๑. สาลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๔. อินทริยสังยุต] ๖. สูกรขตวรรค ๑. สาลสูตร ๖. สูกรขตวรรค หมวดว่าด้วยถ้ำสูกรขาตา ๑. สาลสูตร ว่าด้วยพระธรรมเทศนาที่หมู่บ้านพราหณ์ชื่อสาลา
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา แคว้น โกศล ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ดิรัจฉานเหล่าใดเหล่าหนึ่ง พญาราชสีห์ชาวโลกกล่าวว่าเลิศกว่าสัตว์ดิรัจฉานเหล่านั้น เพราะพละกำลัง ความเร็ว ความกล้า แม้ฉันใดโพธิปักขิยธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ปัญญินทรีย์บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าโพธิปักขิย-ธรรมเหล่านั้น เพราะเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน โพธิปักขิยธรรม อะไรบ้าง คือ สัทธินทรีย์เป็นโพธิปักขิยธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ วิริยินทรีย์เป็นโพธิปักขิยธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ สตินทรีย์เป็นโพธิปักขิยธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ สมาธินทรีย์เป็นโพธิปักขิยธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ ปัญญินทรีย์เป็นโพธิปักขิยธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ดิรัจฉานเหล่าใดเหล่าหนึ่ง พญาราชสีห์ชาวโลกกล่าวว่าเลิศกว่าสัตว์เหล่านั้น เพราะพละกำลัง ความเร็ว ความกล้า แม้ฉันใด โพธิปักขิย-ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ปัญญินทรีย์บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าโพธิปักขิยธรรมเหล่านั้นเพราะเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน” สาลสูตรที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๓๓๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สูกรขาตวคฺโค ฉฏฺโฐ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สูกรขาตวรรคที่ ๖ โกสลสูตร ปัญญินทรีย์เป็นยอดแห่งโพธิปักขิยธรรม
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ โกสลายํ พฺราหฺมณคาเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โกสลพราหมณคาม ในแคว้นโกศล ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า.
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เย เกจิ ติรจฺฉานคตา ปาณา สีโห มิคราชา เตสํ อคฺคมกฺขายติ ยทิทํ ถาเมน ชเวน สูริเยน ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เย เกจิ โพธิปกฺขิยา ธมฺมา ปญฺญินฺทฺริยํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ยทิทํ โพธาย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสัตว์ดิรัจฉานทุกจำพวก สีหมฤคราช โลกกล่าวว่า เป็นยอดของสัตว์เหล่านั้น เพราะมีกำลัง มีฝีเท้า มีความกล้า ฉันใด บรรดาโพธิปักขิยธรรมทุกอย่าง ปัญญินทรีย์ เรากล่าวว่า เป็นยอดแห่งโพธิปักขิยธรรมเหล่านั้น เพราะเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ ฉันนั้นเหมือนกัน.
กตเม จ ภิกฺขเว โพธิปกฺขิยา ธมฺมา ฯ สทฺธินฺทฺริยํ ภิกฺขเว โพธิปกฺขิโย ธมฺโม ตํ โพธาย สํวตฺตติ ฯ วิริยินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม ตํ โพธาย สํวตฺตติ ฯ สตินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม ตํ โพธาย สํวตฺตติ ฯ สมาธินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม ตํ โพธาย สํวตฺตติ ฯ ปญฺญินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม ตํ โพธาย สํวตฺตติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็โพธิปักขิยธรรมเป็นไฉน? คือ สัทธินทรีย์ เป็น โพธิปักขิยธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ วิริยินทรีย์ ... สตินทรีย์ ... สมาธินทรีย์ ... ปัญญินทรีย์เป็นโพธิปักขิยธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้.
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เย เกจิ ติรจฺฉานคตา ปาณา สีโห มิคราชา เตสํ อคฺคมกฺขายติ ยทิทํ ถาเมน ชเวน สูริเยน ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เย เกจิ โพธิปกฺขิยา ธมฺมา ปญฺญินฺทฺริยํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ยทิทํ โพธายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสัตว์ดิรัจฉานทุกจำพวก สีหมฤคราช โลกกล่าวว่า เป็นยอดของสัตว์เหล่านั้น เพราะมีกำลัง มีฝีเท้า มีความกล้า ฉันใด บรรดาโพธิปักขิยธรรมทุกอย่าง ปัญญินทรีย์ เรากล่าวว่า เป็นยอดแห่งโพธิปักขิยธรรมเหล่านั้น เพราะเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ ฉันนั้นเหมือนกัน. จบ สูตรที่ ๑