวปฺปหาริโน ฯ ตตฺถทฺทสา โปกฺขรณึ อวิทูเร รมฺมํ สุติตฺถญฺจ มโหทกญฺจ สํปุปฺผิตํ ภมรคณานุจิณฺณํ ยตฺถ หิ โส นฺหายติ นาคราชา ฯ ทิสฺวาน นาคสฺส คตึ ฐิตญฺจ วีถิสฺส ยา นฺหานคตสฺส โหติ โอปาตมาคจฺฉิ อนริยรูโป ปโยชิโต จิตฺตวสานุคาย ฯ

นายพรานนั้น ยึดเอาพระราชดำรัสของพระนางซึ่งประทับยืนอยู่ ณ ที่นั้นเอง แล้วถือเอาแล่งลูกธนูข้ามภูเขาใหญ่ทั้ง ๗ ลูกไปจนถึงลูกที่ชื่อสุวรรณปัส อันสูงโดด. ขึ้นไปถึงภูเขาอันเป็นที่อยู่ของหมู่กินนรแล้ว มองลงมา ยังเชิงเขา ได้เห็นต้นไทรใหญ่มีสีเทียมเมฆ มีย่านไทร ๘,๐๐๐ ห้อยย้อย อยู่ ณ ที่นั้น ทันใดนั้นเอง ก็ได้เห็นพญาช้างเผือกผ่องงามีรัศมี ๖ ประการ ยากที่คนเหล่าอื่นจะจับได้ มีช้างประมาณ ๘,๐๐๐ เชือก ล้วนแต่มีงางอนงาม วิ่งไล่เร็วดุจลมพัด รักษาพญาช้างอยู่. และได้เห็นสระโบกขรณีอัน น่ารื่นรมย์อยู่ใกล้ๆ ที่อยู่ของพญาช้างนั้น ทั้งท่าน้ำก็ราบเรียบน้ำมากมาย มีพรรณไม้ดอกบานสะพรั่ง มีหมู่ภมรเที่ยวเคล้าคลึงอยู่ แลเห็นที่ที่พญา ช้างลงอาบน้ำ. จนกระทั้งที่ๆ พญาช้างเดิน ยืนอยู่ และทางที่พญาช้างลง อาบนั้นก็แลเห็น นายพรานผู้มีใจลามก ถูกพระนางสุภัททาผู้ตกอยู่ใน อำนาจจิตทรงใช้มา ก็มาตระเตรียมหลุม.

Item ๒๓๔๑

ขณิตฺวาน กาสุํ ผลเกหิ ฉาทยิ อตฺตานโมธาย ธนุญฺจ ลุทฺโท ปสฺสาคตํ ปุถุสลฺเลน นาคํ สมปฺปยิ ทุกฺกฏกมฺมการี ฯ วิทฺโธ จ นาโค โกญฺจมนาทิ โฆรํ สพฺเพว นาคา นินฺนาทุ โฆรรูปํ ติณญฺจ กฏฺฐญฺจ รณํ กโรนฺตา ธาวึสุ เต อฏฺฐ ทิสา สมนฺตโต ฯ วธิสฺสเมนนฺติ ปรามสนฺโต กาสาวมทฺทกฺขิ ธชํ อิสีนํ ทุกฺเขน ผุฏฺฐสฺสุทปาทิ สญฺญา อรหทฺธโช สพฺภิ อวชฺฌรูโป ฯ

นายพรานผู้กระทำกรรมอันชั่วช้า ขุดหลุมเอากระดานปิดเสร็จแล้ว สอด ธนูเข้าไว้ เอาลูกธนูลูกใหญ่ยิงพญาช้างซึ่งมายืนอยู่ข้างหลุมของตน. พระยาช้างถูกยิงแล้วก็ร้องก้องโกญจนาท ช้างทุกๆ เชือกพากันบันลือ อื้ออึงวิ่งไปทั้ง ๘ ทิศ ทำหญ้าและไม้ให้เป็นจุณไป. พญาช้างฉัททันต์เอา เท้ากระชุ่นดินด้วยคิดว่า จักฆ่ามันเสีย แต่ได้เห็นผ้ากาสาวพัสตร์ อัน เป็นธงชัยของฤาษี ทั้งที่ได้รับความทุกข์ ก็เกิดความรู้สึกว่า ธงชัยแห่ง พระอรหันต์อันสัตบุรุษไม่พึงทำลาย.

Item ๒๓๔๒

อนิกฺกสาโว กาสาวํ โย วตฺถํ ปริทหิสฺสติ อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ ฯ โย จ วนฺตกสาวสฺส สีเลสุ สุสมาหิโต อุเปโต ทมสจฺเจน สเว กาสาวมรหติ ฯ

ผู้ใดยังไม่หมดกิเลส ปราศจากทมะและสัจจะ ผู้นั้นไม่ควรจะนุ่งห่มผ้า กาสาวะ. ส่วนผู้ใดคลายกิเลสได้แล้ว ตั้งมั่นอยู่ในศีล ประกอบด้วย ทมะและสัจจะ ผู้นั้นย่อมควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะแท้.

