Scripture · พระสุตตันตปิฎก · Other items in this volumeเล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๗. สัตติคุมพชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
Front matter of the printed edition
๗ สตฺติคุมฺพชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. สัตติคุมพชาดก ว่าด้วยพี่น้องก็ยังต่างใจกัน
มิคลุทฺโท มหาราชา ปญฺจาลานํ รเถสโก นิกฺขนฺโต สห เสนาย โอคโณ วนมาคมา ฯ ตตฺถทฺทส อรญฺญสฺมึ ตกฺกรานํ กุฏึ กตํ ตสฺมา กุฏิยา นิกฺขมฺม สุโว ลุทฺทานิ ภาสติ ฯ สมฺปนฺนวาหโน โปโส ยุวา สมฺมฏฺฐกุณฺฑลี โสภติ โลหิตุณฺหีโส ทิวา สุริโยว ภาสติ ฯ มชฺฌนฺติเก สมฺปติเก สุตฺโต ราชา สสารถิ หนฺทสฺสาภรณํ สพฺพํ คณฺหาม สหสา มยํ ฯ นิสฺสิเวปิ รโหทานิ สุตฺโต ราชา สสารถิ อาทาย วตฺถํ มณิกุณฺฑลญฺจ หนฺตฺวาน สาขาหิ อวตฺถราม ฯ
พระมหาราชาผู้เป็นจอมแห่งชนชาวปัญจาลรัฐ เป็นดุจพรานเนื้อ เสด็จ ออกมาสู่ป่าพร้อมด้วยเสนา พลัดจากหมู่เสนาไป. ท้าวเธอได้ทอด พระเนตรเห็นหมู่บ้านที่เขาทำไว้ เป็นที่อยู่อาศัยของโจรทั้งหลายในป่านั้น สุวโปดกออกจากหมู่บ้านนั้นแล้ว กลับมาพูดคำหยาบคายกับพ่อครัว ว่า มีบุรุษหนุ่มน้อย มีรถม้าเป็นพาหนะ มีกุลฑลเกลี้ยงเกลาดี มีกรอบ หน้าแดงงดงามเหมือนพระอาทิตย์ส่องแสงสว่างในกลางวัน ฉะนั้น. เมื่อ ถึงเวลาเที่ยงวัน พระราชากำลังบรรทมหลับพร้อมกับนายสารถี เอาซิ พวกเราจงรีบไปชิงเอาทรัพย์ทั้งหมด ของท้าวเธอเสีย. เวลานี้ก็เงียบ สงัดดุจกลางคืน พระราชากำลังบรรทมหลับพร้อมกับนายสารถี พวก เราจงไปแย่งเอาผ้าและกุลฑลแก้วมณี แล้วฆ่าเสียเอากิ่งไม้ปิดไว้.
กินฺนุ อุมฺมตฺตรูโปว สตฺติคุมฺพ ปภาสสิ ทุราสทา หิ ราชาโน อคฺคิ ปชฺชลิโต ยถา ฯ
ดูกรสุวโปดกสัตติคุมพะ เจ้าเป็นบ้าไปกระมังจึงได้พูดอย่างนั้น เพราะ ว่า พระราชาทั้งหลายถึงจะเสด็จมาแต่ไกล ก็ย่อมทรงเดชานุภาพเหมือน ดังไฟสว่างไสว ฉะนั้น.
อถ ตฺวํ ปติโกลุมฺพ มตฺโต ถุลฺลานิ คชฺชสิ มาตริ มยฺห นคฺคาย กึ นุ ตฺวํ วิชิคุจฺฉเส ฯ
ดูกรนายปติโกลุมพะ ท่านเมาแล้วย่อมเก่งกาจมากมิใช่หรือ เมื่อมารดา ของเราเปลือยกาย ไฉนท่านจึงเกลียดเล่าหนอ?
อุฏฺเฐหิ สมฺม ตรมาโน รถํ โยเชหิ สารถิ สกุโณ เม น รุจฺจติ อญฺญํ คจฺฉาม อสฺสมํ ฯ
ดูกรสารถีผู้เพื่อนยาก จงรีบลุกขึ้นเทียมรถ เราไม่ชอบใจนก เราจงไป อาศรมอื่นกันเถิด.
ยุตฺโต รโถ มหาราช ยุตฺโต จ พลวาหโน อธิติฏฺฐ มหาราช อญฺญํ คจฺฉาม อสฺสมํ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ราชรถได้เทียมแล้ว และม้าราชพาหนะมีกำลัง ก็ได้จัดเทียมแล้ว เชิญพระองค์เสด็จขึ้นประทับเถิด จะได้เสด็จไปยัง อาศรมอื่น พระเจ้าข้า.
