๕. ปฐมธารณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. ปฐมธารณสูตร ว่าด้วยการทรงจำอริยสัจ สูตรที่ ๑
“ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำอริยสัจ ๔ ประการที่เรา แสดงไว้แล้วเถิด” เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทรงจำอริยสัจ ๔ ประการที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้แล้ว” “ภิกษุ เธอทรงจำอริยสัจ ๔ ประการที่เราแสดงไว้แล้ว อย่างไร” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทรงจำทุกขอริยสัจที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้แล้วเป็นข้อที่ ๑ ทรงจำทุกขสมุทยอริยสัจที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้แล้วเป็นข้อที่ ๒ ทรงจำทุกขนิโรธอริยสัจที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้แล้วเป็นข้อที่ ๓ทรงจำทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้แล้วเป็นข้อที่ ๔ข้าพระองค์ทรงจำอริยสัจ ๔ ประการที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้แล้ว อย่างนี้แล”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๐๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๒. ธัมมจักกัปปวัตตนวรรค ๖. ทุติยธารณสูตร “ดีละ ดีละ ภิกษุ ดีแท้ ภิกษุ เธอทรงจำอริยสัจ ๔ ประการที่เราแสดงไว้แล้วเราแสดงทุกขอริยสัจเป็นข้อที่ ๑ เธอก็จงทรงจำไว้อย่างนั้น เราแสดงทุกข-สมุทยอริยสัจเป็นข้อที่ ๒ เธอก็จงทรงจำไว้อย่างนั้น เราแสดงทุกขนิโรธอริยสัจเป็นข้อที่ ๓ เธอก็จงทรงจำไว้อย่างนั้น เราแสดงทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจเป็นข้อที่ ๔ เธอก็จงทรงจำไว้อย่างนั้น เธอจงทรงจำอริยสัจ ๔ ประการที่เราแสดงไว้แล้ว อย่างนี้แล ภิกษุ เพราะเหตุนั้น เธอพึงทำความเพียรเพื่อทรงจำว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” ปฐมธารณสูตรที่ ๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ธารณสูตรที่ ๑ ว่าด้วยการทรงจำอริยสัจ ๔
ธาเรถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว มยา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ เทสิตานีติ ฯ เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ อหํ โข ภนฺเต ธาเรมิ ภควตา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ เทสิตานีติ ฯ ยถากถํ ปน ตฺวํ ภิกฺขุ ธาเรสิ มยา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ เทสิตานีติ ฯ ทุกฺขํ ขฺวาหํ ภนฺเต ภควตา ปฐมํ อริยสจฺจํ เทสิตํ ธาเรมิ ทุกฺขสมุทยํ ขฺวาหํ ภนฺเต ภควตา ทุติยํ อริยสจฺจํ เทสิตํ ธาเรมิ ทุกฺขนิโรธํ ขฺวาหํ ภนฺเต ภควตา ตติยํ อริยสจฺจํ เทสิตํ ธาเรมิ ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทํ ขฺวาหํ ภนฺเต ภควตา จตุตฺถํ อริยสจฺจํ เทสิตํ ธาเรมิ ฯ เอวํ ขฺวาหํ ภนฺเต ธาเรมิ ภควตา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ เทสิตานีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำอริยสัจ ๔ ที่เราแสดงไว้เถิด. เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ทรงจำซึ่งอริยสัจที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว. พ. ดูกรภิกษุ เธอทรงจำอริยสัจ ๔ ที่เราแสดงแล้วอย่างไร? ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทรงจำทุกขอริยสัจเป็นข้อที่ ๑ ทุกขสมุทยอริยสัจเป็นข้อที่ ๒ ทุกขนิโรธอริยสัจเป็นข้อที่ ๓ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจเป็นข้อที่ ๔ ที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทรงจำอริยสัจ ๔ ที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วอย่างนี้แล.
สาธุ สาธุ ภิกฺขุ สาธุ โข ตฺวํ ภิกฺขุ ธาเรสิ มยา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ เทสิตานิ ฯ ทุกฺขํ โข ภิกฺขุ มยา ปฐมํ อริยสจฺจํ เทสิตํ ตถา นํ ธาเรหิ ทุกฺขสมุทโย โข ภิกฺขุ มยา ทุติยํ อริยสจฺจํ เทสิตํ ตถา นํ ธาเรหิ ทุกฺขนิโรโธ โข ภิกฺขุ มยา ตติยํ อริยสจฺจํ เทสิตํ ตถา นํ ธาเรหิ ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทา โข ภิกฺขุ มยา จตุตฺถํ อริยสจฺจํ เทสิตํ ตถา นํ ธาเรหิ ฯ เอวํ โข ภิกฺขุ ธาเรหิ มยา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ เทสิตานิ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขุ อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ดีละๆ เธอทรงจำอริยสัจ ๔ ที่เราแสดงแล้วได้ถูกต้อง เราแสดงทุกขอริยสัจเป็นข้อที่ ๑ เธอทรงจำได้ เราแสดงทุกขสมุทยอริยสัจเป็นข้อที่ ๒ เธอก็ทรงจำได้ เราแสดงทุกขนิโรธอริยสัจเป็นข้อที่ ๓ เธอก็ทรงจำได้ เราแสดงทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจเป็นข้อที่ ๔ เธอก็ทรงจำได้ เธอจงทรงจำอริยสัจ ๔ ที่เราแสดงแล้วอย่างนี้แล ดูกรภิกษุเพราะฉะนั้นแหละ เธอพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธ-*คามินีปฏิปทา. จบ สูตรที่ ๕