Item ๒๓๔๓

สมปฺปิโต ปุถุสลฺเลน นาโค อทุฏฺฐจิตฺโต ลุทฺทกํ อชฺฌภาสิ กิมตฺถิยํ กิสฺส วา สมฺม เหตุ มมํ วธี กสฺส วายํ ปโยโค ฯ

พญาช้างถูกลูกศรใหญ่เสียบเข้าแล้ว ไม่มีจิตคิดประทุษร้าย ได้ถามนาย พรานว่า เพื่อนเอ๋ย ท่านประสงค์อะไร เพราะเหตุไร หรือว่าใคร ใช้ให้ท่านมาฆ่าเรา?

Item ๒๓๔๔

กาสิสฺส รญฺโญ มเหสี ภทนฺเต สา ปูชิตา ราชกุเล สุภทฺทา สา ตํ อทฺทส สา จ มมํ อสํสิ ทนฺเตหิ อตฺโถติ มมํ อโวจ ฯ

ดูกรพญาช้างผู้เจริญ พระนางสุภัททาพระมเหสีของพระเจ้ากาสิกราช อันประชาชนสักการะบูชาอยู่ในราชสกุล พระนางได้ทรงนิมิตเห็นท่าน และได้โปรดให้ทำสักการะแก่ข้าพเจ้าแล้ว ตรัสบอกข้าพเจ้าว่า มีพระ- ประสงค์งาทั้งคู่ของท่าน.

Item ๒๓๔๕

พหู หิ เม ทนฺตยุคา อุฬารา เย เม ปิตูนญฺจ ปิตามหานํ ชานาติ สา โกธนา ราชปุตฺตี วธตฺถิกา เวรมกาสิ พาลา ฯ อุฏฺเฐหิ ตฺวํ ลุทฺท ขรํ คเหตฺวา ทนฺเต อิเม ฉินฺท ปุรา มรามิ วชฺชาสิ ตํ โกธนํ ราชปุตฺตึ นาโค หโต หนฺท อิมสฺส ทนฺตา ฯ

ที่จริง พระนางสุภัททาทรงทราบอยู่ว่างางามๆ แห่งบิดาและปู่ทวดของเรา มีอยู่เป็นอันมาก แต่พระนางเป็นคนพาล โกรธเคือง ผูกเวร ต้องการจะ ฆ่าเรา. ดูกรนายพราน ท่านจงลุกขึ้นเถิด จงหยิบเลื่อยมาตัดงาคู่นี้เถิด ประเดี๋ยวเราจะตายเสียก่อน ท่านจงกราบทูลพระนางสุภัททาผู้ยังผูกโกรธ ว่า พญาช้างตายแล้ว เชิญพระนางรับงาคู่นี้ไว้เถิด.

Item ๒๓๔๖

อุฏฺฐาย โส ลุทฺโท ขรํ คเหตฺวา เฉตฺวาน ทนฺตานิ คชุตฺตมสฺส วคฺคู สุเภ อปฺปฏิเม ปฐพฺยา อาทาย ปกฺกามิ ตโต หิ ขิปฺปํ ฯ

นายพรานนั้น ลุกขึ้นจับเลื่อย เลื่อยงาพญาช้างทั้งคู่อันงดงามหาที่เปรียบ มิได้ในพื้นปฐพีแล้ว รีบถือหลีกออกจากที่นั้นไป.

Item ๒๓๔๗

ภยฏฺฏิตา นาควเธน อฏฺฏา เย เต นาคา อฏฺฐ ทิสา วิธาวุํ อทิสฺวาน โปสํ คชปจฺจมิตฺตํ ปจฺจาคมุํ เยน โส นาคราชา ฯ

ช้างเหล่านั้นตกใจ ได้รับความเสียใจ เพราะพญาช้างถูกยิงพากันวิ่งไปยัง ทิศทั้ง ๘ เมื่อไม่เห็นปัจจามิตรของพญาช้าง ก็พากันกลับมายังที่อยู่ของ พญาช้าง.

Item ๒๓๔๘

เต ตตฺถ กนฺทิตฺวา โรทิตฺวาน นาคา สีเส สเก ปํสุกํ โอกิริตฺวา อาคมึสุ เต สพฺเพ สกํ นิเกตํ ปุรกฺขตฺวา มเหสึ สพฺพภทฺทํ ฯ

ช้างเหล่านั้นพากันคร่ำครวญร่ำไห้อยู่ ณ ที่นั้น ต่างสูบเอาฝุ่นพ่นขึ้นบน กระพองของตนๆ ยกนางสรรพภัททาผู้เป็นมเหสีให้เป็นหัวหน้า พากัน กลับยังที่อยู่ของตนทั้งหมด.

