Scripture · พระสุตตันตปิฎก · Other items in this volumeเล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๘. มหาโมรชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
Front matter of the printed edition
๘ มหาโมรชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. มหาโมรชาดก ว่าด้วยพญานกยูงพ้นจากบ่วง
สเจ หิ ตฺยาหํ ธนเหตุ คหิโต มา มํ อวธิ ชีวคาหํ คเหตฺวา รญฺโญ จ มํ สมฺม อุปนฺติ เนหิ มญฺเญ ธนํ ลจฺฉสินปฺปรูปํ ฯ
ดูกรสหาย ก็ถ้าแหละท่านจับข้าพเจ้าเพราะเหตุแห่งทรัพย์แล้ว ท่าน อย่าฆ่าข้าพเจ้าเลย จงจับเป็นนำข้าพเจ้าไปถวายพระราชาเถิด เข้าใจว่า ท่านจะได้ทรัพย์ไม่ใช่น้อยเลย.
น เม อยํ ตุยฺห วธาย อชฺช สมาหิโต จาปวโร ขุรปฺโป ปาสญฺจ ตฺยาหํ อธิปาตยิสฺสํ ยถาสุขํ คจฺฉตุ โมรราชา ฯ
เราผูกสอดลูกธนูใส่เข้าในแล่ง มิได้หมายมั่นว่าจะฆ่าท่านในวันนี้เลย แต่เราจักตัดบ่วงที่ผูกรัดเท้าท่าน พญานกยูงจงไปตามสบายเถิด.
ยํ สตฺต วสฺสานิ มมานุพนฺธิ รตฺตินฺทิวํ ขุปฺปิปาสํ สหนฺโต อถ กิสฺส มํ ปาสวสูปนีตํ ปมุตฺตเว อิจฺฉสิ พนฺธนสฺมา ฯ ปาณาติปาตา วิรโต นุสชฺช อภยนฺนุ เต สพฺพภูเตสุ ทินฺนํ ยํ มํ ตุวํ ปาสวสูปนีตํ ปมุตฺตเว อิจฺฉสิ พนฺธนสฺมา ฯ
เหตุไร ท่านจึงเพียรดักข้าพเจ้ามาถึง ๗ ปี สู้อดกลั้นความหิวกระหาย ทั้งกลางคืนและกลางวัน เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านปรารถนาจะปลดปล่อย ข้าพเจ้า ผู้ติดบ่วงเสียจากบ่วงเพื่ออะไร วันนี้ ท่านงดเว้นจากปาณาติบาต หรือ หรือว่าท่านให้อภัยในสัตว์ทั้งปวง เหตุไรท่านจึงปรารถนาจะปลด ปล่อยข้าพเจ้าผู้ติดบ่วง ออกจากบ่วงเสียเล่า.
ปาณาติปาตา วิรตสฺส พฺรูหิ อภยญฺจ โย สพฺพภูเตสุ เทติ ปุจฺฉามิ ตํ โมรราเชตมตฺถํ อิติ จุโต กึ ลภเต สุขํ โส ฯ
ดูกรพญานกยูง ขอท่านจงบอกว่า ผู้ใดเป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต และ ให้อภัยในสัตว์ทั้งปวง ข้าพเจ้าขอถามความข้อนั้นกะท่าน ผู้นั้นจุติจาก โลกนี้แล้วจะได้ความสุขอะไร?
ปาณาติปาตา วิรตสฺส พฺรูมิ อภยญฺจ โย สพฺพภูเตสุ เทติ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ลภเต ปสํสํ สคฺคญฺจ โส ยาติ สรีรเภทา ฯ
ข้าพเจ้าขอบอกว่า ผู้ใดเป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต และให้อภัยในสัตว์ ทั้งปวง ผู้นั้นย่อมได้รับความสรรเสริญในปัจจุบัน และเมื่อตายไปย่อม ไปสู่สวรรค์.
น สนฺติ เทวา อิติ อาหุ เอเก อิเธว ชีโว วิภวํ อุเปติ ตถา ผลํ สุกตทุกฺกฏานํ ทตฺตุปญฺญตฺตญฺจ วทนฺติ ทานํ เตสํ วโจ อรหตํ สทฺทหาโน ตสฺมา อหํ สกุเณ พาธยามิ ฯ
สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า เทวดาทั้งหลายไม่มี ชีพย่อมเข้าถึงความ เป็นต่างๆ กันในโลกนี้ ผลของกรรมดีและกรรมชั่วก็เหมือนกัน และ กล่าวว่า ทานอันคนโง่บัญญัติไว้ ข้าพเจ้าเชื่อถ้อยคำของพระอรหันต์ เหล่านั้น ฉะนั้น จึงเบียดเบียนนกทั้งหลาย.
จนฺโท จ สุริโย จ อุโภ สุทสฺสนา คจฺฉนฺติ โอภาสยมนฺตลิกฺเข อิมสฺส โลกสฺส ปรสฺส วา เต กถนฺนุ เต อาหุ มนุสฺสโลเก ฯ
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ เห็นกันได้ง่ายๆ ส่องสว่างไปในอากาศ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้น อยู่ในโลกนี้หรือในโลกอื่น สมณ- พราหมณ์เหล่านั้น กล่าวถึงดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ในมนุษยโลกอย่างไร หรือ?
จนฺโท จ สุริโย จ อุโภ สุทสฺสนา คจฺฉนฺติ โอภาสยมนฺตลิกฺเข ปรสฺส โลกสฺส น เต อิมสฺส เทวาติ เต อาหุ มนุสฺสโลเก ฯ
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ เห็นกันได้ง่ายๆ ส่องสว่างไปในอากาศ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้น มีอยู่ในโลกอื่น ไม่มีในโลกนี้ สมณ- พราหมณ์เหล่านั้น กล่าวถึงดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ว่า เป็นเทวดาในมนุษย- โลก.
เอตฺเถว เต นีหตา หีนวาทา อเหตุกา เย น วทนฺติ กมฺมํ ตถา ผลํ สุกตทุกฺกฏานํ ทตฺตุปญฺญตฺตํ เย จ วทนฺติ ทานํ ฯ
สมณพราหมณ์เหล่าใด มีวาทะว่าหาเหตุมิได้ ไม่กล่าวถึงกรรม ไม่กล่าว ถึงผลแห่งกรรมดี กรรมชั่ว และกล่าวถึงทานว่าคนโง่บัญญัติไว้ สมณ- พราหมณ์เหล่านั้น เป็นผู้มีวาทะเลวทราม ถูกท่านกำจัดเสียแล้ว เพราะ การพยากรณ์นี้แหละ.
อทฺธา หิ สจฺจํ วจนํ ตเวตํ กถญฺหิ ทานํ อผลํ ภเวยฺย ตถา ผลํ สุกตทุกฺกฏานํ ทตฺตุปญฺญตฺตญฺจ กถํ ภเวยฺย ฯ กถงฺกโร กินฺติกโร กิมาจรํ กึ เสวมาโน เกน ตโปคุเณน อกฺขาหิ เม โมรราเชตมตฺถํ ยถา อหํ โน นิรยํ ปเตยฺยํ ฯ
คำของท่านนี้เป็นคำจริงแท้ทีเดียว ไฉนทานจะไม่พึงมีผลเล่า ผลของ กรรมดีกรรมชั่ว ก็เหมือนกัน ไฉนจะไม่มีผล อนึ่ง ทานนี้จะว่าคนโง่ บัญญัติขึ้นอย่างไรได้ ดูกรพญานกยูง ข้าพเจ้าจะทำอย่างไร จะทำอะไร ประพฤติอะไร เสพสมาคมอะไร ด้วยตบะคุณอะไร อย่างไรจึงจะไม่ ต้องไปตกนรก ขอท่านจงบอกเนื้อความนี้แก่ข้าพเจ้าเถิด?
เยเกจิ อตฺถิ สมณา ปฐพฺยา กาสายวตฺถา อนคาริยํ จรนฺติ ปาโตว ปิณฺฑาย จรนฺติ กาเล วิกาลจริยา วิรตา หิ สนฺโต ฯ เต ตตฺถ กาเลนุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉาหิ ยํ เต มนโส ปิยํ สิยา เต ตํ ปวกฺขนฺติ ยถาปชานํ อิมสฺส โลกสฺส ปรสฺส จตฺถํ ฯ
มีสมณะเหล่าใดเหล่าหนึ่ง นุ่งห่มผ้าย้อมด้วยน้ำฝาด ประพฤติเป็นผู้ไม่มี เรือน เที่ยวไปบิณฑบาตในเวลาเช้าในกาล เว้นจากการเที่ยวไปในเวลา วิกาล ผู้สงบระงับ มีอยู่ในแผ่นดินนี้แน่. ท่านจงเข้าไปหาสมณะเหล่า นั้นในเวลาอันควร ณ ที่นั้น แล้วจงถามข้อความตามความพอใจของ ท่าน สมณะเหล่านั้นก็จะชี้แจงประโยชน์โลกนี้และโลกหน้าให้แก่ท่าน ตามความรู้ความเห็น.
ตจํว ชิณฺณํ อุรโค ปุราณํ ปณฺฑุปลาสํ หริโต ทุโมว เอสปฺปหีโน มม ลุทฺทภาโว ชหามหํ ลุทฺทกภาวมชฺช ฯ
ความเป็นพรานนี้ เราละได้แล้ว เหมือนงูลอกคราบเก่าของตน หรือ เหมือนต้นไม้ อันเขียวชะอุ่ม ผลัดใบเหลืองทิ้งฉะนั้น วันนี้เราละความ ความเป็นพรานได้.
เย จาปิ เม สกุณา อตฺถิ พนฺธา สตานิเนกานิ นิเวสนสฺมึ เตสํ อหํ ชีวิตมชฺช ทมฺมิ โมกฺขญฺจ เต อจฺฉ สกํ นิเกตํ ฯ
อนึ่ง มีนกเหล่าใดที่เราขังไว้ในนิเวศน์ประมาณหลายร้อย วันนี้เราให้ ชีวิตแก่นกเหล่านั้น ขอนกเหล่านั้นจงพ้นจากการกักขัง ไปสู่สถานที่อยู่ เดิมของตนเถิด.
ลุทฺโทจรี ปาสหตฺโถ อรญฺเญ พาเธตุ โมราธิปตึ ยสสฺสึ พนฺธิตฺวา โมราธิปตึ ยสสฺสึ ทุกฺขา ปมุญฺจิ ยถาหํ ปมุตฺโตติ ฯ มหาโมรชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------
นายพรานถือบ่วงเที่ยวไปในราวป่า เพื่อดักพญานกยูงตัวเรืองยศ ครั้น ดักพญานกยูงตัวเรืองยศได้แล้ว ก็ได้พ้นจากทุกข์เหมือนเราพ้นแล้ว ฉะนั้น. จบ มหาโมรชาดกที่ ๘.