๘. ปฐมกุกกุฏารามสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ปฐมกุกกุฏารามสูตร ว่าด้วยการสนทนาธรรมในกุกกุฏาราม สูตรที่ ๑
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์กับท่านพระภัททะอยู่ที่กุกกุฏาราม เขตเมือง ปาฏลีบุตร ครั้นในเวลาเย็น ท่านพระภัททะออกจากที่หลีกเร้น เข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้เรียนถามท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า “ท่านอานนท์ ที่เรียกกันว่า ‘อพรหมจรรย์ อพรหมจรรย์’ อพรหมจรรย์เป็นอย่างไร” ท่านพระอานนท์ตอบว่า “ดีละ ดีละ ท่านภัททะ ปัญญาใฝ่รู้ ของท่าน ดีนัก ปฏิภาณดีนัก สอบถามเข้าที ก็ท่านถามว่า ‘ที่เรียกกันว่า ‘อพรหมจรรย์อพรหมจรรย์’ อพรหมจรรย์เป็นอย่างไร’ อย่างนั้นหรือ” “อย่างนั้น ผู้มีอายุ” “ผู้มีอายุ มิจฉามรรค (ทางผิด) มีองค์ ๘ นี้แลเป็นอพรหมจรรย์ ได้แก่ ๑. มิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. มิจฉาสมาธิ ปฐมกุกกุฏารามสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ปัญญาใฝ่รู้ แปลมาจากคำว่า อุมมังคะ มีความหมายว่า ความใฝ่รู้ที่โผล่ขึ้น (หาคำตอบปัญหา)@(สํ.ม.อ. ๓/๑๘-๒๐/๑๙๕, องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๘๖/๔๐๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค กุกกุฏารามสูตรที่ ๑ มิจฉามรรค ว่าด้วยอพรหมจรรย์
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ อายสฺมา จ อานนฺโท อายสฺมา จ ภทฺโท ปาฏลิปุตฺเต วิหรนฺติ กุกฺกุฏาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา ภทฺโท สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ภทฺโท อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ อพฺรหฺมจริยํ อพฺรหฺมจริยนฺติ อาวุโส อานนฺท วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส อพฺรหฺมจริยนฺติ ฯ สาธุ สาธุ อาวุโส ภทฺท ภทฺทโก โข เต อาวุโส ภทฺท อุมฺมงฺโค ภทฺทกํ ปฏิภาณํ กลฺยาณี ปริปุจฺฉา เอวํ หิ ตฺวํ อาวุโส ภทฺท ปุจฺฉสิ อพฺรหฺมจริยํ อพฺรหฺมจริยนฺติ อาวุโส อานนฺท วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส อพฺรหฺมจริยนฺติ ฯ เอวมาวุโสติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อฏฺฐงฺคิโก มิจฺฉามคฺโค อพฺรหฺมจริยํ ฯ เสยฺยถีทํ ฯ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธีติ ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับแล้วอย่างนี้:- สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์และท่านพระภัททะอยู่ ณ กุกกุฏาราม ใกล้นครปาฏลีบุตรครั้งนั้น ท่านพระภัททะออกจากที่เร้นในเวลาเย็น เข้าไปหาท่านพระอานนท์ ได้ปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระอานนท์ว่า ท่านอานนท์ ที่เรียกว่า อพรหมจรรย์ๆ ดังนี้ อพรหมจรรย์เป็นไฉนหนอ? ท่านพระอานนท์ตอบว่า ดีละๆ ท่านภัททะ ท่านช่างคิด ช่างหลักแหลม ช่างไต่ถามก็ท่านถามอย่างนี้หรือว่า ท่านอานนท์ ที่เรียกว่า อพรหมจรรย์ๆ ดังนี้ อพรหมจรรย์เป็นไฉนหนอ? ภ. อย่างนั้น ท่านผู้มีอายุ? อา. มิจฉามรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ คือ มิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ มิจฉาสมาธิ นี้แลเป็นอพรหมจรรย์. จบ สูตรที่ ๘