โกนุเมว คตา สพฺเพ เย อสฺมึ ปริจารกา เอส คจฺฉติ ปญฺจาโล มุตฺโต เตสํ อทสฺสนา ฯ โกทณฺฑกานิ คณฺหถ สตฺติโย โตมรานิ จ เอส คจฺฉติ ปญฺจาโล มา โว มุญฺจิตฺถ ชีวิตํ ฯ
พวกโจรในอาศรมนี้พากันไปเสียที่ไหนหมดเล่า พระเจ้าปัญจาลราชนั้น หลุดพ้นไปได้ เพราะพวกโจรเหล่านั้นไม่เห็น. ท่านทั้งหลายจงจับ เกาทัณฑ์ หอก และโตมร พระเจ้าปัญจาลราช กำลังหนีไป ท่านทั้งหลาย อย่าได้ปล่อยให้มีชีวิตอยู่ได้เลย.
อถาปโร ปฏินนฺทิตฺถ สุโว โลหิตตุณฺฑิโก สฺวาคตนฺเต มหาราช อโถ เต อทุราคตํ อิสฺสโรสิ อนุปฺปตฺโต ยํ อิธตฺถิ ปเวทย ฯ ติณฺฑุกานิ ปิยาลานิ มธุเก กาสุมาริโย ผลานิ ขุทฺทกปฺปานิ ภุญฺช ราช วรํ วรํ ฯ อิทํปิ ปานิยํ สีตํ อาภตํ คิริคพฺภรา ตโต ปิว มหาราช สเจ ตฺวํ อภิกงฺขสิ ฯ อรญฺญํ อุญฺฉาย คตา เย อสฺมึ ปริจารกา สยํ อุฏฺฐาย คณฺหโวฺห หตฺถา เม นตฺถิ ทาตเว ฯ
ครั้งนั้น ปุบผกะสุวโปดกผู้มีจะงอยปากแดง ยินดีต้อนรับพระราชาว่า ข้าแต่พระมหาราชา พระองค์เสด็จมาดีแล้ว อนึ่ง พระองค์มิได้เสด็จมา ร้าย พระองค์ผู้ทรงอิสรภาพเสด็จมาถึงแล้วโดยลำดับ ของสิ่งใดมีอยู่ใน อาศรมนี้ ขอพระองค์ทรงเลือกเสวยของสิ่งนั้น. ผลมะพลับ ผลมะหาด ผลมะซาง ผลหมากเม่า อันเป็นผลไม้มีรสหวานเล็กน้อย ขอพระองค์ จงเลือกเสวยแต่ที่ดีๆ ข้าแต่พระมหาราชา น้ำนี้เย็น นำมาแต่ซอกภูเขา ขอเชิญพระองค์ทรงดื่มถ้าทรงปรารถนา. ฤาษีทั้งหลายในอาศรมนี้พากัน ไปป่าเพื่อแสวงหาผลาผล เชิญเสด็จลุกขึ้นไปทรงเลือกหยิบเอาเองเถิด เพราะข้าพระองค์ไม่มีมือที่จะทูลถวายได้.
ภทฺทโก วตายํ ปกฺขี ทิโช ปรมธมฺมิโก อเถโส อิตโร ปกฺขี สุโว ลุทฺทานิ ภาสติ ฯ เอตํ หนถ พนฺธถ มา โว มุญฺจิตฺถ ชีวิตํ อิจฺเจวํ วิลปนฺตสฺส โสตฺถี ปตฺโตสฺมิ อสฺสมํ ฯ
นกแขกเต้าตัวนี้เจริญดีหนอ ประกอบด้วยคุณธรรมอย่างยิ่ง ส่วนนก แขกเต้าตัวโน้นพูดถ้อยคำหยาบคายว่า จงจับมัดพระราชานี้ฆ่าเสีย อย่า ให้รอดชีวิตไปได้เลย เมื่อนกแขกเต้านั้นรำพันเพ้ออยู่อย่างนี้ เราได้มา ถึงอาศรมนี้โดยสวัสดี.
ภาตโรสฺม มหาราช โสทริยา เอกมาตุกา เอกรุกฺขสฺมิ สํวฑฺฒา นานาเขตฺตคตา อุโภ ฯ สตฺติคุมฺโพ จ โจรานํ อหญฺจ อิสินํ อิธ อสตํ โส สตํ อหํ เตน ธมฺเมน โน วินา ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมท้องมารดาเดียวกัน ได้เจริญเติบโตที่ต้นไม้เดียวกัน แต่ต่างพลัดกันไปอยู่คนละเขตแดน. สัตติคุมพะเจริญอยู่ในสำนักของพวกโจร ส่วนข้าพระองค์เจริญอยู่ใน สำนักของฤาษีในอาศรมนี้ สัตติคุมพะนั้นเข้าอยู่ในสำนักของอสัตบุรุษ ข้าพระองค์อยู่ในสำนักของสัตบุรุษ ฉะนั้น ข้าพระองค์ทั้งสองจึงต่างกัน โดยธรรม.