Item ๒๓๔๙

อาทาย ทนฺตานิ คชุตฺตมสฺส วคฺคู สุเภ อปฺปฏิเม ปฐพฺยา สุวณฺณราชีหิ สมนฺตโมทเร โส ลุทฺทโก กาสิปุรํ อุปาคมิ อุปเนสิ โส ราชกญฺญาย ทนฺเต นาโค หโต หนฺท อิมสฺส ทนฺตา ฯ

นายพรานนั้น ถือเอางาพญาช้างทั้งคู่อันงดงาม หาที่เปรียบในพื้นปฐพีมิได้ ซึ่งแผ่รัศมีดุจสีทองไปรอบๆ มาถึงยังพระนครกาสีแล้ว น้อมนำงาทั้งคู่ เข้าไปถวายพระนางสุภัททากราบทูลว่า พญาช้างล้มแล้ว ขอเชิญพระนาง ทอดพระเนตรงาทั้งคู่นี้เถิด.

Item ๒๓๕๐

ทิสฺวาน ทนฺตานิ คชุตฺตมสฺส ภตฺตุ ปิยสฺส ปุริมาย ชาติยา ตตฺเถว ตสฺสา หทยํ อผาลิ เตเนว สา กาลมกาสิ พาลา ฯ

พระนางสุภัททาผู้เป็นพาล ครั้นทอดพระเนตรงาพญาช้างทั้งคู่ ผู้เป็นสามี ที่รักในชาติก่อนแล้ว หทัยของพระนางก็แตกทำลาย ณ ที่นั้นเอง เพราะ เหตุนั้นเอง พระนางจึงได้สวรรคต.

Item ๒๓๕๑

สมฺโพธิปตฺโต จ มหานุภาโว สีตํ อกาสี ปริสาย มชฺเฌ ปุจฺฉึสุ ภิกฺขู สุวิมุตฺตจิตฺตา นาการเณ ปาตุกโรนฺติ พุทฺธา ฯ ยมทฺทสาถ ทหรึ กุมารึ กาสาววตฺถํ อนคาริยํ จรนฺตึ สา โข ตทา ราชกญฺญา อโหสิ อหํ ตทา นาคราชา อโหสึ ฯ อาทาย ทนฺตานิ คชุตฺตมสฺส วคฺคู สุเภ อปฺปฏิเม ปฐพฺยา โย ลุทฺทโก กาสิปุรํ อุปาคมิ โส โข ตทา เทวทตฺโต อโหสิ ฯ อนาวสูรํ จิรรตฺตสํสิตํ อุจฺจาวจํ จริตมิทํ ปุราณํ วีตทฺทโร วีตโสโก วิสลฺโล สยํ อภิญฺญาย อภาสิ พุทฺโธ ฯ อหํ โว เตน กาเลน อโหสึ ตตฺถ ภิกฺขโว นาคราชา ตทาโหสึ เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ ฉทฺทนฺตชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

พระศาสดาได้บรรลุสัมโพธิญาณแล้ว มีพระอานุภาพมาก ได้ทรงทำการแย้ม ในท่ามกลางบริษัท ภิกษุทั้งหลายผู้มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว พากันทูลถามว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมไม่ทรงทำการแย้มให้ปรากฏ เมื่อไม่มีเหตุ? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงดูนางกุมารีสาวคนนั้น นุ่งห่ม ผ้ากาสาวพัสตร์ ประพฤติอนาคาริยวัตร นางกุมารีคนนั้นแล เป็นนาง- สุภัททาในกาลนั้น เราตถาคตเป็นพญาช้างในกาลนั้น. นายพรานถือเอา งาทั้งคู่อันงดงามของพญาช้าง หาที่เปรียบในพื้นปฐพีมิได้ กลับมายัง พระนครกาสีในกาลนั้น เป็นพระเทวทัต. พระพุทธเจ้าผู้ปราศจากความ กระวนกระวาย ความเศร้าโศก และกิเลสดุจลูกศร ตรัสรู้ยิ่งด้วยพระองค์ เองแล้ว ได้ตรัสฉัททันตชาดกนี้ อันเป็นของเก่า ไม่รู้จักสิ้นสูญ ซึ่ง พระองค์ท่องเที่ยวไปแล้วตลอดกาลนาน เป็นบุรพจรรยาทั้งสูงทั้งต่ำว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย คราวครั้งนั้น เราเป็นพญาช้างฉัททันต์อยู่ที่สระฉัททันต์ นั้น ท่านทั้งหลายจงทรงจำชาดกไว้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ฉัททันตชาดกที่ ๔.

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย