Scripture · พระสุตตันตปิฎก · Other items in this volumeเล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
Front matter of the printed edition
๑๖ ฆตปณฺฑิตชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก ว่าด้วยความดับความโศก
อุฏฺเฐหิ กณฺห กึ เสสิ โก อตฺโถ สุปเนน เต โยปิ ตุยฺหํ สโก ภาตา หทยํ จกฺขุทกฺขิณํ ตสฺส วาตา พลิยฺยนฺติ ฆโต ชปฺปติ เกสว ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหวงศ์ เชิญพระองค์เสด็จลุกขึ้นเถิด จะมัวทรง บรรทมอยู่ทำไม ความเจริญอะไรจะมีแก่พระองค์ด้วยพระสุบินเล่า พระภาดาของพระองค์แม้ใด เสมอด้วยพระหทัย และเสมอด้วย พระเนตรข้างขวา ลมกระทบดวงหทัยของพระภาดานั้น ข้าแต่พระเจ้า เกสวะ ฆตบัณฑิตทรงเพ้อไป.
ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา โรหิเณยฺยสฺส เกสโว ตรมานรูโป วุฏฺฐาสิ ภาตุโสเกน อฏฺฏิโต ฯ
พระเจ้าเกสวะทรงสดับคำของโรหิเณยยอำมาตย์ นั้นแล้ว อัดอั้น พระหฤทัยด้วยความเศร้าโศก ถึงพระภาดา มีพระวรกายกระสับกระส่าย เสด็จลุกขึ้น.
กินฺนุ อุมฺมตฺตรูโปว เกวลํ ทฺวารกํ อิมํ สโส สโสติ ลปสิ โก นุ เต สสมาหริ ฯ
เหตุไรหนอ เจ้าจึงเป็นเหมือนคนบ้า เที่ยวบ่นเพ้ออยู่ทั่วนครทวาราวดี นี้ว่า กระต่าย กระต่าย ใครมาลักเอากระต่ายของเจ้าไปหรือ?
โสวณฺณมยํ มณิมยํ (โลหมยํ) อถ วา รูปิยมยํ สงฺขสิลาปวาฬมยํ การยิสฺสามิ เต สสํ ฯ สนฺติ อญฺเญปิ สสกา อรญฺเญ วนโคจรา เตปิ เต อานยิสฺสามิ กีทิสํ สสมิจฺฉสิ ฯ
เจ้าปรารถนากระต่ายทอง กระต่ายเงิน กระต่ายแก้วมณี กระต่าย สังขสิลา หรือกระต่ายแก้วประพาฬประการใด จงบอกแก่เรา เรา จะให้เขาทำให้เจ้า. ถ้าแม้เจ้าไม่ชอบกระต่ายเหล่านี้ แม้กระต่ายอื่นๆ มีอยู่ในป่า เราจะให้เขานำเอากระต่ายเหล่านั้นมาให้ เจ้าต้องการ กระต่ายชนิดใดเล่า?
น วาหเมเต อิจฺฉามิ เย สสา ปฐวึสิตา จนฺทโต สสมิจฺฉามิ ตมฺเม โอหร เกสว ฯ
ข้าแต่พระเจ้าเกสวะ กระต่ายเหล่าใดที่อาศัยอยู่บนแผ่นดิน หม่อมฉัน ไม่ปรารถนากระต่ายเหล่านั้น หม่อมฉันปรารถนากระต่ายจากดวงจันทร์ ขอพระองค์ได้ทรงโปรดสอยกระต่ายนั้นมาให้หม่อมฉันเถิด.
โส นูน มธุรํ ญาติ ชีวิตํ วิชหิสฺสสิ อปตฺถยํ โย ปตฺถยสิ จนฺทโต สสมิจฺฉสิ ฯ
น้องรัก เจ้าปรารถนาสิ่งที่เขาไม่พึงปรารถนากัน อยากได้กระต่ายจาก ดวงจันทร์ จะละชีวิตไปเสียเป็นแน่.
เอวญฺเจ กณฺห ชานาสิ ยทญฺญมนุสาสสิ กสฺมา ปุเร มตํ ปุตฺตํ อชฺชาปิ อนุโสจสิ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหวงศ์ ถ้าพระองค์ทรงทราบและตรัสสอนผู้อื่น อย่างนี้ เหตุไรพระองค์จึงทรงเศร้าโศกถึงพระราชโอรส ผู้สิ้นพระชนม์ ไปแล้ว ในกาลก่อน จนกระทั่งถึงวันนี้เล่า?
ยํ น ลพฺภา มนุสฺเสน อมนุสฺเสน วา ปุน ชาโต เม มา มรี ปุตฺโต กุโต ลพฺภา อลพฺภิยํ ฯ น มนฺตา มูลเภสชฺชา โอสเธหิ ธเนน วา สกฺกา อานยิตุํ กณฺห ยํ เปตมนุโสจสิ ฯ
มนุษย์ หรือเทวดาไม่พึงได้ฐานะอันใด คือความมุ่งหวังว่า บุตรของเรา ที่เกิดมาแล้วอย่าตายเลย พระองค์ทรงปรารถนาข้า ฐานะนั้นอยู่ จะพึง ทรงได้ฐานะที่ไม่ควรได้แต่ที่ไหน ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหวงศ์ พระองค์ ทรงเศร้าโศกถึงพระโอรสองค์ใด ผู้ไปรโลกแล้ว พระองค์ก็ไม่สามารถ จะนำพระโอรสนั้นมาได้ด้วยมนต์ ยารากไม้ โอสถ หรือ พระราชทรัพย์ เลย.
ยสฺส เอตาทิสา อสฺสุ อมจฺจา ปุริสปณฺฑิตา ยถา นิชฺฌาปเย อชฺช ฆโต ปุริสปณฺฑิโต ฯ อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ วารินา วิย โอสิญฺจิ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ ฯ อพฺพุหิ วต เม สลฺลํ ยมาสิ หทยสฺสิตํ โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ ฯ โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน มาณว ฯ
บุรุษผู้เป็นบัณฑิตเช่นนี้ เป็นอำมาตย์ ของพระราชาพระองค์ใด พระ ราชาพระองค์นั้น จะมีความโศกมาแต่ไหน เหมือนฆตบัณฑิต ดับความ โศกของเราในวันนี้. ฆตบัณฑิตได้รดเรา ผู้เร่าร้อนให้สงบระงับ ดับความกระวนกระวายทั้งปวงได้ เหมือนบุคคลดับไฟที่ติดเปรียง ด้วยน้ำ ฉะนั้น. ฆตบัณฑิตได้ถอนลูกศรที่เสียบแทงหทัยของเราออกแล้ว ได้บรรเทาความโศก ถึงบุตรของเราผู้ถูกความเศร้าโศกครอบงำแล้วหนอ. เราเป็นผู้ถอนลูกศรออกได้แล้ว ปราศจากความโศก ไม่ขุ่นมัว จะไม่เศร้าโศก จะไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของเจ้า นะน้องชาย.
เอวํ กโรนฺติ สปฺปญฺญา เย โหนฺติ อนุกมฺปกา นิวตฺตยนฺติ โสกมฺหา ฆโต เชฏฺฐํว ภาตรนฺติ ฯ ฆตปณฺฑิตชาตกํ โสฬสมํ ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ ทฬฺห กณฺห ธนญฺชย สงฺขวโร ราชา สตฺตาห สสาข ตกฺกลินา ธมฺมํ กุกฺกุฏ กุณฺฑลิ โภชนทา จกฺกวาก สุภูริ สโสตฺถิ ฆโต ฯ ทสกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------
ผู้มีปัญญา มีใจกรุณา ย่อมทำผู้ที่เศร้าโศก ให้หลุดพ้นจากความเศร้าโศก ได้ เหมือนฆตบัณฑิตทำพระเชฏฐาผู้เศร้าโศก ให้หลุดพ้นจากความ เศร้าโศก ฉะนั้น. จบ ฆตปัณฑิตชาดกที่ ๑๖. ----------------------------------------------------- รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. จตุทวารชาดก ๒. กัณหชาดก ๓. จตุโปสถชาดก ๔. สังขชาดก ๕. จุลลโพธิชาดก ๖. มัณฑัพยชาดก ๗. นิโครธชาดก ๘. ตักกลชาดก ๙. มหาธรรมปาลชาดก ๑๐. กุกกุฏชาดก ๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก ๑๒. พิลารโกสิยชาดก ๑๓. จักกวากชาดก ๑๔. ภูริปัญหาชาดก ๑๕. มหามังคลชาดก ๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก จบ ทสกนิบาตชาดก. -----------------------------------------------------