ยตฺถ วโธ จ พนฺโธ จ นิกติ วญฺจนานิ จ อาโลปา สหสาการา ตานิ โส ตตฺถ สิกฺขติ ฯ อิธ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สํยโม ทโม อาสนูทกทายีนํ องฺเก วฑฺโฒสฺมิ ภารต ฯ
การฆ่าก็ดี การจองจำก็ดี การหลอกลวงด้วยของปลอมก็ดี การหลอก ลวงด้วยอาการตรงๆ ก็ดี การปล้นฆ่าชาวบ้านก็ดี การกระทำกรรมอัน อันแสนสาหัสก็ดี มีอยู่ในที่ใด สัตติคุมพะนั้นย่อมศึกษาสิ่งเหล่านั้น ในที่นั้น. ข้าแต่พระองค์ผู้ภารตวงศ์ ในอาศรมของฤาษีนี้มีแต่สัจจะ ธรรมะ ความไม่เบียดเบียน ความสำรวม และความฝึกอินทรีย์ ข้าพระองค์เป็นผู้เจริญแล้วบนตักของฤาษีทั้งหลาย ผู้มีปกติให้อาสนะ และน้ำ.
ยํ ยํ หิ ราช ภชติ สนฺตํ วา ยทิ วา อสํ สีลวนฺตํ วิสีลํ วา วสํ ตสฺเสว คจฺฉติ ฯ ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ ยาทิสญฺจูปเสวต โสปิ ตาทิสโก โหติ สหวาโสปิ ตาทิโส ฯ เสวมาโน เสวมานํ สมฺผุฏฺโฐ สมฺผุสํ ปรํ สโร ทุฏฺโฐ กลาปํว อลิตฺตมุปลิมฺปติ ฯ อุปลิมฺปภยา ธีโร เนว ปาปสขา สิยา ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ กุสาปิ ปูติ วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา ฯ ตครํว ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ ปตฺตาปิ สุรภี วายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา ตสฺมา ปลาสปุฏสฺเสว ญตฺวา สมฺปากมตฺตโน อสนฺเต นูปเสเวยฺย สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ สนฺโต ปาเปนฺติ สุคฺคตินฺติ ฯ สตฺติคุมฺพชาตกํ สตฺตมํ ฯ
ข้าแต่พระราชา บุคคลคบคนใดๆ เป็นสัตบุรุษ อสัตบุรุษ มีศีล หรือ ไม่มีศีล บุคคลนั้นย่อมไปสู่อำนาจของบุคคลนั้นนั่นเทียว. บุคคลคบคน เช่นใดเป็นมิตร หรือเข้าไปคบสนิทคนเช่นใด ก็ย่อมเป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันเป็นเช่นนั้น. อาจารย์คบอันเตวาสิก ย่อมทำ อันเตวาสิกผู้ยังไม่แปดเปื้อนให้แปดเปื้อนได้ อาจารย์ถูกอันเตวาสิกพา เปื้อนแล้ว พาอาจารย์อื่นให้เปื้อนอีก เหมือนลูกศรที่เปื้อนยาพิษแล้ว ย่อมทำแล่งลูกศรให้เปื้อน ฉะนั้น. นักปราชญ์ไม่พึงมีสหายลามกเลย ทีเดียว เพราะกลัวแต่การแปดเปื้อนด้วยบาปธรรม นรชนใดห่อปลาเน่า ด้วยใบหญ้าคา แม้ใบหญ้าคาของนรชนนั้น ก็ย่อมมีกลิ่นเน่าฟุ้งไป ฉันใด การเข้าไปคบคนพาล ก็ฉันนั้นเหมือนกัน. นรชนใด ห่อกฤษณา ด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ของนรชนนั้น ก็ย่อมหอมฟุ้งไป ฉันใด การเข้าไป คบนักปราชญ์ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้ความเปลี่ยน แปลงของตนดุจห่อใบไม้แล้ว ไม่ควรเข้าไปคบพวกอสัตบุรุษ ควรคบ แต่พวกสัตบุรุษ ด้วยว่า อสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมพาให้ ถึงสุคติ. จบ สัตติคุมพชาดกที่ ๗.